The Little Prince Universe
การเดินทางของ ‘เจ้าชายน้อย’ และ 7 เคล็ดลับที่ทำให้วรรณกรรมเรื่องนี้ยังอยู่ในใจผู้คนตลอดกาล
ถ้าพูดถึงวรรณกรรมเยาวชนในดวงใจของคนทุกยุคทุกสมัย ชื่อของ ‘เจ้าชายน้อย’ หรือ The Little Prince โดย อองตวน เดอ แซ็งแตกซูว์เปรี นักเขียนชาวฝรั่งเศส น่าจะเป็นชื่อที่ใครหลายคนพูดถึง
เรื่องของนักบินคนหนึ่งที่เครื่องบินตกกลางทะเลทราย แล้วจู่ๆ ก็ไปพบกับเจ้าชายน้อย เด็กชายผมทองจากดาว B612 ผู้ท่องเที่ยวไปยังดวงดาวต่างๆ ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องราวเปี่ยมไปด้วยจินตนาการ ขณะเดียวกัน วรรณกรรมเยาวชนเรื่องนี้ก็ลึกซึ้งและสอดแทรกบทเรียนว่าด้วยชีวิต จนทำให้นักอ่านทั่วโลกยกให้เป็นหนังสือขึ้นหิ้ง แม้เวลาจะผ่านมานานกว่า 80 ปีนับตั้งแต่ได้พิมพ์ครั้งแรก
แต่สิ่งที่ทำให้เจ้าชายน้อยกลายเป็นวรรณกรรมอมตะไม่ได้มีเพียงเท่านั้น เพราะหากมองด้วยสายตาของคนทำธุรกิจ เจ้าชายน้อยนี่แหละคือตัวอย่างชั้นดีในการทำแบรนดิ้งให้น่าจดจำ และการต่อยอดวรรณกรรมสู่สินค้าไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันทำให้คนที่ชอบอยู่แล้วยิ่งรัก ทำให้คนที่ไม่รู้จักอยากติดตาม
กว่าจะดังแบบทุกวัน เจ้าชายน้อยผ่านการเดินทางอะไรมาบ้าง เราขอสรุปออกมาเป็น 7 ข้อนี้

1. เข้าถึงหัวใจคนได้ทั่วโลกด้วยการแปลเป็นภาษาต่างประเทศมากที่สุด เป็นรองแค่คัมภีร์ไบเบิล
นับจนถึงตอนนี้ เจ้าชายน้อยถือเป็นวรรณกรรมที่ถูกนำไปแปลเป็นภาษาต่างประเทศมากที่สุด (รองลงมาจากคัมภีร์ไบเบิล) เจ้าชายน้อยถูกแปลไปแล้ว 618 ภาษาอย่างเป็นทางการในปี 2025 ไหนจะมีภาษาถิ่นอีกมากมายที่เกินจินตนาการของเรา อย่างในไทยเองก็มีคนหยิบยกไปแปลเป็นภาษาล้านนา ภาษายาวี ไปจนถึงภาษาปกาเกอะญอ ทำให้ในทุกปี เจ้าชายน้อยหลากหลายภาษาเหล่านี้ขายได้มากกว่า 5 ล้านเล่มเลยทีเดียว
ยังไม่นับรวมความปังที่ว่า ไม่ว่าภาษาอะไร ผู้จัดพิมพ์ก็ขยันเข็นเจ้าชายน้อยออกมาให้นักอ่านเห็นตามชั้นหนังสือเสมอ บ้างจัดพิมพ์พร้อมสำนวนแปลใหม่ บ้างจัดพิมพ์พร้อมปกโดยนักวาดคนใหม่ บ้างก็จัดพิมพ์ในวาระพิเศษ อย่างในไทย สำนักพิมพ์ อ่าน๑๐๑ ก็เพิ่งออกเจ้าชายน้อยฉบับครบรอบ 80 ปี เฉลิมฉลองด้วยปกฝีมือนักวาดไทย Apolar เมื่อไม่นานมานี้เอง



