Empowering Every Day
5 แบรนด์ไทยที่เปลี่ยน ‘ความลำบาก’ ของผู้หญิง เป็นธุรกิจที่เข้าใจผู้หญิงที่สุด
ใครๆ ก็พูดว่าถ้าจะทำธุรกิจ เราต้องมองหาช่องว่างทางการตลาดให้เจอ แต่ความจริงแล้ว อาวุธที่ทรงพลังที่สุดอาจคือ empathy หรือความเข้าใจลูกค้าที่ลึกซึ้ง การ ‘ฟัง’ เสียงของผู้ใช้งานให้มากพอ ว่าเขารู้สึก ‘เหนื่อย’ หรือ ‘ไม่สบายตัว’ ในชีวิตประจำวันอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าผู้หญิง ที่ประสบพบเจอสารพันปัญหา แต่กลับไม่ค่อยมีใครลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหาเหล่านั้นอย่างจริงจัง
เนื่องในวันสตรีสากลปีนี้ เราขอพาไปสำรวจ 5 แบรนด์ไทยที่หยิบเอา pain point เหล่านี้มาเป็นหัวใจในการรันธุรกิจ จนเกิดเป็นนวัตกรรมและบริการที่ขายความเข้าใจที่หาจากที่ไหนไม่ได้ และเป็น ‘ทางออก’ ที่ทำให้ชีวิตเหล่าผู้หญิงง่ายขึ้น มั่นใจขึ้น และมีความสุขกับตัวเองมากขึ้นในทุกๆ วัน
1. Slip to Sleep คืนอิสระให้หน้าอกในพื้นที่ส่วนตัว


สำหรับผู้หญิงหลายคน การกลับถึงบ้านคือช่วงเวลาแห่งความสบายตัวเพราะจะได้ปลดเปลื้องบราที่ทำให้รู้สึกอึดอัดมาทั้งวัน แต่ความลำบากใจมักตามมาด้วยเมื่อต้องเดินไปรับพัสดุหน้าบ้านหรืออยู่ร่วมกับคนอื่นในครอบครัว
Slip to Sleep จึงปฏิวัติชุดนอนด้วยการออกแบบ padding 3 ชั้นหนาพิเศษที่ซ่อนเนียนไปกับตัวเสื้อ ทำหน้าที่ปกปิดรอยจุกได้อย่างแนบเนียนโดยไม่ต้องใส่บราซ้อนด้านใน ผสานกับเนื้อผ้า Tencel คุณภาพสูงที่นุ่มและระบายอากาศได้ดี ช่วยให้ผู้หญิงทิ้งความอึดอัดไว้ข้างหลังได้ทันทีที่ถึงบ้านโดยไม่ต้องพะวงสายตาใคร
ลองจินตนาการถึงวันที่เราไม่ต้องรีบวิ่งไปคว้าเสื้อคลุมมาใส่ทับเพียงเพื่อจะเดินไปเปิดประตูบ้าน หรือไม่ต้องทนร้อนใส่บรานอนเพื่อให้ดูไม่ประหลาดในสายตาคนอื่น การแก้โจทย์ด้วยความหนาที่ ‘พอดี’ และเนื้อผ้าที่ ‘ใช่’ คือความใส่ใจที่เปลี่ยนให้ชุดนอนกลายเป็นเซฟโซนของร่างกายที่แท้จริง โดยไม่ต้องยอมแลกอิสรภาพกับความมั่นใจอีกต่อไป
2. Saneh บริการที่ช่วยให้ผู้หญิงและทุกคนที่ผมยาวประหยัดเวลาชีวิต


การสระผมและไดร์ผมให้สวยเป๊ะคือภาระที่ใช้เวลามหาศาลของผู้หญิงวัยทำงาน ในวันที่ตารางชีวิตแน่นเอี้ยด การต้องลงมือทำเองนอกจากจะเหนื่อยแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะไม่เป๊ะพอสำหรับงานสำคัญ แต่การเข้าซาลอนแบบรายครั้งก็คุมค่าใช้จ่ายและเวลาได้ยาก
แม้แบรนด์จะก่อตั้งโดยผู้ชาย แต่เพราะเสน่ห์ (Saneh) เข้าใจความต้องการนี้อย่างถ่องแท้ จึงบุกเบิกโมเดล Hair Wash & Blow Dry Subscription หรือระบบสมาชิกสระ-ไดร์รายเดือนที่ช่วยให้ผู้หญิงบริหารจัดการทั้งเวลาและงบประมาณความงามได้ เน้นความรวดเร็วและคุณภาพที่สม่ำเสมอในทุกครั้งที่เข้ารับบริการ เพื่อให้ผู้หญิงสวยพร้อมออกไปสู้กับงานได้ทุกวัน
เราอาจกล่าวได้ว่าสิ่งที่เสน่ห์มอบให้ไม่ใช่แค่ความสบายหนังศีรษะ แต่คือการ ‘ซื้อเวลา’ กลับคืนให้กับเหล่าผู้หญิงที่ต้องแบกความรับผิดชอบหลายอย่างในมือ ลดภาระทางใจและกายให้พวกเธอมีพลังไปโฟกัสกับเรื่องอื่นที่สำคัญกว่าในชีวิต
3. Pynpy’ ปฏิวัติวันนั้นของเดือนด้วยนวัตกรรมสิ่งทอ


