นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้คุกกี้

บริษัท ทุนดี จำกัด (“บริษัท”) มีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์เพื่อรับประกันการให้บริการของเว็บไซต์ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทรับประกันว่าจะใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎ หมายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการใช้คุกกี้บางประเภทที่อาจดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก ทั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ บริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและตกลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์นี้... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

1298
September 3, 2022

AIS x Thai League X WMS

AIS X ไทยลีก กับเบื้องหลังภารกิจสร้างคุณค่า จาก E-Waste สู่เหรียญรางวัลเกียรติยศ

ด้วยปริมาณของ ‘ขยะอิเล็กทรอนิกส์’ หรือ E-Waste ที่เพิ่มขึ้นตามการเติบโตของเทคโนโลยี โทรศัพท์มือถือ แบตเตอรี่สำรอง หูฟัง สายชาร์จ กลายเป็นขยะหลังจากที่หมดอายุการใช้งาน และขยะเหล่านี้กำลังเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล โจทย์ใหญ่ในวันนี้จึงไม่ใช่แค่การทำรีไซเคิลอย่างถูกวิธี แต่ต้องไปเริ่มที่การสร้างความตระหนัก ความเข้าใจถึงผลกระทบของ E-Waste จนนำไปสู่การจัดการกับเรื่องนี้ได้อย่างถูกวิธี มากไปกว่านั้นคือการทำให้ทุกคนเห็นคุณค่าจากการทิ้งขยะ E-Waste ก็จะทำให้เกิดความยั่งยืนได้ในที่สุด

โดยหนึ่งในภาคธุรกิจแรกๆ ที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาด้าน E-Waste และได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องคือ AIS ทั้งการสื่อสาร สร้างความตระหนักรู้ ทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์เพื่อเพิ่มจุดรับทิ้งขยะตามสถานที่ต่างๆ และสร้างกระบวนการจัดการการรีไซเคิลอย่างถูกวิธีตามมาตรฐานสากล รวมถึงยังใช้แนวคิดใหม่ๆ เพื่อต่อยอดจากการทิ้งขยะธรรมดาๆ ให้มีคุณค่า

และโปรเจกต์ล่าสุดที่เป็นความร่วมมือระหว่าง AIS x Thai League X WMS คืออีกโปรเจกต์ที่สะท้อนความตั้งใจในการจัดการ E-Waste อย่างสร้างสรรค์

การคอลแล็บข้ามวงการระหว่าง ค่ายมือถือ, วงการกีฬาไทย และบริษัทกำจัดของเสีย เป็นการร่วมมือกันทำให้ขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นของเสียให้มีคุณค่าใหม่อีกครั้ง ภายใต้โปรเจกต์ที่ชื่อว่า ‘แฟนบอลไทยไร้ E-Waste’

โดยกระบวนการของโปรเจกต์นี้อธิบายให้เห็นภาพคือจะเริ่มต้นโดยการที่ AIS จะเป็นผู้รวบรวมขยะอิเล็กทรอนิกส์หรือ E-Waste จากผู้คน ก่อนจะนำไปส่งต่อให้กับทาง WMS เพื่อนำไปผ่านกระบวนการต่างๆ จนขยะเหล่านี้กลายมาเป็นวัตถุดิบตั้งต้นที่สามารถนำมาใช้ผลิตเป็นเหรียญรางวัล และสุดท้ายจึงนำเหรียญรางวัลไปมอบให้กับทีมที่คว้าแชมป์การแข่งขันไทยลีกในฤดูกาลนี้

เป็นการเปลี่ยนสิ่งที่เหมือนจะไร้ค่าไปแล้วให้กลายเป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะ

อ่านถึงตรงนี้หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วทำไมค่ายมือถือถึงเลือกจับมือกับวงการกีฬา?

เพื่อความเข้าใจมากขึ้น คงต้องเท้าความเล่าถึงที่มาที่ไปให้ฟังกันก่อนว่า โปรเจกต์นี้มีจุดเริ่มต้นมาจาก AIS โดย คุณเอื้อง–สายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าฝ่ายงานประชาสัมพันธ์ AIS เล่าให้ฟังว่า การดำเนินธุรกิจของ AIS ทำควบคู่ไประหว่างการเติบโตของธุรกิจ และนโยบายด้านความยั่งยืน โดย AIS วางมิติการทำงานด้านความยั่งยืนไว้ 3 มิติคือเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

