นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้คุกกี้

บริษัท ทุนดี จำกัด (“บริษัท”) มีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์เพื่อรับประกันการให้บริการของเว็บไซต์ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทรับประกันว่าจะใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎ หมายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการใช้คุกกี้บางประเภทที่อาจดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก ทั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ บริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและตกลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์นี้... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

Marketrends

รู้จัก Marketing 6.0 การตลาดในยุคไร้เส้นแบ่ง จากเวที Digital SME Conference Thailand 2023

โลกกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว นำมาซึ่งพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค ดังนั้นการทำตลาดจึงต้องปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์ โดยเฉพาะในโลก Metaverse ที่เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตคนมากขึ้นเรื่อยๆ อันจะทำให้เส้นแบ่งระหว่างโลกออนไลน์กับออฟไลน์เลือนรางไปทุกที

ผศ. ดร.เอกก์ ภทรธนกุล เล่าบนเวทีในงาน Digital SME Conference Thailand 2023 ว่าการตลาดยุคต่อไปต้อง ‘Forget the Line’ หรือให้ลบลืมเส้นแบ่งไปได้เลย เพราะในอนาคตจะไม่มีเส้นแบ่งระหว่างการซื้อสินค้าออนไลน์หรือออฟไลน์อีกต่อไป ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเรากำลังเข้าสู่ยุค Marketing 6.0

เพื่อให้เข้าใจจุดเริ่มต้นของ Marketing 6.0 มาย้อนดูแนวคิดของหลักการตลาดตั้งแต่ 1.0 กันก่อน

  • Marketing 1.0 – Product Centric เน้นสินค้า การผลิตสินค้าให้มีคุณภาพ ตามความเชื่อที่ว่า สินค้าดี ยังไงก็ขายได้
  • Marketing 2.0 – Customer Centric ผลิตสินค้าโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง มีการค้นหาว่าลูกค้าชอบอะไร ต้องการอะไร แล้วค่อยผลิตสินค้า
  • Marketing 3.0 – Human Centric ให้ความสำคัญกับความเป็น ‘มนุษย์’ เป็นการทำธุรกิจโดยมีจริยธรรม ตอบแทนสังคมและสิ่งแวดล้อม 
  • Marketing 4.0 – Traditional to Digital การตลาดที่เอาเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วย เพื่อให้เข้าถึงลูกค้ามากยิ่งขึ้น 
  • Marketing 5.0 – Technology for Humanity เป็นการรวมแนวคิดของ Marketing 4.0 เข้ามาด้วย มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการทำตลาด (MarTech) เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า และทำให้สังคมดีขึ้น
  • จนมาถึง Marketing 6.0 ที่ ดร.เอกก์บอกว่า ต้อง ‘forget the line’ ทุกวันนี้ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งเป็นเรื่องที่เราคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว ทั้งการทำ SEM, SEO, Online Ads, Re-Targeting ฯลฯ แต่วันนี้การตลาดออนไลน์จะถูกผูกเข้ากับ Metaverse จึงเกิดเป็น Marketing 6.0 ที่มีแนวคิดว่าด้วย Metaverse Marketing 

ความหมายของ Metaverse ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยีหรือโลกเสมือน แต่หมายถึง ‘Omnichannel (การตลาดหลายช่องทาง)’ ที่ผสานทุกช่องทางเข้าด้วยกันโดยไม่มีเส้นแบ่ง แบรนด์จึงแทบไม่ต้องสนใจเลยว่าทำการตลาดออนไลน์หรือออฟไลน์  ท่องให้ขึ้นใจเลยว่า Forget the Line ทุกช่องทางมีการเชื่อมโยงกันโดยไม่สะดุด

‘Offline in Online, Online in Offline’

ดร.เอกก์ได้อธิบายคอนเซปต์ของ Marketing 6.0 ไว้ว่า จากเดิมโลกธุรกิจแบ่งเป็นออฟไลน์และออนไลน์เมื่อเป็น Metaverse Marketing กลายเป็น Offline in Online, Online in Offline มีความทับซ้อนกันจนแยกไม่ออก 