ประจำเดือนมักมาพร้อมกับความกังวล ทั้งเรื่องการซึมเปื้อน ความอับชื้น และการต้องพกอุปกรณ์สุขอนามัยพะรุงพะรัง ซึ่งขัดขวางความคล่องตัวของผู้หญิงมาทุกยุคสมัย แถมขยะพลาสติกจำนวนมหาศาลจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้ยังเป็นภาระทางใจสำหรับคนที่อยากใช้ชีวิตแบบยั่งยืนและรักษ์โลก
Pynpy’ จึงใช้เทคโนโลยีสิ่งทอพิเศษสร้างสรรค์กางเกงในซับประจำเดือนที่ซึมซับได้ดีเยี่ยมแต่เบาสบายเหมือนใส่กางเกงในปกติ สามารถใส่แทนผ้าอนามัยได้เลย ซักและใช้ซ้ำได้นานกว่า 2 ปี
การมีกางเกงในที่ ‘ซับ-ซึม-ล็อก’ ได้ในตัวเดียว ช่วยทลายข้อจำกัดของผู้หญิงในวันมามากให้ออกกำลังกาย ทำงาน หรือนอนหลับได้แบบไร้กังวล เราไม่จำเป็นต้องหยุดกิจกรรมที่รักเพียงเพราะเป็นวันนั้นของเดือน และเรายังดูแลตัวเองไปพร้อมกับการดูแลโลกได้ด้วยสไตล์ที่ทันสมัย
4. Up & Under มั่นใจในรูปร่างแบบไม่ต้องทนรัดจนหายใจไม่ออก

ชุดกระชับสัดส่วนแบบเดิมมักถูกมองว่าเป็นอุปกรณ์ที่ต้องทนทรมานเพื่อให้ได้หุ่นที่สวยงามตามพิมพ์นิยม แถมเฉดสีในตลาดยังมักไม่เข้ากับผิวผู้หญิงเอเชีย ทำให้การแต่งตัวที่ควรจะสนุกกลับกลายเป็นเรื่องที่ต้องแลกมาด้วยความอึดอัดใจและอึดอัดกายทุกครั้งที่สวมใส่
Up & Under ลุกขึ้นมาแก้โจทย์นี้ด้วยแนวคิด Confidence with Comfort พัฒนาชุดกระชับสัดส่วนที่ใช้เทคโนโลยีผ้าไร้ตะเข็บที่ยืดหยุ่นสูงแต่เก็บทรงได้ดีเยี่ยม และมีเฉดสีนู้ดที่หลากหลายครอบคลุมโทนสีผิวสาวไทย เพื่อให้ใส่เสื้อผ้าออกมาแล้วดูเป็นธรรมชาติและเนียนไปกับผิวที่สุด
เมื่อความสวยไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวด ผู้หญิงก็จะเริ่มรักและภูมิใจในสรีระของตัวเองมากขึ้น การออกแบบที่แคร์ความรู้สึกของผู้สวมใส่เป็นอันดับหนึ่ง จึงไม่ใช่แค่การจัดระเบียบรูปร่างให้ดูดี แต่คือการเสริมสร้างความเชื่อมั่นที่ทำให้เรากล้าส่องกระจกแล้วยิ้มให้กับตัวเองได้อย่างเต็มที่ในทุกองศา
5. exciting store อุปกรณ์ออกกำลังกายที่ทำให้เรื่องเหนื่อยหน่ายกลายเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น


การจะลุกขึ้นมาออกกำลังกายหลังเลิกงานที่แสนเหนื่อยล้านั้นเป็นเรื่องยาก หากอุปกรณ์รอบตัวดูจืดชืดและไม่ได้สร้างแรงจูงใจที่มากพอ หลายคนพยายามหาทางออกด้วยการซื้อของใหม่ แต่เสื่อโยคะทั่วไปมักมีดีไซน์ที่เรียบง่ายเกินไปจนไม่ได้สร้างความรู้สึก ‘อยากใช้งาน’ หรือมอบสัมผัสที่พิเศษพอจะดึงดูดใจได้
exciting store จึงนำแรงบันดาลใจจากการท่องเที่ยวมาสร้างลวดลายสีสันสดใสบนเสื่อออกกำลังกายทั่วไป ถุงเท้า และดัมเบล เปลี่ยนอุปกรณ์กีฬาที่น่าเบื่อให้กลายเป็นงานศิลปะที่ชวนให้ตื่นเต้นทุกครั้งที่หยิบอุปกรณ์ออกมา เป็นการใช้ personality ของแบรนด์มาขับเคลื่อนให้คนอยากลุกขึ้นมารักตัวเอง
ความน่าสนใจคือการที่ลูกค้ากลายเป็นกระบอกเสียงให้แบรนด์โดยไม่ต้องจ้างรีวิว เพราะพวกเขาสัมผัสได้ถึงความใส่ใจในดีไซน์และคุณภาพที่แตกต่างไปจากท้องตลาด อุปกรณ์เหล่านี้จึงเป็นตัวแทนคอมมิวนิตี้ของคนที่หลงรักงานออกแบบและอยากเติมสีสันและความตื่นเต้นให้กับชีวิตที่วุ่นวายในทุกๆ วัน
ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ก่อตั้ง แต่ถ้าธุรกิจนั้นเริ่มจากความตั้งใจที่จะฟังและแก้ปัญหาให้ลูกค้าอย่างลึกซึ้ง ผลลัพธ์ที่ได้คือแบรนด์นั้นจะไม่ได้ขายแค่สินค้าที่เป็นเพียงวัตถุ แต่กลายเป็นแบรนด์ที่ขายนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนชีวิตของลูกค้าให้ดีขึ้นในทุกมิติ
สุขสันต์วันสตรีสากล