ซึ่งการทำงานของโปรเจกต์นี้เกี่ยวข้องกับการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมโดยตรง และแน่นอนว่า AIS เองให้ความสำคัญกับเรื่องต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจที่กระทบกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว ทั้งเรื่องของการส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้พลังงานทางเลือกเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือแม้แต่การลดปริมาณขยะ โดยเฉพาะขยะอิเล็กทรอนิกส์ ที่เกี่ยวข้องโดยตรงต่อ AIS นอกจากนั้นยังมีการชวนคนทั่วไปมามีส่วนร่วมกับความตั้งใจในการลดปริมาณและการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ด้วย 

โดยหนึ่งในวิธีการที่ AIS เลือกใช้ก็คือการเริ่มต้นสร้างความตระหนักให้ทุกคนเห็นถึงความสำคัญของการเก็บและรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี อาสาเป็นผู้รวบรวมขยะ E-Waste โดยการตั้งกล่องรับทิ้งขยะ E-Waste ไว้ตามจุดต่างๆ ตั้งแต่ในพื้นที่หน้าช็อปของ AIS ไปจนถึงการทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์ในหลายภาคส่วนตั้งแต่ภาครัฐ เอกชน ภาคธุรกิจค้าปลีก อสังหา ธุรกิจสินค้า IT และอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อที่จะรวบรวมและนำไปจัดทิ้งอย่างถูกวิธี โดยในแต่ละปี AIS สามารถรวบรวมขยะ E-Waste ได้ราว 3-4 แสนชิ้นเลยทีเดียว

คุณเอื้องเล่าเสริมให้ฟังว่า “AIS เป็นโอเปอเรเตอร์รายแรกที่ลุกขึ้นมาเชิญชวนผู้คนให้เอา E-Waste มาทิ้งกับเรา แล้วเราคิดทุก Journey ในการจะทำให้ผู้คนเอาขยะมาทิ้ง คิดทุกๆ สเตปที่มันจะเกิดขึ้นในโครงการนี้ เพราะเราไม่ได้อยากทำโปรเจกต์นี้แบบฉาบฉวย อยากจะทำให้มันเป็นสิ่งที่อยู่ได้อย่างยั่งยืน”

จนกระทั่งเมื่อปีที่ผ่านมา AIS ได้เข้าไปเป็นพาร์ตเนอร์กับไทยลีก ที่นับว่าเป็นการแข่งขันลีกฟุตบอลอาชีพสูงสุดของไทย ในฐานะผู้ดำเนินการถ่ายทอดสดการแข่งขันผ่านทาง AIS PLAY ซึ่งนอกเหนือจากโจทย์ในแง่ของการส่งมอบประสบการณ์การรับชมให้กับแฟนบอลไทยแล้ว คุณเอื้องยังบอกอีกว่า มีโจทย์ที่อยากจะเอนเกจกับกลุ่มแฟนบอลทั่วประเทศ ให้มีส่วนร่วมในการสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมให้กับการแข่งขัน นั่นจึงเป็นที่มาของโปรเจกต์นี้กับทางไทยลีก

ทางด้าน กรวีร์ ปริศนานันทกุล รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยลีก จำกัด เล่าถึงเบื้องหลังว่า ไทยลีกมีแนวคิดที่จะทำ ‘กรีนลีก’ อยู่แล้ว ซึ่งคำว่ากรีนลีกนี้หมายถึงการทำให้การแข่งขันในแต่ละแมตช์ลดการใช้ขยะลง ใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพราะจำนวนแฟนบอลไทยลีกทั่วประเทศนั้นมีจำนวนมากราว 10 ล้านคน ซึ่งหากทำให้คนกลุ่มนี้ตระหนักรู้ถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมได้ก็น่าจะเป็นสิ่งที่สร้างอิมแพกต์ให้สังคมหันมาใส่ใจและให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อมได้ไม่น้อย

การจับมือระหว่าง AIS x ไทยลีก x WMS ในครั้งนี้ ทำให้เราเห็นภาพเส้นทางของการทำงานเพื่อสร้างคุณค่าให้กับขยะอิเล็กทรอนิกส์ เริ่มตั้งแต่การนำถังฝากทิ้ง E-Waste ไปวางไว้ตามสโมสรไทยลีกทั้ง 16 ทีมทั่วประเทศ โดยใช้ช่องทางการสื่อสารและกิจกรรมที่เกิดขึ้นระหว่างสโมสร นักบอล และแฟนบอล เข้าไปสร้างความตระหนักให้เห็นถึงความสำคัญของการทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี ซึ่งจะเข้าสู่กระบวนการที่ WMS ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการกำจัดของเสีย นำขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้ไปรีไซเคิลและผลิตเป็นเหรียญรางวัลต่อไป

