นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้คุกกี้

บริษัท ทุนดี จำกัด (“บริษัท”) มีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์เพื่อรับประกันการให้บริการของเว็บไซต์ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทรับประกันว่าจะใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎ หมายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการใช้คุกกี้บางประเภทที่อาจดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก ทั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ บริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและตกลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์นี้... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

The Ricing Star

‘ข้าวปลาวาฬ’ แบรนด์ข้าวไร้แป้งที่อยากให้คนไทยกินแซ่บได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรม

‘ข้าว’ คือหัวใจของมื้ออาหารไทย 

เราเติบโตมากับกลิ่นหอมของข้าวสุกใหม่ในทุกจาน และคุ้นเคยกับความนุ่มแน่นของมันเสมอ แต่เมื่อไลฟ์สไตล์เปลี่ยนไป ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น หลายคนต้องควบคุมแป้ง คำนึงถึงน้ำตาล หรือมองหาทางเลือกใหม่ที่ยังให้สัมผัสเหมือนเดิมโดยไม่ต้องละทิ้งความสุขในการกิน

หนึ่งในตัวเลือกที่น่าจับตาคือ ข้าวปลาวาฬ ข้าวคีโตไร้แป้งที่นุ่ม อร่อย และให้ประสบการณ์เหมือนข้าวจริง แม้เปิดตัวได้ไม่นาน แต่ข้าวปลาวาฬกลับได้รับความสนใจจากหลายหน่วยงาน ทั้งกรมทรัพย์สินทางปัญญา เวที Future Food โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม รวมถึงสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ก็ให้ทุนพัฒนาสินค้าเพิ่ม  

สำหรับใครที่ยังสงสัยว่าข้าวปลาวาฬคืออะไร และทำไมมันถึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ วันนี้เราจะพาคุณมาทำความรู้จักกับ พีพี–พีรพงศ์ จิตต์วิวัฒน์ เจ้าของบริษัท เนรมิต ฟู้ดเทค จำกัด และผู้พัฒนาข้าวปลาวาฬ พร้อมเจาะลึกเบื้องหลังแนวคิดการสร้างผลิตภัณฑ์ที่เปลี่ยนมื้ออาหารให้เป็นทางเลือกที่ดีกว่าเดิม

ก่อนเริ่มธุรกิจนี้อย่างจริงจัง คุณสนใจเรื่องอาหารสุขภาพมาก่อนไหม?

ส่วนตัวผมไม่ได้อยู่ในสายอาหารสุขภาพโดยตรง แต่พาร์ตเนอร์ของเราทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหารคีโตอยู่แล้ว พอได้เข้ามาในโปรเจกต์นี้ ผมเริ่มเห็นโอกาสบางอย่าง เราสามารถทำอาหารที่ไร้แป้งและน้ำตาลได้จริง ซึ่งเป็นจุดที่สำคัญมาก เพราะหนึ่งในปัจจัยหลักของปัญหาสุขภาพในปัจจุบันคือระดับน้ำตาลในร่างกายที่สูงเกินไป และข้าวเป็นหนึ่งในอาหารที่ทำให้ระดับน้ำตาลพุ่งสูง

เมื่อศึกษาข้อมูลเชิงลึก ผมพบว่าตลาดอาหารสุขภาพเติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงเป็นโรค NCDs (Non-Communicable Diseases หรือโรคไม่ติดต่อ) เช่น เบาหวาน ความดัน และโรคหัวใจ ซึ่งมักเกิดจากพฤติกรรมการกินและภาวะน้ำหนักเกิน ที่น่าตกใจคือ ในประเทศไทย 5 ใน 10 คน หรือครึ่งหนึ่งของประชากรมีน้ำหนักเกิน และคาดการณ์ว่าภายในปี 2030 จะมีประชากรโลกที่มีภาวะอ้วนเพิ่มขึ้นอีก 1,900 ล้านคน

อีกสถิติที่ทำให้ผมตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาผลิตภัณฑ์นี้คือ โรค NCDs เป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตในประเทศไทย และหนึ่งในต้นเหตุสำคัญมาจากอาหาร เราเลยคิดว่า ถ้าเราสามารถทำผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้คนกินข้าวได้เหมือนเดิม โดยไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรม แต่ดีต่อสุขภาพขึ้น คงจะเป็นประโยชน์มากๆ