2. ต่อยอดองค์ประกอบแสนอุ่นใจเป็นสินค้าและคอลแล็บกับแบรนด์ระดับโลก
หนึ่งในมนตร์วิเศษที่ทำให้ชื่อเจ้าชายน้อยยังเป็นที่รักของผู้คน คือการต่อยอด โดยเฉพาะการต่อยอดออกมาเป็นสินค้า merchandise มากมายโดย Le Petit Prince Licensing บริษัทแม่ผู้ถือครองลิขสิทธ์ของเจ้าชายน้อยเอง กว่า 30 ปีที่ผ่านมา พวกเขาผลิตสินค้าลิขสิทธิ์ของเจ้าชายน้อยออกมากว่า 10,000 รายการ มีตั้งแต่เกม ตุ๊กตา ไปจนถึงเครื่องเรือนเครื่องใช้ ซึ่งบริษัทแม่มีมาตรฐานที่จะควบคุมคุณภาพสินค้า เพื่อให้มั่นใจว่าแฟนๆ จะได้โปรดักต์ที่ดีที่สุด
ไม่เพียงเท่านั้น เจ้าชายน้อยยังเปิดช็อปออฟฟิเชียลของตัวเองในปารีส แถมยังเดินทางไปจับมือคอลแล็บกับแบรนด์เล็กใหญ่จากทั่วโลก ตั้งแต่ Funko Pop! แบรนด์อาร์ตทอยชื่อดัง, Moleskine แบรนด์เครื่องเขียนของคนเท่, แบรนด์รองเท้าสวย CAVAL, โรงแรมเชนใหญ่ Sofitel และอีกมากมาย เพื่อทำให้เจ้าชายน้อยกลายเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ อยู่ในชีวิตประจำวันของเราทุกคน

3. หยิบจับเรื่องราวคลาสสิก ดัดแปลงเป็นหนังดังที่ดูได้ไม่รู้เบื่อ
หนึ่งในสูตรของการต่อยอดวรรณกรรมคลาสสิกให้คนรู้จักและรักมันอยู่เสมอ คือการดัดแปลงสู่จอเงิน
เจ้าชายน้อยก็เหมือนกับหนังสือดังหลายเล่มที่ขายดีแล้วถูกหยิบมาทำเป็นหนัง ซึ่งข้อดีของการทำเป็นหนังก็คือ มันสามารถรีเมคได้เรื่อยๆ และตีความได้หลายครั้ง เจ้าชายน้อยเองก็เช่นกัน หนังเรื่องแรกที่พาเจ้าชายน้อยไปโลดแล่นบนจอใหญ่คือ The Little Prince ฉบับ live-action ที่มีคนแสดงจริง ออกฉายในปี 1974
แต่เวอร์ชั่นที่คนยุคนี้น่าจะคุ้นกันคือ The Little Prince ฉบับแอนิเมชั่นปี 2015 ที่สตูดิโอในฝรั่งเศสออกทุนสร้างเอง เวอร์ชั่นนี้ทำเงินเกือบร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นแอนิเมชั่นฝรั่งเศสที่ประสบความสำเร็จที่สุด
4. สร้างคาเฟ่และพิพิธภัณฑ์ให้นักอ่านแวะเวียนมาเยี่ยมเยือน
วรรณกรรมเรื่องนี้ดังแค่ไหน หนึ่งในตัวชี้วัดที่ใช้วัดได้ คือเจ้าชายน้อยมีพิพิธภัณฑ์และคาเฟ่ของตัวเอง และไม่ได้มีแค่แห่งเดียวเสียด้วย
The Morgan Library & Museum ที่นิวยอร์ก คือที่เก็บต้นฉบับดั้งเดิมของเจ้าชายน้อยที่อองตวน เดอ แซ็งแตกซูว์เปรี เขียนและวาดกับมือ ที่นั่นจึงจัดแสดงเวอร์ชั่นดิจิทัลของต้นฉบับเจ้าชายน้อย แถมยังมีวิดีโอของผู้เชี่ยวชาญมาวิเคราะห์ให้ฟังอีก
หากข้ามมายังฝั่งเอเชียบ้านเรา พิพิธภัณฑ์ที่หลายคนคุ้นหูอาจเป็น The Little Prince Museum ในเมืองฮาโกเน่ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งสร้างอาคารและจัดแสดงประติมากรรมเจ้าชายน้อย (น่าเสียดายที่ปัจจุบันปิดไปแล้ว) แต่แฟนๆ ไม่ต้องเสียดายไปหรอก เพราะเมื่อปี 2022 The Little Prince Musuem ก็เปิดสาขาใหม่ที่เกาะเจจู ประเทศเกาหลีใต้ จัดแสดงนิทรรศการ งานศิลป์ และประสบการณ์ immersive ของเจ้าชายน้อย ให้นักอ่านทั่วโลกได้แวะเวียนไปชม
หรือถ้าคนไทยคนไหนอยากไปใกล้หน่อย ที่บ้านเราก็มีคาเฟ่เจ้าชายน้อยที่ L’Envol Art Space ถนนสวนพลู เปิดต้อนรับทุกคนให้ไปจิบกาแฟ กินขนม เสพงานศิลป์ในร้านบรรยากาศสุดชิลล์ที่ตกแต่งด้วยธีมเจ้าชายน้อยได้เลย