เหตุผลที่ต้องเป็น WMS หรือบริษัท เวสท์ แมเนจเม้นท์ สยาม จำกัด เพราะนี่เป็นบริษัทที่อยู่ในญี่ปุ่นมานานถึง 140 ปี และเติบโตในไทยมา 22 ปี มี know-how ในการจัดการกับของเสียอย่างครบวงจร ฉะนั้นจึงมีความน่าเชื่อถือว่าขยะที่ AIS ส่งไปให้จะถูกนำไปจัดการอย่างถูกต้องถูกวิธีจริงๆ ทุกชิ้นส่วนของขยะอิเล็กทรอนิกส์จะถูกนำไปแปรเปลี่ยนสภาพโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เป็นการกำจัดขยะแบบ zero landfill อย่างที่ AIS ตั้งใจไว้

ฟูมิฮิโร่ คาจิฮาร่า Executive Director ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เวสท์ แมเนจเม้นท์ สยาม จำกัด (WMS) เล่าให้ฟังว่า “หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ WMS ตัดสินใจร่วมมือกับ AIS ในครั้งนี้เป็นเพราะส่วนใหญ่แล้วขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ WMS จัดเก็บจะมาจากภาคอุตสาหกรรมเป็นส่วนใหญ่ น้อยครั้งที่จะมาจากภาคชุมชน เพราะความยากในการเก็บรวบรวมและจัดส่งขยะจากชุมชนเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก ใช้งบประมาณ จำนวนคน และเวลาอย่างมหาศาล เมื่อ AIS มีความตั้งใจในเรื่องนี้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการทำงานของเราที่ต้องการให้ขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้าสู่กระบวนการกำจัดและรีไซเคิลอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน เพื่อลดปัญหาสภาวะด้านสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้น

โดยกระบวนการหลังจากได้รับขยะ E-Wasted มาจาก AIS ขยะอิเล็กทรอนิกส์เหล่านั้นจะถูกส่งต่อไปที่โรงงานของ WMS ที่ชลบุรี เพื่อนำไปจัดการในรูปแบบ zero landfill ซึ่งเป็นวิธีการจัดการขยะแบบสากล โดยจะเริ่มจากการแกะชิ้นส่วนต่างๆ ออกมาก่อนแล้วนำวัสดุชนิดเดียวกันมาหลอมรวมกัน จนเกิดเป็นวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง อย่างเช่น อลูมิเนียม ทอง เงิน ทองแดง เป็นต้น ซึ่งในกรณีนี้ก็จะนำไปหลอมเป็นเหรียญรางวัลต่อไป 

สำหรับชิ้นส่วนไหนของขยะ E-Wasted ที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ก็จะถูกนำไปเผาอย่างถูกวิธีเพื่อให้ได้ขี้เถ้าที่สามารถนำไปใช้เป็นส่วนประกอบของปูนซีเมนต์ต่อ ถือเป็นการรีไซเคิลขยะโดยที่ไม่มีการฝังกลบอย่างที่ AIS ตั้งใจไว้ และไม่ใช่แค่ตัวเหรียญเท่านั้น แต่สายคล้องหรือกล่องใส่เหรียญรางวัลก็ทำมาจากวัสดุรีไซเคิลเช่นกัน

นอกจากขยะอิเล็กทรอนิกส์จะกลายเป็นรางวัลเกียรติยศสำหรับผู้ชนะ สโมสรที่สามารถรวบรวม E-Waste ได้มากที่สุด ก็จะมีรางวัล  FOOTBALL CLUB E-WASTE CHALLENGE AWARD มอบให้เพื่อเชิดชู ซึ่งสโมสรแรกที่ได้รับรางวัลนี้ไปก็คือ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

จากโปรเจกต์นี้ ทำให้เราเห็นถึงภาพใหญ่ของวงการฟุตบอลไทยที่กำลังจะยกระดับมาตรฐานการแข่งขันให้เทียบเท่าระดับสากล ที่ลีกใหญ่ๆ ของโลกกำลังให้ความสำคัญกับเรื่องของการแข่งขันที่ใส่ใจกับสิ่งแวดล้อม เพราะอย่าลืมว่า การแข่งขันแต่ละนัดต้องใช้ทรัพยากรและเกิด waste มากมาย 

และโครงการคนไทยไร้ E-Waste ที่เกิดจากความตั้งใจของทั้ง AIS ไทยลีก และ WMS ก็เป็นเสมือนกับจุดเริ่มต้นของเป้าหมาย Green Thai League ที่เราอาจจะได้เห็นการจัดการแข่งขันฟุตบอลไทยแบบใส่ใจปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในมิติอื่นๆ นอกเหนือจากกิจกรรมการทิ้ง E-Waste ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

You Might Also Like