ทำไมต้องชื่อข้าวปลาวาฬ

เพราะเราชอบแนวคิดที่ว่า ‘ปลาวาฬไม่ใช่ปลา’ เหมือนกับที่ข้าวปลาวาฬไม่ใช่ข้าว แต่ให้สัมผัสเหมือนข้าวจริงๆ 

ตอนที่เริ่มเปิดตัว หลายคนสงสัยว่าสินค้าของเราทำจากเนื้อปลาวาฬหรือเปล่า หรือทำไมต้องใช้ชื่อนี้ ซึ่งกลายเป็นโอกาสให้เราได้อธิบายแนวคิดของผลิตภัณฑ์และแนะนำแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น สำหรับเราการได้รับคำถามเหล่านี้เป็นการเปิดโอกาสให้เราได้สร้างบทสนทนาและทำให้ผู้คนจดจำผลิตภัณฑ์นี้ได้ง่ายขึ้นมาก

อะไรคือความแตกต่างของข้าวปลาวาฬเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ทดแทนข้าวทั่วไป 

เราใช้เวลาพัฒนาประมาณ 3 ปีในการสร้างผลิตภัณฑ์นี้ สิ่งที่ท้าทายที่สุดคือการทำให้ข้าวปลาวาฬมี รูพรุน ที่ช่วยให้ซึมน้ำได้อย่างลงตัว ถ้าไม่มีรูพรุน ข้าวก็จะกินไม่อร่อย รสชาติและอรรถรสในการเคี้ยวจะไม่เข้าที่ ซึ่งนี่คือสิ่งที่เราต้องพิสูจน์ให้ได้ และเราก็ทำสำเร็จเหมือนปลาวาฬที่ไม่ใช่ปลาแต่ว่ายน้ำได้อย่างคล่องแคล่ว

ปัจจุบันบ้านเรามีผลิตภัณฑ์ทดแทนอาหารหลากหลาย แต่ถ้าพูดถึงความใกล้เคียงกับข้าวจริง เราอาจจะเป็นคนแรกเลย และตอนนี้เรากำลังพัฒนาเมนูอาหารพร้อมทาน เพื่อให้ผู้บริโภคสะดวกสบายที่สุด

โดยทั่วไปคนทำธุรกิจมักเริ่มต้นธุรกิจจากวัตถุดิบที่มีอยู่แล้ว เช่น มีสวนมะพร้าวก็แปรรูปผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว แต่คุณกลับคิดต่าง 

เพราะเราให้ความสำคัญกับมุมมองของผู้บริโภคมาก่อน เราคิดในฝั่งของผู้บริโภคที่คนชอบกินข้าวขาวเป็นเพราะให้ความรู้สึกอิ่ม แต่ปัญหาคือทำไมบางคนถึงเลี่ยงการกินข้าว ก็เพราะว่ายิ่งกินยิ่งอ้วน แป้งและน้ำตาลสูง 

แม้ว่าปัจจุบันจะมีการพัฒนาพันธุ์ข้าวที่มีแป้งและน้ำตาลต่ำ แต่เทกซ์เจอร์ก็ยังไม่เหมือนข้าวจริง เช่น ข้าวกล้องที่แม้จะมีประโยชน์แต่ก็มีจุดด้อยเรื่องการซึมน้ำที่ทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ เราจึงพยายามสร้างผลิตภัณฑ์ที่ให้สัมผัสเหมือนข้าวจริง เช่นเดียวกับเส้นหมี่ที่พัฒนาให้เหมือนของจริงจนคนกินแยกไม่ออก 

เวลาคนเข้ามาที่บูทของเราแล้วได้ลองชิม หลายคนรู้สึกเซอร์ไพรส์มาก และไม่มีใครรู้เลยว่าสิ่งที่พวกเขากินอยู่ไม่ใช่ข้าวสวยปกติ แต่เป็นข้าวปลาวาฬ นั่นเป็นสิ่งที่ยืนยันว่าเราสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้จริงๆ

