Cullen Hateberry

‘บุดด้าอ้วน’, ‘ยุงอดิดาส’, ‘ปลานินจา’สำรวจปรากฏการณ์ด้อมใจฟู ของคัลแลน-พี่จอง

ถ้าตอนนี้คุณรู้จักคำว่า ‘บุดด้าอ้วน’, ‘ยุงอดิดาส’ หรือ ‘ปลานินจา’ บอกเลยว่าคุณโดนยูทูบเบอร์ชาวเกาหลีที่ชื่อคัลแลน และพี่จองตกเข้าด้อมใจฟูเรียบร้อยแล้ว

สำหรับใครที่ยังไม่เคยดูคลิปในช่อง Cullen HateBerry เราขอแนะนำสั้นๆ ว่าเป็นยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยว ที่เน้นเที่ยวในจังหวัดต่างๆ ของประเทศไทย โดยมี host หลัก 2 คนคือ คัลแลน (พัค กีดึก) และพี่จอง และบางอีพีก็มีเพื่อนๆ น้องๆ มาร่วมแจมด้วย ปัจจุบันช่อง Cullen Hateberry มีผู้ติดตามกว่า 1.5 ล้านคน ในแต่ละคลิปมียอดวิวทะลุ 1 ล้านวิวในเวลาอันรวดเร็ว และมีเอนเกจเมนต์กว่า 20 ล้านครั้ง

จากปรากฏการณ์ดังกล่าว ทำให้พวกเขาถูกทาบทามจากกรมอุทยานแห่งชาติฯ ให้เป็นพรีเซนเตอร์การท่องเที่ยว ซึ่งทั้งสองคนก็ยินดีและไม่คิดค่าตัวใดๆ และยังได้ร่วมงานกับ Samsung ในแคมเปญล่าสุด

หากใครที่ติดตามคลิปแรกๆ จะเห็นว่าคัลแลนไม่ได้เริ่มต้นจากคลิปท่องเที่ยว แต่จะเน้นคลิปที่พูดถึงการใช้ชีวิตในเมืองไทยมากกว่า และพูดภาษาเกาหลีเป็นหลัก นั่นหมายความว่ากลุ่มเป้าหมายของช่องคือ คนเกาหลี

‘นำเสนอมุมมองใหม่ๆ ในการท่องเที่ยว’

เมื่อเวลาผ่านไปหนุ่มเกาหลีรายนี้ก็เริ่มแกร่งกล้ากับการใช้ภาษาไทยมากขึ้น จนทำให้เขาตัดสินใจทำคลิปโดยใช้ภาษาไทยเป็นหลัก ซึ่งการเดินทางในแต่ละทริปก็น่าสนใจอย่างมาก เพราะคัลแลนมักไปตามลำพัง เช่ารถมอเตอร์ไซค์ เน้นเที่ยวเมืองรอง ซึ่งบ่อยครั้งก็เป็นการเดินทางที่ไม่มีการวางแผน จองโรงแรมหน้างาน ทำให้คนดูอย่างเราได้สัมผัสถึงประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ไม่เคยทำมาก่อน

ในส่วนของการเลือกสถานที่ สำหรับคนไทยถ้าอยากเที่ยวในประเทศก็คงหนีไม่พ้นเมืองใหญ่อย่างเชียงใหม่ กระบี่ หรือภูเก็ต แต่คัลแลนก็จะเลือกจังหวัดที่คนไม่ค่อยนึกถึง เช่น บึงกาฬ สุรินทร์ บุรีรัมย์ หรืออุบลราชธานี เป็นต้น บางจังหวัดก็เป็นเมืองรองที่คนส่วนใหญ่อาจไม่เคยไปหรือไม่คิดจะไป การที่ทั้ง 2 หนุ่มไปเที่ยว และถ่ายทอดประสบการณ์ต่างๆ ทำให้หลายคนเกิดคำถามว่านี่เป็นซอฟต์พาวเวอร์หรือไม่ เพราะเราดูแล้วก็อยากไปเที่ยวตาม ซึ่งไม่ใช่แค่คนไทย แต่คนเกาหลีเองก็ตามรอยพวกเขา

