นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้คุกกี้

บริษัท ทุนดี จำกัด (“บริษัท”) มีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์เพื่อรับประกันการให้บริการของเว็บไซต์ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทรับประกันว่าจะใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎ หมายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการใช้คุกกี้บางประเภทที่อาจดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก ทั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ บริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและตกลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์นี้... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

ศึกชิงบัลลังก์ต้นคริสต์มาสในสหรัฐฯ ‘ต้นจริง’ หรือ ‘ต้นปลอม’ ที่ครองใจตลาด

เมื่อเข้าสู่ช่วงเทศกาลคริสต์มาส หลายคนอาจนึกถึงความสวยงามของต้นคริสต์มาสที่ถูกประดับประดาไปด้วยของตกแต่งต่างๆ ทำให้ในช่วงคริสต์มาสธุรกิจการขายต้นคริสต์มาสมีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ โดยหนึ่งในประเทศที่มีมูลค่าธุรกิจขนาดใหญ่มากเป็นอันดับต้นๆ คือ สหรัฐฯ ที่มีการแข่งขันระหว่างต้นไม้จริงและต้นไม้ปลอม

ปัจจุบันมี 3 วิธีที่ชาวสหรัฐฯ จะหาซื้อต้นคริสต์มาสได้ คือการเข้าไปตัดในป่าสงวนแห่งชาติโดยมีค่าใช้จ่ายและเป็นพื้นที่ที่รัฐบาลกำหนด, การซื้อต้นไม้จากฟาร์มต้นคริสต์มาสในท้องถิ่นนั้นๆ และการซื้อต้นไม้ปลอมที่นำเข้าจากประเทศอื่นๆ 

สำหรับปี 2023 มีรายงานจาก American Christmas Tree Association ซึ่งเป็นสมาคมต้นคริสต์มาสในสหรัฐฯ เผยว่า 77% ของคนอเมริกันเลือกที่จะใช้ต้นคริสต์มาสปลอม เพราะเน้นเรื่องความสะดวกสบาย จัดเก็บง่าย และไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดเพลิงไหม้ในบ้าน

ปัจจุบันการใช้ต้นคริสต์มาสปลอมได้รับความนิยมมากขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 1990 และเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 2021 ซึ่ง 90% ของต้นคริสต์มาสปลอมที่นำเข้ามายังสหรัฐฯ มาจากประเทศจีน กัมพูชา และเม็กซิโก นอกจากนี้ ระหว่างปี 2000-2015 สหรัฐฯ ยังนำเข้าต้นคริสต์มาสจากแคนาดาเพิ่มขึ้น เฉลี่ย 2 ล้านต้นต่อปี และในปี 2022 นำเข้า 2.8 ล้านต้น 

‘การเดินทางของต้นไม้ปลอมจากประเทศจีนสู่สหรัฐฯ’

ในปี 2022 ต้นคริสต์มาสปลอมในสหรัฐฯ ส่วนใหญ่มาจากประเทศจีน มีการนำเข้ามากกว่า 20 ล้านต้นในปีเดียว ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2014 ที่นำเข้า 11 ล้านต้น นั่นหมายความว่าปริมาณการใช้ต้นไม้จริงลดลง มีข้อมูลที่น่าสนใจอีกอย่างสำหรับธุรกิจของตกแต่งคริสต์มาสคือ 90% ของการส่งออกต้นคริสต์มาสทั่วโลกมาจากจีน คิดเป็นมูลค่า 338,000 ล้านบาท โดยมีแหล่งค้าส่งอยู่ที่มณฑลเจ้อเจียง

เมื่อ demand สูง supply ก็ตามมา เป็นไปตามกฎอุปสงค์อุปทาน ทำให้ในช่วงปลายปี ราคาต้นคริสต์มาสปลอมในสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นทันที โดยเฉพาะสินค้าที่นำเข้าจากประเทศจีน ที่กำลังทำสงครามราคากับสหรัฐฯ และทำให้สินค้าจากจีนได้รับผลกระทบจากภาษีมากถึง 25%