พวกคุณเอาความกล้าต่างตรงนี้มาจากไหน  

ทีมพัฒนาของเรามีจุดเด่นตรงที่ไม่ได้มาจากสายอาหารโดยตรง พี่ป้อม หนึ่งในหุ้นส่วนของผม จบคอมพิวเตอร์ เรามองการพัฒนาสินค้าเหมือนการแก้โจทย์ ไม่ยึดติดกับกรอบเดิมๆ ทำให้กล้าคิดนอกกรอบ กล้าทดลองกับวัตถุดิบใหม่ๆ หลายอย่าง 

เช่นตอนแรกเราลองใช้เห็ด แต่กลิ่นไม่ผ่าน สุดท้ายเรามาลงตัวที่ไฟเบอร์สาหร่ายและโปรตีนปลาน้ำจืดซึ่งได้ อย.แล้ว ข้าวมีเม็ดใหญ่ ใกล้เคียงกับข้าวเสาไห้ มีความแข็งเล็กน้อย เหมาะกับทำข้าวต้มและข้าวผัด แต่พอเจอลูกค้าหลายกลุ่มพบว่าแต่ละกลุ่มมีความชอบข้าวไม่เหมือนกัน บางคนชอบข้าวแข็ง บางคนชอบข้าวนุ่ม

ตอนนี้เรายังพัฒนาสูตรที่สองที่เน้นความนุ่มเหมือนข้าวหอมมะลิ โดยใช้ฟักเขียวเป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งช่วยให้ข้าวนุ่มขึ้น ตอบโจทย์คนที่ชอบข้าวนุ่มและยังเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ทานวีแกน เพราะสูตรนี้ไม่ได้ใช้โปรตีนจากปลา กำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ครับ

นอกจากนี้เรายังทำงานร่วมกับนักโภชนาการและแพทย์ด้านเมดิคอล เพื่อให้แน่ใจว่าข้าวปลาวาฬตอบโจทย์สุขภาพจริงๆ จนสามารถนำไปใช้ในเมนูของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ได้ ซึ่งการเข้าไปอยู่ในโรงพยาบาลได้นั้น หมายถึงต้องผ่านเกณฑ์โภชนาการอย่างเข้มงวด

ผลตอบรับในการเปิดตัวช่วงแรกเป็นยังไงบ้าง

เราเริ่มต้นจากการทดลองขายในตลาดคีโตแบบโฮมเมด กลุ่มลูกค้าช่วงแรกๆ เป็นกลุ่มคนที่ใส่ใจสุขภาพและมีความต้องการเฉพาะทาง ผลตอบรับวันแรกๆ ต้องบอกตรงๆ ว่ายังไม่ดีเท่าไหร่ ข้าวแฉะกินไม่ได้ เราต้องทิ้งวัตถุดิบไปเป็นตันๆ เพื่อทดลองและปรับปรุงสูตรกว่าจะได้เนื้อสัมผัสที่ใกล้เคียงข้าวจริง

ปัจจุบันเรายังคงเน้นการขายปลีกเป็นหลัก และยังไม่ได้เข้าสู่โมเดิร์นเทรด เรากำลังพัฒนาแพ็กเกจจิ้งใหม่ และขยายช่องทางการขาย ล่าสุดเราได้จับมือกับร้านโอบองแปงกว่า 70 สาขาทั่วประเทศ ผ่านการพัฒนาเมนูที่ใช้ข้าวปลาวาฬแทนข้าวธรรมดา เพื่อให้เข้าถึงคนทั่วไปได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้เราพบว่าข้าวปลาวาฬไม่ใช่แค่สำหรับสายคีโต แต่ยังช่วยผู้ป่วยเบาหวานกว่า 5 ล้านคนในไทยให้กินข้าวได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำตาล นอกจากนี้ยังได้รับความนิยมในกลุ่มแม่และเด็ก โดยเฉพาะคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ต้องควบคุมน้ำตาลในช่วงไตรมาสสุดท้าย