5. เพิ่มความอินให้นักอ่านด้วยประสบการณ์เสมือนจริงผ่านนิทรรศการ Immersive
ถ้าหากคาเฟ่กับพิพิธภัณฑ์ยังไม่จุใจ ขอเชิญคุณไปร่วมสัมผัสประสบการณ์ด้านภาพ แสง สี เสียงของเจ้าชายน้อยในงาน The Little Prince Universe: an Immersive Journey
หลังจากเจ้าชายน้อยแวะเวียนไปจัดงาน Immersive มาแล้วหลายประเทศ ทั้งดูไบ ตุรกี เม็กซิโก และมาเลเซียจนมีผู้เข้าชมล้นหลาม ในที่สุด เจ้าชายน้อยก็เดินทางสู่กรุงเทพฯ บ้านเรา โดยเขาได้เนรมิตพื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตรให้กลายเป็นโลกที่ผสมผสานประสบการณ์ Digital Interactive Experience กับงานศิลปะที่จัดวางอย่างสวยงาม ให้ผู้เข้าชมมีส่วนร่วมได้อย่างสนุกสนาน ใครที่สนใจ ซื้อบัตรเข้าไปชมกันได้ที่ ICONSIAM ตั้งแต่ 24 มกราคมจนถึง 11 พฤษภาคมนี้เท่านั้น
6. ขยันจัดงานฉลองครบรอบเพื่อให้ชื่อ The Little Prince ยังก้องอยู่ในใจตลอดกาล
เจ้าชายน้อยถือเป็นวรรณกรรมที่จัดงานครบรอบได้ฉ่ำสุดๆ ไม่ว่าจะผู้ถือลิขสิทธิ์ สำนักพิมพ์ หรือแฟนนานุที่เป็นนักอ่าน จะปีไหนๆ ก็ขยันฉลองกันอย่างสม่ำเสมอ ในวันที่ 29 มิถุนายนของทุกปีคือวันเกิดของนักเขียน วันนี้จึงถูกยกให้เป็นวัน International Little Prince Day ที่แฟนๆ ทั่วโลกจะร่วมเซเลเบรตกันในวิธีต่างๆ ของตัวเอง
อย่างในปี 2023 บริษัทแม่ผู้ถือลิขสิทธิ์ก็เพิ่งฉลองอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการปล่อยตัวอย่างซีรี่ส์อนิเมชั่นเจ้าชายน้อย เปิดพิพิธภัณฑ์ที่เกาะเจจู เปิดขายอาร์ตทอย Funko Pop! เจ้าชายน้อย และสินค้าอื่นๆ อีกมากมาย
วิธีนี้เองทำให้ชื่อของเจ้าชายน้อยไม่เคยหายไป ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน

7. เนื้อเรื่องสุดคลาสสิกที่อ่านซ้ำกี่ครั้งก็ยังตรึงใจ
สุดท้ายแล้ว เหนือไปกว่าปัจจัยทั้งหมด สิ่งที่ทำให้ใครหลายคนรักเจ้าชายน้อยไม่ไปไหน คือเนื้อเรื่องที่แสนจะลึกซึ้งนี่แหละ
เจ้าชายน้อยเป็นวรรณกรรมสำหรับทุกเพศทุกวัย เต็มไปด้วยประโยคที่ลุ่มลึก น่าตีความ และทำให้เราอัศจรรย์ใจทุกครั้งที่กลับมาอ่านแล้วจะได้มุมมองใหม่ๆ กลับไปเสมอ โดยเฉพาะเหล่าคนที่ผ่านชีวิตมาแล้วประมาณหนึ่ง
เหมือนในประโยคสุดคลาสสิก ‘เราจะมองเห็นแจ่มชัดด้วยหัวใจเท่านั้น สิ่งสำคัญนั้นไม่อาจเห็นได้ด้วยดวงตา’ ภายใต้ลายเส้นน่ารักและเรื่องราวการเดินทางอันน่าทึ่ง หากเรามองลึกลงไป เจ้าชายน้อยสอนบทเรียนเกี่ยวกับมิตรภาพ ความรัก ความเหงา การสูญเสีย และทั้งหมดนั้นแหละคือชีวิต
อ้างอิง