ด้วยความที่ทุกวันนี้เทคโนโลยีทำให้ต้นคริสต์มาสปลอมมีความสมจริงมากขึ้น ต้นคริสต์มาสตามธรรมชาติจึงค่อยๆ ลดลงอย่างช้าๆ ในช่วง 40-50 ปีที่ผ่านมา ต้นคริสต์มาสจริงที่ขายในสหรัฐฯ มีจำนวนลดลง 34% จาก 19.3 ล้านต้นในปี 2541 เหลือเพียง 12.8 ล้านต้นในปี 2552 ส่วนหนึ่งมาจากระยะเวลาในการปลูกต้นคริสต์มาส 1 ต้นใช้เวลาเฉลี่ย 7 ปี บางครั้งอาจนานกว่า 10-15 ปี ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกต้นคริสต์มาสหันไปปลูกพืชผลอื่นๆ แทน หรือบางคนเลิกกิจการไปเลยก็มี

ขณะเดียวกันทิศทางการปลูกต้นสนก็ค่อยๆ ลดลง ระหว่างปี 2005-2020 จำนวนฟาร์มต้นสนในรัฐโอเรกอน ที่ซึ่งเป็นแหล่งผลิตต้นคริสต์มาสรายใหญ่ที่สุดคิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของประเทศ และยอดขายต้นคริสต์มาสในปี 2019 ลดลงจาก 1,590 ต้น เหลือเพียง 490 ต้น 

‘ต้นจริง-ต้นปลอม แบบไหนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่ากัน’

มีการถกเถียงเรื่องต้นคริสต์มาสระหว่างของจริงและของปลอม แบบไหนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่ากัน ซึ่งประเด็นนี้เป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงเป็นเวลานาน

Gary Chastagner ศาสตราจารย์ด้านพยาธิวิทยาพืชที่มหาวิทยาลัยแห่งรัฐวอชิงตัน เผยว่า การซื้อต้นคริสต์มาสปลอมสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ทุกปีก็จริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าต้นคริสต์มาสปลอมจะเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนที่สุด ขึ้นอยู่กับว่าผู้ใช้ดูแลรักษาดีแค่ไหน หรือในปีต่อไปคุณอาจต้องการต้นใหม่ที่ใหญ่หรือสวยกว่าเดิม 

มีงานวิจัยบอกว่า การใช้ต้นไม้ปลอมอย่างน้อย 10 ปีจะช่วยลดการเกิดคาร์บอนไดออกไซด์ได้เท่ากับการใช้ต้นไม้จริง 1 ต้น เพราะในกระบวนการผลิตต้นไม้ปลอมมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากมายทั้งในส่วนของการผลิตและการขนส่งระยะไกล และการนำต้นคริสต์มาสปลอมกลับมาใช้ซ้ำทุกปีนั้นสะดวกก็จริง แต่ไม่ใช่ทางเลือกที่ยั่งยืนที่สุด เพราะในกระบวนการผลิตต้นคริสต์มาสปลอม 1 ต้นจะทำให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์ 88 ปอนด์ (ประมาณ 39 กิโลกรัม)

นอกจากนี้เขายังกล่าวถึงการปลูกต้นคริสต์มาสจริงว่า จริงๆ แล้วต้นคริสต์มาสเป็นพืชผลทางการเกษตรที่หมุนเวียนได้ ควบคุมจำนวนการตัด และเปิดให้มีช่วงเวลาในการเก็บเกี่ยวในแต่ละปี จึงมั่นใจได้ว่าจะไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม และมีร้านจำหน่ายต้นไม้บางแห่งที่จัดส่งต้นคริสต์มาสไปพร้อมกระถางหรือห่อด้วยผ้ากระสอบเพื่อให้เจ้าของบ้านนำลงดินปลูกได้ทันที และหลายเมืองในสหรัฐฯ ก็มีโครงการรีไซเคิลต้นคริสต์มาส โดยการตัดแต่งต้นไม้ให้กลายเป็นวัสดุคลุมดินหรือส่งไปยังสวนสาธารณะต่างๆ ทั่วประเทศ 

หากถามว่าต้นไม้จริงหรือต้นไม้ปลอมดีกว่ากัน คำตอบนี้ขึ้นอยู่กับว่า คุณใช้ต้นคริสต์มาสปลอมกี่ครั้ง หากใช้อย่างน้อย 10-20 ปี ก็อาจช่วยลดการสร้างมลภาวะให้โลกได้เช่นกัน 

ข้อมูลจาก

Writer

นักเขียนที่สนใจเรื่องธุรกิจ การตลาด และความเป็นไปในสังคม

You Might Also Like