เรียกว่ากลุ่มลูกค้ามีหลากหลายกว่าที่เห็น

ใช่ เพราะหลังจากเปิดตัวมา 6 เดือน เราได้รับความสนใจทั้งในและต่างประเทศ เพราะแนวคิดนี้ยังไม่มีใครเคยทำ หลายคนแปลกใจที่เราทำให้ข้าวไร้แป้งและน้ำตาลได้ แต่เราต้องการให้พวกเขา ได้สัมผัสรสชาติจริงๆ มากกว่าการเข้าใจแค่คอนเซปต์ ซึ่งเป็นเป้าหมายต่อไปของเราในการขยายตลาด

อย่างนั้นคุณมองว่ากลุ่มเป้าหมายหลักของข้าวปลาวาฬคือใคร 

ปัจจุบันเรามีลูกค้าเป็นสองกลุ่มหลัก คือกลุ่มคนที่มีปัญหาสุขภาพ ซึ่งต้องเลือกอาหารเพื่อสุขภาพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และกลุ่มที่เริ่มตระหนักว่าการลงทุนกับสุขภาพวันนี้ ดีกว่าจ่ายค่ารักษาพยาบาลในอนาคต

ที่น่าสนใจคือ คนรุ่นใหม่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะวัย 20+ เริ่มให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น เดี๋ยวนี้พวกเขาอ่านฉลากก่อนซื้อสินค้าเสมอ และกฎหมายก็ช่วยผลักดันเทรนด์นี้ อย่างภาษีน้ำตาลและภาษีโซเดียม ทำให้คนเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ซึ่งเข้ากับแนวทางของเราที่กำลังพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ให้ตอบโจทย์สุขภาพในอนาคต

นอกจากกลุ่มเป้าหมายหลัก เราก็มีแผนจะขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มอื่นๆ ด้วยการนำข้าวปลาวาฬไปคอลแล็บกับร้านอาหารเพื่อสุขภาพ และร้านอาหารทั่วไป เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงเมนูสุขภาพได้ง่ายขึ้น เช่น การนำเสนอเมนูข้าวต้มรอบดึกในร้านอิซากายะ เมนูรีซอตโต้ที่ร้านอาหารอิตาเลี่ยน เราจะเปลี่ยนเมนูไปเรื่อยๆ นอกจากนี้เรากำลังนำสินค้าเข้าไปในโรงพยาบาล เช่น บำรุงราษฎร์ และวิมุต เพราะการที่โรงพยาบาลซึ่งมีมาตรฐานสูงให้การยอมรับ จะช่วยให้ลูกค้ากล้าเปิดใจลองสินค้าเรา

ด้วยความที่สินค้าเรายังใหม่ สิ่งสำคัญคือต้องให้คนกล้าลอง การร่วมมือกับองค์กรที่ได้รับความเชื่อถือ ช่วยให้เราสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า นอกจากนี้เรายังเน้นสร้างแบรนด์โดยการร่วมงานกับร้านอาหารต่างๆ เราอยากให้เมนูสุขภาพไม่จำเป็นต้องอยู่แค่ในร้านสุขภาพ แต่อยู่ในร้านอาหารทั่วไปด้วย

หนึ่งสิ่งที่ทำให้หลายคนรวมถึงเรารู้จักข้าวปลาวาฬด้วยก็คือการทำคอนเทนต์ พวกคุณมองว่าคอนเทนต์สำคัญกับการทำธุรกิจยังไงในยุคสมัยนี้  

ถือเป็นหนึ่งในจุดแข็งเลยล่ะ โดยเฉพาะบน TikTok ที่มีคลิปไวรัลหลายคลิป แต่ต้องบอกว่าช่วงแรกมันไปในเชิงมีมมากกว่า คนงงว่าข้าวปลาวาฬคืออะไร? ทำมาจากเนื้อปลาวาฬจริงไหม?

