Wellness Trend 2026

เปิดเทรนด์ Wellness ในวันที่บ้านพัก การนอนหลับ การท่องเที่ยว และสมุนไพรไทยกลายมาเป็นเทรนด์ใหม่ในปี 2026

ภาพที่ผู้คนออกมาวิ่งกันตามสวนสาธารณะ แชร์เพซวิ่งกันเต็มโซเชียล แช่ไอซ์บาธ ฟังคลื่นเสียงบำบัดหรือ sound healing เป็นสิ่งที่ย้ำเตือนว่า wellness ไม่ใช่แค่กระแสที่มาแล้วหายไป แต่สะท้อนถึงความเป็นอยู่ที่ดีในทุกมิติ ทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม สติปัญญา การเงิน สิ่งแวดล้อม ไปจนถึงจิตวิญญาณ

ข้อมูลจาก Global Wellness Institute หรือ GWI ระบุว่า เศรษฐกิจ wellness ทั่วโลกในปี 2024 มีมูลค่า 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าในปี 2026 จะเติบโตเป็น 7.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อนที่ในปี 2029 จะขยับเข้าใกล้ 9.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เรียกได้ว่ามีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงกว่า 7.6% ต่อปี หรือสูงกว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกเลยทีเดียว

โดยเฉพาะกิจกรรม wellness ที่มีศักยภาพเติบโตโดดเด่นกว่าใครเพื่อน ได้ก้าวขึ้นมาเป็นเทรนด์ที่หลายธุรกิจสามารถนำไปปรับใช้ได้ผ่าน Recap ตอนนี้ที่เรารวบรวมมาให้ติดตามกัน

🏠 Wellness Real Estate เมื่อบ้านไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น

หลายปีที่ผ่านมาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้รับผลกระทบหนักจากพิษเศรษฐกิจ สวนทางกับข้อมูลจาก GWI ที่ได้ระบุว่าในช่วงปี 2024-2029 อุตสาหกรรม Wellness Real Estate มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 15.2% ต่อปี นับเป็นอัตราที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับทุกเซกเตอร์ในอุตสาหกรรม wellness นั่นก็เพราะว่าผู้คนไม่ได้มองว่าสุขภาพดีต้องเริ่มต้นที่ฟิตเนส ร้านสปา หรือในคลินิกอีกต่อไป แต่เริ่มต้นได้จากที่อยู่อาศัยของตัวเอง 

ไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโด โรงแรม หรือแม้กระทั่งในออฟฟิศ การส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีตั้งแต่เรื่องของดีไซน์ ไปสู่คุณภาพอากาศ สร้างพื้นที่สีเขียว และพื้นที่สร้างความสงบทั้งกายและใจ จะกลายเป็นพื้นที่อาศัยที่คนรุ่นใหม่ต้องการ และกลายเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่มีโอกาสเติบโตในระยะยาว

❤️ Mental & Sleep Wellness เมื่อสุขภาพใจและการนอนหลับ ช่วยดับความเครียดในชีวิต

เมื่อพูดถึงคำว่าสุขภาพดี ภาพที่แวบขึ้นมาอาจไม่ใช่แค่การออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรงเท่านั้น แต่ยังหมายรวมไปถึงสุขภาพใจที่แข็งแกร่ง แม้ในวันที่ต้องเผชิญกับความเครียดจากการงานและกิจวัตรประจำวัน ยิ่งในทุกวันนี้ที่ผู้คนรู้แล้วว่าสุขภาพดีเริ่มต้นจากการนอนหลับที่มีคุณภาพ

Mental & Sleep Wellness จึงมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 10.1% ต่อปี โดยมีธุรกิจยอดฮิตอย่างกิจกรรม mindfulness การใช้คลื่นเสียงบำบัดหรือ sound healing การใช้ aromatherapy หรือการบำบัดด้วยกลิ่นจากน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ ล้วนช่วยปรับสมดุลทางใจ ผ่อนคลายความเครียด จนนำไปสู่การนอนหลับอย่างมีคุณภาพ พร้อมใช้ชีวิตในวันต่อไปอย่างมีความสุข

🏞️ Wellness Tourism เมื่อการท่องเที่ยวไม่ใช่แค่ไปพักผ่อน แต่ต้องอัพเกรดตัวเองได้

ทุกวันนี้ผู้คนมองหาการท่องเที่ยวที่ทำให้สุขภาพดีขึ้น เพื่ออัพเกรดตัวเองให้เป็นคนที่ดีกว่าเดิมและเดินทางเพื่อยืดอายุ เช่น นั่งสมาธิท่ามกลางธรรมชาติ เข้าคลาสโยคะในรีสอร์ต ทำสปาในบรรยากาศแสนสงบ ทำให้ในปี 2025 มีจำนวนนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมากกว่า 580,000 คน และแต่ละคนยอมจ่ายเงินในแต่ละทริปสูงถึง 107,662 บาทต่อคนต่อทริป สูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปถึง 102.67% จึงเป็นโอกาสทองของโรงแรม รีสอร์ต สปา และคลินิกต่างๆ ในการออกแบบโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพื่อรองรับกลุ่มเป้าหมายนี้

🍃Traditional & Complementary Medicine เมื่อสมุนไพรและแพทย์แผนไทยได้รับความนิยมอีกครั้ง

ผู้คนหันมามองหาการดูแลสุขภาพจากธรรมชาติ เพราะเชื่อว่ามีความปลอดภัย และปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ทำให้สมุนไพรไทยและแพทย์แผนดั้งเดิมได้รับความสนใจในหมู่คนรุ่นใหม่และชาวต่างชาติมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับข้อมูลจาก T&CM คาดว่าตลาดนี้จะมีมูลค่า 756.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2026 และเติบโตเฉลี่ย 10.8% ต่อปี 

ถึงอย่างนั้น สมุนไพรที่นำมาใช้ก็ต้องมีงานวิจัยรองรับ ส่วนแพทย์แผนไทยก็ต้องมีการปรับให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เช่น การนวดไทย อาจทำงานร่วมกับนักกายภาพหรือรักษาอาการเจ็บปวดได้อย่างตรงจุดมากยิ่งขึ้น

เทรนด์เหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม wellness โดยตรง หรืออุตสาหกรรมอื่นๆ ก็สามารถหยิบยกไปใช้ได้เช่นกัน เพราะ wellness หรือสุขภาพดีแบบองค์รวม ไม่ใช่แค่ทางเลือกแต่เป็นเป้าหมายใหญ่ที่หลายคนตั้งใจทำ และยังเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั่วโลกอีกด้วย

ที่มา : 

Writer

นักเขียนที่อยากเปลี่ยนเรื่องธุรกิจให้เป็นเรื่องสนุก และมีแมวกับกาแฟช่วยฮีลใจในทุกวัน

You Might Also Like