การเดินทางของคนจีนช่วงตรุษจีน

มองกระแสชาวจีนอพยพครั้งใหญ่ช่วงตรุษจีน สูงเป็นประวัติศาสตร์กว่า 9,000 ล้านทริป

ภาพของชาวจีนที่เนืองแน่นในสนามบิน สถานีรถไฟ หรือแหล่งท่องเที่ยวในประเทศหรือนอกประเทศจำนวนมาก เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สะท้อนถึงการฟื้นตัวของวิกฤตเศรษฐกิจที่จีนกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ 

เป็นเรื่องปกติที่พบเห็นได้ในช่วงตรุษจีนของทุกปี นักวิเคราะห์หลายสำนักคาดการณ์ว่าในเดือนกุมภาพันธ์เศรษฐกิจจีนจะกลับมาฟื้นตัวต้อนรับปีมังกรได้อีกครั้ง สำหรับคนไทยเราอาจหยุดแค่ 3-5 วัน แต่สำหรับคนจีนที่เฉลิมฉลองเทศกาลชุนหยุนหรือตรุษจีนที่ยาวต่อเนื่องถึง 40 วัน สำหรับปีนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม – 5 มีนาคม ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เดินทางกว่า 189 ล้านคนเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 19.7% ถือเป็นการอพยพผู้คนครั้งใหญ่ที่สุดในโลก 

และหากถามว่าใครขับเคลื่อนการเดินทางครั้งนี้ แน่นอนว่าเป็นกลุ่มคนวัยรุ่น และคนทำงานที่ต้องการใช้วันหยุดเพื่อพักผ่อน กลับถิ่นฐานบ้านเกิด ซึ่งนับเป็น 2 ใน 3 ของนักเดินทางทั้งหมดในช่วงตรุษจีนปีนี้

โดยเมืองที่เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมในปีนี้คือ เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง เซินเจิ้น และกวางโจว นอกจากนี้เมืองฮาร์บินซึ่งเป็นสถานที่จัดงานเทศกาลน้ำแข็งและหิมะนานาชาติก็เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่ได้รับความนิยมในปีนี้ 

ส่วนการเดินทางระหว่างประเทศ แม้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจะยังต่ำกว่าช่วงก่อนเกิดโควิด แต่ท่ามกลางแนวโน้มเศรษฐกิจที่อ่อนแอและความต้องการผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป การเดินทางครั้งนี้ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดี โดยเฉพาะหลังจากจีนบรรลุข้อตกลงฟรีวีซ่ากับหลายประเทศ ทำให้การท่องเที่ยวของจีนร้อนแรงที่สุดในรอบ 5 ปี

‘เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยืนหนึ่งพร้อมรับนักท่องเที่ยวจีน’

เมื่อเร็วๆ นี้จีนได้บรรลุข้อตกลงการยกเว้นวีซ่ากว่า 23 ประเทศ ทั้งมาเลเซีย สิงคโปร์ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ สเปน รวมถึงไทย และจากการสำรวจของ Global Times พบว่า สิงคโปร์และไทยเป็นประเทศแรกๆ ที่ชาวจีนอยากมาเพื่อสัมผัสธรรมชาติและประเพณีที่สวยงาม โดยเฉพาะหลังวันที่ 1 มีนาคมซึ่งเป็นวันแรกของการฟรีวีซ่าในไทย ทางศูนย์วิจัยกสิกรไทยจึงประเมินไว้ว่า ปีนี้นักท่องเที่ยวจีนจะมาไทยมากเป็นอันดับ 1 อาจมีจำนวนราว 5,200,000 คน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่มี 3,500,000 คน สำหรับมูลค่าการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนอาจยังไม่สามารถทดแทนช่วงก่อนโควิดได้ เพราะค่าใช้จ่ายในการเดินทางยังสูง 

ในขณะเดียวกันทางฝั่งสิงคโปร์ที่ฟรีวีซ่าให้ชาวจีนอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567 ที่กำลังจะมาถึง ทำให้จำนวนโรงแรมในสิงคโปร์ที่ถูกค้นหาและจองโดยชาวจีนเพิ่มขึ้นทันทีกว่า 340% ภายใน 1 ชั่วโมงหลังจากการประกาศนโยบายฟรีวีซ่า 

‘การเดินทางกระตุ้นเศรษฐกิจโลก’

โดยรวมแล้วตรุษจีนปีนี้จะมีการเดินทางสูงเป็นประวัติศาสตร์ถึง 9,000 ล้านทริป ซึ่งสูงกว่าปี 2566 เกือบ 2 เท่าที่มี 4,700 ล้านทริป เนื่องจากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาการเดินทางยังถูกจำกัดด้วยโรคระบาด สภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้ปีนี้ภาครัฐยื่นมือเข้ามาช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยว เพื่อสร้างแรงผลักดันในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งการสนับสนุนให้ประชาชนใช้จ่ายในท้องถิ่น หรือการเพิ่มจำนวนรถโดยสาร เที่ยวบิน และรถไฟเพื่อรองรับความต้องการที่มากขึ้น 

จากข้อมูลที่กล่าวไปข้างต้นทั้งหมด สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในไตรมาสแรก Cao Heping ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง คาดการณ์ว่าการใช้จ่ายในช่วงตรุษจีนจะช่วยกระตุ้นการเติบโตของ GDP ให้ประเทศได้มหาศาลในไตรมาสแรกซึ่งอาจเกิน 5.2%

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวยังมองว่า นักท่องเที่ยวจีนจะเป็นกุญแจสำคัญในการผลักดันการเติบโตธุรกิจท่องเที่ยวในปีนี้ จากข้อมูลข้างต้นเห็นได้ชัดว่าการเดินทางระหว่างประเทศจะเพิ่มขึ้น ซึ่งไม่ใช่แค่ช่วงตรุษจีน แต่ยังรวมไปถึงการจัดโอลิมปิก 2024 ณ ประเทศฝรั่งเศสที่จะเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคมนี้

สุดท้ายแล้ว ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แม้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนยังไม่กลับมาเต็มที่ แต่ชาวจีนส่วนใหญ่ยังมีความมั่นใจว่าเทศกาลตรุษจีนปีนี้จะเป็นการเริ่มต้นที่ดี ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกด้วย

ข้อมูลจาก

Writer

นักเขียนที่สนใจเรื่องธุรกิจ การตลาด และความเป็นไปในสังคม

Illustrator

บรรณาธิการศิลปกรรม ที่ชอบกินกาแฟดำเป็นชีวิตจิตใจ

You Might Also Like