เราทำคอนเทนต์ต่อเนื่องมากว่า 6 เดือน คนเริ่มรู้จักแบรนด์มากขึ้น โดยใช้ออนไลน์เป็นช่องทางหลัก และเน้นที่ความต่อเนื่อง ความขยัน และความชัดเจนของแบรนด์ ซึ่งต้องใช้ความอดทนมาก เพราะช่วงแรกแทบไม่มีใครรู้จักเลยแต่เมื่อเราสะสมฐานแฟนคลับไปเรื่อยๆ การตลาดแบบปากต่อปากก็เริ่มทำงาน ลูกค้าที่เคยลองแล้วชอบ ก็จะกลับมาซื้อซ้ำ หรือแม้เด็กมัธยมหรือประถมจะไม่ใช่กลุ่มลูกค้าหลัก แต่หลายคนจำเพลงโฆษณาของข้าวปลาวาฬได้ และส่งต่อข้อมูลไปสู่พ่อแม่หรือผู้ปกครอง ซึ่งช่วยขยายฐานลูกค้าได้ทางอ้อม

ส่วนถ้าถามว่าทำคอนเทนต์ยังไงให้คนจำได้ เราใช้กลยุทธ์ Testimonial เป็นหลัก คือการให้ลูกค้าจริงพูดถึงประสบการณ์หลังจากได้ลองชิม เพราะการโฆษณาโดยบอกว่าสินค้าดีหรืออร่อยเองอาจไม่มีน้ำหนักพอ แต่ถ้าลูกค้าพูดเองจะน่าเชื่อถือกว่า อีกอย่างคือเรากล้าลงคอนเทนต์ที่มีทั้งฟีดแบ็กดีและไม่ดี ช่วยให้เกิดการแชร์และเอนเกจสูง เพราะแตกต่างจากการตลาดแบบเดิมที่มักพูดถึงแต่ข้อดีของสินค้า

หลายคนอาจกังวลว่าการเปิดรับความคิดเห็นเชิงลบจะส่งผลเสียต่อแบรนด์ ผมมองว่าสิ่งสำคัญคือความจริงใจและความเรียล ถ้าพูดเกินจริงลูกค้าจะจับได้ การเปิดรับความคิดเห็นเชิงลบไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ถามว่ากลัวไหมถ้าการนำเสนอฟีดแบ็กที่ไม่ดีจะส่งผลเสียต่อแบรนด์ ต้องบอกว่าไม่กลัว เพราะเป็นฟีดแบ็กที่เราต้องนำมาปรับปรุง

แล้วคุณมองภาพรวมเทรนด์อาหารเพื่อสุขภาพเทรนด์ในปัจจุบันเป็นยังไง

ผมว่าหลังโควิดคนให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องการกินดี แต่เป็นเรื่องการสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายเลยครับ ตอนนี้ถ้าไปงานแสดงสินค้าต่างๆ จะเห็นคำว่า wellness แทบทุกงาน แม้แต่งานใหญ่อย่าง Osaka Expo หรือ THAIFEX ก็เน้นเรื่องสุขภาพกันหมด มันชัดเจนว่าเทรนด์นี้กำลังไปต่อ

ก่อนหน้านี้ plant-based มาแรงมาก แต่เริ่มลดความนิยมลงเพราะติดปัญหาเรื่องรสชาติและราคาสูง ที่สำคัญมันไม่ได้ตอบโจทย์สุขภาพแบบที่คนต้องการจริงๆ แต่ functional food กำลังมาแรง เพราะมันเป็นอาหารที่กินแล้วส่งผลดีต่อร่างกายโดยตรง ซึ่งผมมองว่าอาหารสุขภาพยุคนี้ไม่ใช่แค่ดีต่อสุขภาพอย่างเดียว แต่มันต้องอร่อยและสุขภาพดีด้วย เพราะถ้าไม่ คนกินครั้งเดียวแล้วเลิก

ณ ตอนนี้ คิดว่าความท้าทายในการทำธุรกิจของข้าวปลาวาฬคืออะไร

เราไม่เคยคาดคิดว่าตลาดจะเติบโตเร็วขนาดนี้ แผนเดิมของปีนี้คือการเปิดตลาดในไทยก่อน แล้วค่อยสร้างโรงงานภายหลัง แต่พอเปิดตัวจริงยอดขายกลับมาเร็วกว่าที่คาดไว้ ทำให้เราต้องเร่งจับมือกับพันธมิตรเพื่อผลิตสินค้าให้ทันกับความต้องการ