‘คอนเทนต์ที่สะท้อนมุมมองต่อชาวต่างชาติที่เปลี่ยนไป’

มีหลายสำนักวิเคราะห์ว่าเป็นเพราะหน้าตาที่ดูดี คอนเทนต์สนุกดูได้ทุกเพศทุกวัย แต่ถ้ามองให้ลึกไปกว่านั้น ปรากฏการณ์คัลแลนและพี่จอง เป็นปรากฏการณ์ที่สะท้อนถึงมุมมองที่เปลี่ยนไปของสังคมไทยหลายประเด็น

อาทิ ประเด็นเรื่องความเปิดกว้างของสังคมไทยที่มีต่อชาวต่างชาติ ในอดีตชาวต่างชาติมักถูกมองว่าเป็นคนแปลกหน้า แต่ในปัจจุบันชาวต่างชาติได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย เห็นได้จากชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงาน ศึกษา หรือท่องเที่ยวในไทยเป็นจำนวนมาก ทำให้คนไทยเริ่มคุ้นชินกับชาวต่างชาติ นอกจากนี้ยังมีกระแสความนิยมทางวัฒนธรรม เช่น วัฒนธรรมเกาหลี ที่ส่งผลต่อการทานอาหาร ภาษา และการแต่งกายของคนไทย ยิ่งทำให้คนไทยเปิดรับวัฒนธรรมต่างชาติได้มากขึ้น

ต่อมาเป็นประเด็นความสนใจในเรื่องการท่องเที่ยว เนื่องจากตอนนี้ผู้คนเริ่มมองหามุมมองการท่องเที่ยวแบบใหม่ๆ ซึ่งคอนเทนต์ของคัลแลนและพี่จองก็เป็นตัวอย่างที่ดีในการนำเสนอมุมมองที่ต่างไป ส่วนหนึ่งเพราะคัลแลนนำเสนอในมุมมองของคนเกาหลีที่อาศัยอยู่ในไทยเป็นเวลานาน จึงมีความเข้าใจในวัฒนธรรมไทยเป็นอย่างดี เช่น การไปในสถานที่ที่นักท่องเที่ยวสวนใหญ่ไม่ไป อย่างถ้ำนาคา ที่บึงกาฬ ซึ่งเป็นที่ที่ได้รับความนิยมในหมู่คนไทย แต่สำหรับคนต่างชาติ ต่างศาสนา ต่างความเชื่อ จะไม่ค่อยมีคลิปในสถานที่แห่งนี้มากนัก การทำคลิปของคัลแลนและพี่จองจึงช่วยให้ผู้ชมต่างชาติเห็นประเทศไทยในมุมมองที่แตกต่างออกไปจากไกด์บุ๊ก

‘พูดไทยไม่เก่ง แค่สื่อสารได้ก็พอ’

ในส่วนของภาษาที่พูดผิดๆ ถูกๆ ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ทำให้คอนเทนต์แตกต่างจนกลายเป็นสิ่งที่หลายคนสนใจ โดยเฉพาะการเรียงรูปประโยค และคำศัพท์ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ เช่น “จริงๆ อร่อย” หรือ “บุดด้าอ้วน” ที่หมายถึง พระมหากัจจายนะ เป็นต้น ซึ่งแม้จะผิดรูปประโยคหรือเรียงคำไม่ถูกตามหลักไวยากรณ์ แต่ในมุมของคนฟังก็เข้าใจสิ่งที่พวกเขาต้องการสื่อสาร

อีกส่วนสำคัญที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ คลิปของคัลแลนและพี่จองไม่ใช้คำหยาบ จึงทำให้คลิปเข้าถึงง่าย และตอบโจทย์คนทุกเพศทุกวัย

