นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้คุกกี้

บริษัท ทุนดี จำกัด (“บริษัท”) มีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์เพื่อรับประกันการให้บริการของเว็บไซต์ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทรับประกันว่าจะใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎ หมายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการใช้คุกกี้บางประเภทที่อาจดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก ทั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ บริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและตกลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์นี้... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

ทำไม 20 ตระกูลรวยสุดในเอเชียปีนี้ ไร้เงาตระกูลจีน และเศรษฐีอินเดียติดถึง 6 อันดับ

เว็บไซต์ Bloomberg จัดอันดับ 20 ตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในเอเชีย ประจำปี 2024 ความน่าสนใจของปีนี้อยู่ที่ตระกูลมหาเศรษฐีจากจีนได้หายไปจากลิสต์ ไม่ติดแม้แต่อันดับเดียว 

ในภาพรวม 20 อันดับของตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในเอเชียพบว่า 6 ใน 20 เป็นตระกูลจากอินเดีย นั่นหมายความว่าการกระจุกตัวของความมั่งคั่งและอำนาจในเอเชียกำลังเปลี่ยนไป เมื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนเริ่มชะลอตัว ที่ผ่านมาจีนเป็นประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียมานานหลายทศวรรษ และในปีนี้นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2020 ที่ตระกูลร่ำรวยจากจีนไม่ผิดโผ

แต่กลับเป็นอินเดียที่กำลังเคลื่อนไหวเพื่อแซงหน้าจีนอย่างรวดเร็ว และในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นอินเดียกลายเป็นตลาดหุ้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลกแซงหน้าฮ่องกง

‘เหตุใดเศรษฐกิจจีนจึงชะลอตัว’

นับตั้งแต่เกิดโควิดจนถึงช่วงโควิดซา ชาวจีนก็ยังไม่กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ โดยเฉพาะเรื่องการใช้จ่าย ที่คนส่วนใหญ่ไม่กล้าใช้เงิน ต้องการเซฟเงินในกระเป๋าให้มากที่สุด ซึ่งผิดจากหลักที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าชาวจีนที่อัดอั้นจากช่วงโควิดจะใช้เงินเต็มที่

นอกจากนี้ยังมีหลายปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจจีนชะลอตัว ทั้งในเรื่องของการส่งออก ความต้องการของสินค้าจีนทั่วโลกก็ลดลง ประเทศที่เป็นคู่ค้าลดการนำเข้าสินค้าจีน อัตราการว่างงานที่สูงเป็นประวัติการณ์  และมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในประเทศตกต่ำ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อความมั่งคั่งของตระกูลเก่าแก่ของจีน ทำให้หลายธุรกิจไม่ติดโผในปีนี้

‘อินเดียจะแซงจีนได้หรือไม่’

ปัจจุบันอินเดียขึ้นแท่นการเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกประมาณ 1,428 ล้านคน แซงหน้าจีนที่มีประชากร 1,425 ล้านคน และอินเดียเป็นประเทศที่มีคนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเกือบครึ่งของประชากรทั้งหมด (ประมาณ 714 ล้านคน) ซึ่งมากกว่าไทย 6 เท่า 

ด้วยตัวเลข GDP ในปี 2023 ที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 6.3% จนถึงปี 2030 ซึ่งนับว่าสูงที่สุดในกลุ่มประเทศสมาชิก G20 และธนาคารโลกคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจอินเดียจะโต 6.6% ซึ่งดีที่สุดในกลุ่มประเทศชั้นนำ นอกจากนี้อินเดียยังเป็นประเทศที่มีสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นมากถึง 106 บริษัท ถือเป็นประเทศที่มียูนิคอร์นมาเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากสหรัฐฯ และจีน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่อินเดียเป็นที่หมายปองของแบรนด์ต่างชาติมากมาย

อย่างไรก็ตาม จากการวิเคราะห์ของเว็บไซต์ Financial Review ระบุว่า อินเดียอาจไม่สามารถเป็นมังกรผงาดแบบจีนได้ในเร็วๆ นี้ เพราะมีข้อจำกัดในหลายด้านเรื่องการจ้างงาน สุขภาพ การศึกษา และอาหาร รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานซึ่งเมื่อเทียบกับจีน ที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ในขณะที่อินเดียยังต้องพึ่งพาภาคเอกชนเป็นหลัก

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจากศูนย์เฝ้าระวังเศรษฐกิจอินเดีย บอกว่า คนวัยทำงานส่วนใหญ่ (60%) ไม่ต้องการทำงาน และเข้าสู่ระบบการจ้างงาน เนื่องจากความล้มเหลวของนโยบายด้านการศึกษาที่ทำให้นักศึกษาจบใหม่ว่างงาน หรือไม่ได้งานตามความถนัด

เมื่อไหร่อินเดียจะแซงหน้าจีน?

มีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน เปิดเผยว่า อินเดียจะแซงจีนได้ในอีก 30 ปีข้างหน้ากว่าที่ขนาดเศรษฐกิจอินเดียจะแซงหน้าจีน และทางจีนเองก็พัฒนาอยู่ตลอดเวลา โดยจะเห็นได้จากการที่จีนก็พยายามเปลี่ยนภาพลักษณ์จากการเป็นประเทศที่ผลิตสินค้าเลียนแบบ เป็นประเทศเจ้าของเทคโนโลยีหรือนวัตกรรม เพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้าและบริการของตัวเอง

นอกจากนี้ยังมีเรื่องการปกครอง จำนวนประชากร และค่านิยมของคนจีนที่ทำงานหนักและทำอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นจุดแข็งที่ทำให้จีนแข่งขันกับสหรัฐฯ ได้

และในงานวิจัยดังกล่าว ยังยืนยันอย่างหนักแน่นว่าการที่อินเดียจะแซงหน้าจีนเป็นไปได้ยากมากๆ หรือถ้าเป็นไปได้จริง ก็อาจไม่ใช่เร็วๆ นี้

สำหรับผลการจัดอันดับ 20 ตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในเอเชีย พบว่า ตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในเอเชียอันดับ 1 ตกเป็นของตระกูลอัมบานี (Ambani) จากอินเดีย เจ้าของเครือข่ายธุรกิจ Reliance Industries ที่กระจายอยู่ในหลายอุตสาหกรรมทั้งธุรกิจปิโตรเคมี โรงกลั่นน้ำมัน โทรคมนาคม เครือข่ายมือถือ ค้าปลีก และบริษัทด้านสื่อและโฆษณา ที่มีมูลค่าทรัพย์สินรวมกว่า 102.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ  

อันดับ 2 คือ ตระกูลฮาร์โตโน่ (Hartono) จากอินโดนีเซีย ผู้ผลิตบุหรี่รายใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย และยังลงทุนในธนาคารกลางแห่งเอเชีย มีมูลค่าทรัพย์สินรวม 44.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

อันดับ 3 คือ ตระกูลมีทรี (Mistry) จากอินเดีย เจ้าของบริษัท Shapoorji Pallonji Group ที่ลงทุนในหลายธุรกิจ โดยเฉพาะวิศวกรรมและก่อสร้าง อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งในการก่อสร้างธนาคารกลางอินเดียในมุมไบ และพระราชวัง Al Alam สำหรับสุลต่านแห่งโอมาน มีมูลค่าทรัพย์สินรวม 36.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

อันดับ 4 คือ ตระกูล Kwok จากฮ่องกง ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในฮ่องกง มีมูลค่าทรัพย์สินรวม 32.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ 

อันดับ 5 คือ ตระกูลเจียรวนนท์ จากไทย เจ้าของกลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี ที่ครอบคลุมธุรกิจหลากกลุ่ม ทั้งอาหาร ค้าปลีก และโทรคมนาคม  มีมูลค่าทรัพย์สินรวม 31.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในส่วนของรายละเอียดอื่นๆ ดูได้จากลิงก์นี้ www.bloomberg.com/features/asia-richest-families-2024-list

จากลิสต์ดังกล่าวจะเห็นได้ชัดเจนว่า ขั้วมหาอำนาจของเอเชียที่มาแรงในปัจจุบันคือ อินเดีย ที่กำลังเร่งเดินหน้า ขับเคี่ยวมูลค่าเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธว่าจีนยังเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอิทธิพล เพียงแค่ตอนนี้ยังต้องรอเวลาฟื้นตัวให้กลับมาสดใสดังเดิม ซึ่งก็เป็นไปได้ว่าในปีต่อไปตระกูลที่ร่ำรวยจากจีนจะกลับมาติดอันดับอีกครั้ง

ข้อมูลจาก

Writer

นักเขียนที่สนใจเรื่องธุรกิจ การตลาด และความเป็นไปในสังคม

Illustrator

บรรณาธิการศิลปกรรม Email: y.pongtorn@gmail.com

You Might Also Like