นอกจากนี้แผนขยายตลาดต่างประเทศที่เคยตั้งใจว่าจะเริ่มปีหน้ากลับเกิดขึ้นเร็วขึ้น เพราะมีโอกาสเข้ามามากกว่าที่คิด ทั้งจากกระแสตอบรับของตลาดและรางวัลต่างๆ ที่ได้รับ ทุกอย่างเกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว ถ้าเราไม่มีความอดทนและปรับตัวให้เร็ว ข้าวปลาวาฬอาจไปต่อไม่ได้

ในอนาคต คุณอยากให้ข้าวปลาวาฬเติบโตไปในทิศทางไหน

เป้าหมายของเราคือการเป็นผู้นำด้านอาหารที่ทำให้คนกินข้าวได้อร่อยและดีต่อสุขภาพเหมือนเดิม โดยไม่ต้องให้เปลี่ยนพฤติกรรมการกิน แค่คิดถึงอาหารที่ช่วยดูแลสุขภาพ ก็อยากให้คิดถึงข้าวปลาวาฬ

สำหรับตลาดต่างประเทศ เราตั้งเป้าที่จะเป็น SME ไทยที่เติบโตระดับโลก ปัจจุบันเรากำลังเจรจากับ Amazon เพื่อวางขายสินค้าในต่างประเทศ และมีหลายประเทศที่ให้ความสนใจติดต่อขอตัวอย่างเข้ามาแล้ว เชื่อว่าน่าจะเริ่มสร้างยอดขายจากตลาดต่างประเทศได้ภายในปีนี้

ในส่วนการเพิ่มโปรดักต์ใหม่ ก่อนที่เราจะเปิดตัวข้าวปลาวาฬจริงๆ เรามีสินค้าหลายตัวที่พร้อมจำหน่าย แต่เลือกเริ่มจากข้าวเพราะเป็นอาหารหลักของคนไทย สินค้าใหม่ที่เตรียมเปิดตัวเร็วๆ นี้จะเป็นกลุ่ม functional food ที่ช่วยให้คนกินอาหารอร่อยเหมือนเดิมแต่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น เช่น โจ๊กไร้แป้ง เส้นหมี่ ลอดช่อง และน้ำปลาโซเดียมต่ำ

สุดท้าย คุณคาดหวังให้ข้าวปลาวาฬเป็นยังไงในมุมมองของผู้บริโภค

ผมอยากให้ข้าวปลาวาฬเป็นแบรนด์ที่ทำให้อาหารสุขภาพไม่ใช่แค่ทางเลือกสุดท้ายของคนรักสุขภาพ แต่ควรเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่าย เพราะทุกคนล้วนหาเงินมาเพื่อใช้ชีวิตให้มีความสุข ไม่มีใครอยากกินแต่ยาไปตลอด การกินอาหารอร่อยและดีต่อสุขภาพคือสิ่งสำคัญ 

เราหวังว่าข้าวปลาวาฬจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้ผู้คนสามารถทานอาหารได้ตามปกติ และมีสุขภาพที่ดีไปพร้อมกัน

What I’ve Learned

1. “สิ่งสำคัญที่สุดคือการเข้าใจและให้ความสำคัญกับผู้บริโภค เราต้องคิดจากมุมมองของพวกเขาให้มากๆ เอาใจเขามาใส่ใจเรา คิดว่าผู้บริโภคต้องการอะไร มากกว่าคิดว่าเราจะขายอะไร เพราะสุดท้ายแล้วถ้าผลิตภัณฑ์ของเราตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า มันก็จะขายได้เอง”

2. “อย่ามองข้ามเรื่องสิทธิบัตรและลิขสิทธิ์ มีสินค้าหลายตัวที่คนไทยคิดค้นขึ้น แต่กลับถูกนำไปจดสิทธิบัตรในต่างประเทศ เพราะเราเองไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น ถ้าธุรกิจของเราจะเติบโตอย่างยั่งยืน เราต้องปกป้องไอเดียและทรัพย์สินทางปัญญาของตัวเอง”

Writer

นักเขียนที่สนใจเรื่องธุรกิจ การตลาด และความเป็นไปในสังคม

You Might Also Like