163
April 29, 2026

เปิดตัว ‘สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย’ ที่จะช่วยยกระดับมาตรฐาน และผลักดันคนทำงานให้เติบโตระดับสากล

“ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสคุยกับชาวต่างชาติมากมาย เขาบอกว่าประเทศไทยเป็นประเทศของครีเอเตอร์ ไม่ว่าจะแง่มุมไหนของสังคม เราจะเห็นคอนเทนต์เต็มไปหมด คนไทยสร้างสรรค์คอนเทนต์เก่งมากๆ” 

ขจร เจียรนัยพานิชย์ บรรณาธิการบริหาร RAiNMaker และ iCreator Community เริ่มต้นกล่าวถึงภาพรวมของวงการคอนเทนต์ครีเอเตอร์ อาชีพที่เรียกได้ว่าได้รับความนิยมในทศวรรษนี้ อันที่จริงต้องบอกว่า บทบาทนี้มีอิทธิพลต่อสังคมไทยมากขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่โซเชียลมีเดียเติบโตในทศวรรษที่ผ่านมา ยืนยันได้จากผลสำรวจกลุ่มบริษัท Adecco สอบถามเด็กไทยอายุ 7-14 ปี จำนวนกว่า 4,000 คน เมื่อปี 2020 แล้วพบว่า ‘ยูทูบเบอร์’ กลายเป็นอาชีพในฝันของเด็กไทยอันดับ 3 ไล่มาติดๆ กับอาชีพหมอและครู ทั้งยังแซงหน้าอาชีพนักกีฬาและทหารไปแล้ว

ผ่านมา 6 ปี คำว่ายูทูบเบอร์ก็เริ่มขยับขยายมาสู่ ‘คอนเทนต์ครีเอเตอร์’ จากการเติบโตของแพลตฟอร์มที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะ TikTok นั่นทำให้ ‘ตลาดครีเอเตอร์’ พุ่งทะยานอย่างรวดเร็วจนเกิด ‘เศรษฐกิจครีเอเตอร์’ ที่มีจำนวนกว่า 9 ล้านคน โดยมีคนที่มีอาชีพหลักเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์กว่า 2 ล้านคน ทำให้เกิดมูลค่าตลาดราว 45,000 ล้านบาทในปี 2568 พร้อมอัตราการเติบโตเฉลี่ย 25-30% ต่อปี อีกทั้งในยุคนี้ครีเอเตอร์ไม่ได้เป็นเพียงรูปแบบของการสื่อสาร แต่ภาคธุรกิจต่างเล็งเห็นความสำคัญในฐานะ ‘กลยุทธ์ธุรกิจ’ ที่ต้องการสร้างผลลัพธ์ทั้งเอนเกจเมนต์ กระแสไวรัล และความสัมพันธ์กับผู้บริโภคในระยะยาว

สะท้อนว่าครีเอเตอร์มีความสำคัญกับทุกภาคส่วนไม่น้อย ทว่าในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา เหล่าครีเอเตอร์ต่างต้องตอบคำถามมากมายถึงความมั่นคงในอาชีพไปจนถึงความน่าเชื่อถือต่อสาธารณะ ทั้งมาตรฐานการทำงาน แนวทางจริยธรรม และความโปร่งใส ท่ามกลางยุคที่เรามี AI สามารถสร้างข้อมูลเท็จขึ้นได้ง่ายดายกว่าเดิม

ในแง่ของสถาบันในสังคม ไม่ว่าจะเป็นราชการ องค์กรทางการเงิน องค์กรประกันสังคม หรือธุรกรรมต่างๆ ก็ยังไม่ได้ระบุอาชีพคอนเทนต์ครีเอเตอร์อย่างเป็นทางการ นำไปสู่ปัญหาที่คนทำงานสายนี้ไม่มีหลักประกันทางการเงินชัดเจน เช่น การขอสินเชื่อหรือที่อยู่อาศัย การขาดระบบสนับสนุนและแหล่งทุน ไปจนถึงข้อจำกัดทางกฎหมายที่ยังไม่คุ้มครองรูปแบบการทำงานในอุตสาหกรรมนี้ รวมทั้งช่องว่างด้านข้อกำหนดด้านมาตรฐานการทำงานและจริยธรรมที่ส่งผลต่อการรับรู้สาธารณะ รวมทั้งการทำงานร่วมกับแบรนด์ เอเจนซี และ ecosystem ที่กำลังเติบโต

นี่จึงเป็นที่มาให้เหล่าครีเอเตอร์ไทยรวมตัวกันเพื่อจัดตั้ง สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย (Thailand Content Creator Association: TCCA) เพื่อทำหน้าที่เป็น “สมาคมวิชาชีพ” และองค์กรกลางในการยกระดับมาตรฐาน สนับสนุน และการกำกับดูแลอย่างยั่งยืน เพื่อให้อุตสาหกรรมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ อินฟลูเอนเซอร์ และนักขายออนไลน์สู่ระดับนานาชาติ

“การจัดตั้งสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทยในครั้งนี้ เป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรมในระยะยาว เราเลือกทำหน้าที่เป็นองค์กรกลางในการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพ สร้างกรอบการทำงานร่วมกัน และเชื่อมโยงผู้เล่นใน ecosystem เพื่อให้การทำงานร่วมกันมีประสิทธิภาพมากขึ้นและลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในระบบ”

ขจร เจียรนัยพานิชย์ บรรณาธิการบริหาร RAiNMaker,  iCreator Community ผู้ได้รับเลือกให้เป็น ‘นายกสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย’ คนแรก กล่าวในการแถลงข่าวเปิดตัวสมาคมฯ ที่ SCBX ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ในวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา

“บทบาทของสมาคมฯ ไม่ใช่การควบคุมครีเอเตอร์ แต่คือการสร้างความชัดเจนให้กับอุตสาหกรรม ทั้งในด้านมาตรฐาน จริยธรรม และแนวปฏิบัติ เพื่อให้ครีเอเตอร์สามารถเติบโตในฐานะวิชาชีพ ขณะที่แบรนด์และเอเจนซีสามารถทำงานร่วมกับครีเอเตอร์ได้อย่างมั่นใจและวัดผลได้มากขึ้น” ขจรพูดย้ำเพื่อทำให้เห็นบทบาทของสมาคมฯ มากขึ้น 

การรวมตัวในฐานะสมาคมฯ เป็นการแก้ไขปัญหา 3 ด้านใหญ่ด้วยกันคือ หนึ่ง–หลักประกันอาชีพของคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ทั้งการสร้างสิทธิประกันพื้นฐาน การทำธุรกรรมร่วมกับธนาคารและประกันสังคม สอง–มาตรฐานการทำงานครีเอเตอร์ที่กำลังถูกตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือในสังคม ทั้งในแง่ของจริยธรรม ความโปร่งใส และแนวทางปฏิบัติงานที่มีมาตรฐาน สาม–การสร้างชุมชนครีเอเตอร์เพื่อไม่ให้ใครต้องโดดเดี่ยว และผลักดันให้ครีเอเตอร์ไทยก้าวสู่ระดับโลก​

“บทบาทของสมาคมในด้านการกำกับดูแลวิชาชีพ คือการสร้าง ‘มาตรฐานกลาง’ ที่ทุกภาคส่วนสามารถอ้างอิงร่วมกันได้ ทั้งด้านจริยธรรม ความโปร่งใส และแนวปฏิบัติในการทำงาน เพื่อสนับสนุนให้ครีเอเตอร์เติบโตในฐานะวิชาชีพ ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์ม แบรนด์ และผู้บริโภคสามารถทำงานร่วมกันบนความเชื่อมั่นที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่ข่าวปลอม คอนเทนต์จาก AI และกลโกงทางไซเบอร์ ส่งผลต่อระดับความไว้วางใจในสังคมในวงกว้าง” สุวิตา จรัญวงศ์ CEO & Co-founder, Tellscore ผู้มารับบทบาทในฐานะ ‘อุปนายกด้านจรรยาบรรณและการกำกับดูแลวิชาชีพสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย’ อธิบายจุดประสงค์ในการเปิดตัวสมาคมฯ ครั้งนี้

กล้า ตั้งสุวรรณ CEO & Co-founder, Wisesight (Thailand) และอุปนายกด้านการยกระดับครีเอเตอร์สู่สื่อสาธารณะสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย บอกเช่นกันว่า การยกระดับให้อาชีพคอนเทนต์ครีเอเตอร์อยู่ภายใต้มาตรฐานสมาคมฯ จะทำให้อาชีพนี้ก้าวเข้าสู่การเป็นสื่อสาธารณะที่มีเนื้อหาคุณภาพ โปร่งใส น่าเชื่อถือ มีความรับผิดชอบอย่างยั่งยืน ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้ภาคธุรกิจและแบรนด์ต่างๆ

“และที่สำคัญที่สุดคือการสร้าง ‘สังคมข่าวสารที่มีคุณภาพ’ ให้กับประชาชนไทย เพื่อให้คอนเทนต์ครีเอเตอร์เป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศได้อย่างแท้จริง” 

ในมุมคนทำงานจริงจาก อิสระ ฮาตะ ยูทูบเบอร์และผู้ก่อตั้ง RUBSARB แบ่งปันความคิดเห็นว่า การสร้างมาตรฐานกลางไม่ใช่แค่เรื่องจริยธรรมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงขอบเขตงาน การตั้งราคา หรือความเข้าใจระหว่างครีเอเตอร์กับแบรนด์ด้วย

สมาคมฯ แห่งนี้ประกอบไปด้วยเหล่าคนในแวดวงครีเอเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นเบียร์–ศรัญญู เพียรทำดี จากช่อง Buffalo Gag, ซอฟต์–รษิกา พาณีวงศ์ จากช่อง Softpomz, แพร–พิมพ์ลดา ไชยปรีชาวิทย์ จากช่อง pearishungry ฯลฯ รวมทั้งที่ปรึกษาอย่าง ป๋าเต็ด–ยุทธนา บุญอ้อม, วู้ดดี้–วุฒิธร มิลินทจินดา, หนุ่ย–พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์, วิชัย มาตกุล, เติ๊ด–ภูถิรพัฒน์ อ่องศรี ฯลฯ

สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทยยังต้องการเป็นตัวกลางในระดับอุตสาหกรรมเชื่อมโยงกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และแพลตฟอร์มดิจิทัล ผลักดันให้ครีเอเตอร์เป็นส่วนหนึ่งของนิเวศสื่อ และของโครงสร้างเศรษฐกิจประเทศ พร้อมทั้งสนับสนุนการส่งออกคอนเทนต์ไทยสู่ตลาดต่างประเทศ และสร้างโอกาสในการเติบโตในระดับสากลด้วย

นี่คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญของวงการครีเอเตอร์ที่จะช่วยยกระดับอาชีพและอุตสาหกรรมผู้ผลิตคอนเทนต์ให้มีมาตรฐาน จริยธรรม และความก้าวหน้าในระดับโลก

ติดตามข้อมูลต่างๆ ของสมาคมฯ ได้ที่ สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย – TCCA

Writer

ตอนเด็กๆ อยากทำงานเขียนเพราะชอบอ่านหนังสือ ตอนโตอยากทำงานเขียนเพราะต้องการเงิน

Illustrator

บรรณาธิการศิลปกรรม Email: [email protected]

You Might Also Like