Metaverse ในมิติของการตลาดจึงเป็นการนำออฟไลน์มารวมกับออนไลน์ เช่น ในโลกความจริงเราซื้อเสื้อผ้าออนไลน์ ก็จะได้รับสินค้าส่งตรงถึงบ้าน แต่ในโลก Metaverse อาจเป็นการซื้อเสื้อผ้าออนไลน์ เพื่อให้ Avatar ของเราใส่ในโลกเสมือน โดยมีราคาเท่ากับหน้าร้าน

หรือแม้แต่วงการความงามก็นำเทคโนโลยี AI/VR มาใช้ เช่น เมื่อคุณไปเคาน์เตอร์เครื่องสำอางเพื่อซื้อลิปสติก ทางร้านได้นำเทคโนโลยี VR มาใช้ที่เคาน์เตอร์ เพื่อให้ลูกค้าได้เทสต์สีลิปสติกที่เหมาะกับตัวเอง เพราะแบรนด์เข้าใจดีว่าการทาแล้วลบบ่อยๆ ไม่เป็นผลดี หรือการทดลองสีบนข้อมือก็ไม่สะดวก เมื่อคุณได้ลิปสติกที่ต้องการ ก็สั่งซื้อผ่านระบบออนไลน์ที่เคาน์เตอร์ และเมื่อชำระเงินเรียบร้อย พนักงานจะนำลิปสติกที่คุณสั่งซื้อมาให้ ถ้าเป็นแบบนี้เราก็แยกไม่ออกแล้วว่าเป็นออนไลน์หรือออฟไลน์ 

5 เทคโนโลยีที่นักการตลาดต้องเรียนรู้
และทำความเข้าใจ Marketing 6.0

  • Internet of Think (IoT) มีหน้าที่ประมวลข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการทำ CRM (ระบบการจัดการลูกค้าสัมพันธ์) หรือประยุกต์ใช้กับส่วนอื่นๆ 
  • AI (artificial intelligence) การใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานและการใช้ชีวิต เช่น ChatGPT, การสั่งงานด้วยเสียง, อุปกรณ์สมาร์ตโฮม เป็นต้น
  • 3D Asset เป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยในการออกแบบกลยุทธ์หรือสินค้าที่อยู่ในโลกเสมือนจริง ซึ่งไม่จำเป็นต้องผลิตหรือขายได้จริง แต่ต้องเป็นสินค้าที่เปลี่ยนมุมคิดของธุรกิจนั้นๆ หรือเป็นธุรกิจใหม่
  • Blockchain เป็นเทคโนโลยีที่นำมาใช้เพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหล จัดเก็บและดูแลข้อมูล
  • AR/VR เทคโนโลยีเชื่อมโลกเสมือนเข้าด้วยกัน เป็นอุปกรณ์ในการป้อนข้อมูลผ่านทาง AR หรือ VR เช่น Apple Vision Pro หรือ VR Headset ต่างๆ

นอกจาก 5 เทคโนโลยีดังกล่าวแล้ว การตลาดในยุคไร้เส้นแบ่ง Metaverse Marketing ต้องให้ความสำคัญกับ Seamless Experience หรือการออกแบบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้า ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ 

แม้ Marketing 6.0 จะฟังดูเป็นเรื่องซับซ้อนสำหรับบางคน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าในวันหนึ่งเราจะเข้าสู่ยุค Marketing 6.0 เต็มตัว การได้รู้ทิศทางลมเป็นสัญญาณที่บอกให้รู้ว่าโลกธุรกิจกำลังเปลี่ยนไป ผู้ที่อยู่รอดต้องปรับตัวทัน และเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างความยั่งยืนให้ธุรกิจ

Writer

นักเขียนที่สนใจเรื่องธุรกิจ การตลาด และความเป็นไปในสังคม

You Might Also Like