‘เรื่องปกติของคนไทย กลายเป็นเรื่องแปลกใหม่ของต่างชาติ’

สำหรับคนไทย การเห็นช้างเดินอยู่ตามถนนอาจเป็นเรื่องปกติ แต่ในมุมของต่างชาติแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องปกติ ซึ่งรีแอ็กของคัลแลนและพี่จองเปรียบได้กับตัวแทนของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เห็นสิ่งแปลกใหม่และน่าสนใจเหล่านี้ คลิปท่องเที่ยวของคัลแลนและพี่จองจึงเปรียบเหมือนเป็นตัวแทนประสบการณ์ของคนที่อยากเที่ยว แต่ยังไม่ได้เที่ยว

นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ในการเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย ทำให้ผู้คนได้เห็นความสวยงามและเสน่ห์ของสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านั้นในมุมมองที่แตกต่างไปจากเดิม ส่งผลให้ผู้คนเกิดความสนใจและอยากที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น

‘ปลุกกระแสการท่องเที่ยว’

ด้วยบุคลิกที่สดใสและร่าเริงของทั้ง 2 คน ยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทย ซึ่งก็สะท้อนให้เห็นถึงอัธยาศัยไมตรีและความเป็นมิตรของคนไทย ทำให้นักท่องเที่ยวมีมุมมองที่ดีต่อประเทศไทยมากขึ้น เห็นได้จากยูทูบเบอร์เกาหลีที่มาเที่ยวภูกระดึงตามรอย หรือการซื้อพาสปอร์ตท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติหมด 90,000 เล่มอย่างรวดเร็ว

สำหรับภาพรวมการท่องเที่ยวในไทยนับตั้งแต่โควิดซาลง หลายภาคส่วนต่างคาดหวังให้ธุรกิจท่องเที่ยวของไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง แต่ในความจริงแล้วเวลานี้ภาคการท่องเที่ยวในไทยยังไม่ฟื้นตัว และเรายังต้องพึ่งพาเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวจำนวนมาก ต่างจากเกาหลีที่ตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมายังคงส่งออกวัฒนธรรม และคอนเทนต์ต่างๆ เราเสพสิ่งเหล่านี้ผ่านสื่อต่างๆ โดยไม่ต้องมีประสบการณ์จริง เมื่อเทียบกับบ้านเราการนำเสนอด้วยประสบการณ์จริงและภาพจริงยังมีผลอยู่

ซึ่งปรากฏการณ์คัลแลนและพี่จองมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยช่วยสร้างการรับรู้และความสนใจต่อการท่องเที่ยวไทยในวงกว้าง สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ประเทศ

จากปรากฏการณ์ดังกล่าว ต้องยอมรับว่าเวลานี้การเสพคอนเทนต์ท่องเที่ยวของคนไทยไม่ได้มองแค่ว่าผู้ดำเนินรายการต้องมีข้อมูลครบ รอบรู้ประวัติศาสตร์ หรือแน่นๆ อีกต่อไป การที่คัลแลนและเพื่อนๆ ได้รับความนิยมขนาดนี้ก็การันตีได้ชัดว่า ผู้ชมต้องการเนื้อหาที่จริงใจ นำเสนอด้วยมุมมองใหม่ เน้นความเรียล ความธรรมชาติที่ดูแล้วใจฟู แม้จะพูดผิด อธิบายผิดบ้างก็ไม่เป็นไร เพราะในมุมของการตลาด ความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ทำให้คอนเทนต์ไม่น่าเบื่อ และอยากติดตามอีพีต่อไป

ข้อมูลจาก

Writer

นักเขียนที่สนใจเรื่องธุรกิจ การตลาด และความเป็นไปในสังคม

Photographer

บรรณาธิการศิลปกรรม Email: [email protected]

You Might Also Like