นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้คุกกี้

บริษัท ทุนดี จำกัด (“บริษัท”) มีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์เพื่อรับประกันการให้บริการของเว็บไซต์ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทรับประกันว่าจะใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎ หมายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการใช้คุกกี้บางประเภทที่อาจดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก ทั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ บริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและตกลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์นี้... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

The Return of Stanley

เหตุผลที่แก้ว Stanley Quencher ของแบรนด์อายุ 111 ปี กลับมาบูม จนยอดขายทะลุ 750 ล้านดอลลาร์

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา หลัง Starbucks x Stanley Quencher สีชมพูลิมิเต็ดออกจำหน่าย สาวกแก้วเก็บความเย็นในสหรัฐอเมริกาหลายแห่งต่างก็กรูเข้าซื้อ บ้างล้มจนเกิดรอยถลอก บางคนได้แผลฟกช้ำกลับบ้าน!

จากที่ในปี 2562 มีเพียง 73 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2566 Stanley ก็ทำยอดจนทะลุ 750 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถ้าจะบอกว่าเหตุผลของยอดขายที่ปังเปรี้ยงขนาดนี้มาจากการที่ Stanley มอบรถคันใหม่ให้กับลูกค้าที่รถทั้งคันไหม้แต่แก้ว Stanley Quencher ยังอยู่ดีก็ใช่ แต่ที่จริงแล้ว กระแสของแก้ว เริ่มกลับมาตั้งแต่ก่อนหน้านั้น!

1. Stanley ก่อตั้งขึ้นในปี 1913 โดย William Stanley Jr. นักประดิษฐ์ผู้เปลี่ยนวิธีการบริโภคเครื่องดื่มไปตลอดกาล ด้วยขวดเครื่องดื่มแบบพกพาที่ผลิตจากสเตนเลสสตีลซึ่งนอกจากจะแข็งแรงทนทาน ก็ยังเก็บอุณหภูมิได้ดีเยี่ยม ช่วงแรกเน้นตอบโจทย์กลุ่มผู้ชาย กลุ่มคนเดินป่า และพนักงานปกน้ำเงิน หรือคนทำงานโรงงาน

2. สินค้าไอคอนของแบรนด์ที่กำลังเป็นกระแสตอนนี้คือ Stanley Quencher ขนาด 40 ออนซ์ และ 30 ออนซ์ เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คุณสมบัติพิเศษคือการเก็บเครื่องดื่มร้อนได้มากถึง 7 ชั่วโมง และเครื่องดื่มเย็นเป็นเวลา 9-11 ชั่วโมง แถมยังถือง่ายด้วยด้ามจับสุดแข็งแรง และวางในช่องวางแก้วในรถได้ด้วย 

3. หนึ่งในประเด็นที่คาดว่าน่าจะมีผลต่อการกลับมาของ Stanley ไม่น้อยคือเทรนด์ #WaterTok ใน TikTok ที่ชาวอินฟลูเอนเซอร์ชวนกันเติมแต่งรสชาติของน้ำเปล่าให้ชวนดื่มเพื่อสร้างแรงจูงใจในการดื่มน้ำให้เพียงพอต่อวัน แน่นอนว่าในวิดีโอต่างๆ นั้น ขวดน้ำพกพาย่อมเป็นอีกจุดเด่น และ Stanley ที่มีดีไซน์ดี สีเด่น พร้อมด้วยคุณสมบัติในการเก็บอุณหภูมิดีเยี่ยม ย่อมทำให้หลายคนต้องการ Stanley มากขึ้น

4. จากการสัมภาษณ์ของ Retail Dive พบว่าอีกก้าวของแบรนด์ที่น่าจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้แบรนด์ขายดิบขายดี คือการเปลี่ยนภาพลักษณ์ของแก้วน้ำ จากชายแทร่ มาสู่กลุ่มไร้เพศ โดยเฉพาะเพศหญิง รวมถึงสร้างภาพจำใหม่ ว่า Stanley ไม่ใช่แบรนด์สำหรับการเดินป่าหรือแคมป์ปิ้งเท่านั้น แต่ยังเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะชีวิตของหนุ่มสาวออฟฟิศ

เรื่องเริ่มมาจาก The Buy Guide แพลตฟอร์มขายของออนไลน์ในอินสตาแกรมของเพื่อนสาว 3 คน อย่าง  Linley Hutchinson, Ashlee LeSueur และ Taylor Cannon ชอบแก้ว Quencher มาก และเริ่มติดต่อกับแบรนด์อย่างจริงจัง แทนที่แบรนด์จะทำการตลาดแบบ affiliate ที่แบรนด์อื่นๆ ทำกัน แบรนด์กลับให้ The Buy Guide เป็นอีกตัวแทนที่ซื้อแก้ว 10,000 ใบไปขายต่อ

แม้ตอนแรกเพื่อนสาวทั้งสามจะคิดไม่ตกว่าจะขายยังไงให้หมด แต่เพียง 4 วันที่เริ่มขาย แก้วก็หมดไปแล้ว 5,000 ใบ ยิ่งทำให้ The Buy Guide มั่นใจว่า Stanley กำลังทาร์เก็ตลูกค้าผิดกลุ่ม ทั้งยังแนะนำแบรนด์ว่าถ้าอยากขายดี ยังไงก็ต้องหันมาให้ความสนใจกับกลุ่มลูกค้าผู้หญิงอายุ 25-50 ปี เพราะผู้ติดตามกว่า 97.7% ของเพจเป็นผู้หญิง ซึ่งมีอายุระหว่าง 25-45 ปี 

โชคดีที่ผู้บริหารใหม่ของ Stanley เห็นความเป็นไปได้ และพร้อมปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของลูกค้าจริงๆ เราจึงได้เห็นภาพผู้หญิงและเพศอื่นๆ ใช้แก้ว Stanley กันในชีวิตประจำวันมากขึ้น แถมสินค้าของแบรนด์ยังมีสีพาสเทล และเฉดอื่นๆ ที่เข้าถึงได้ทุกเพศ ทุกวัย ไม่จำกัดเฉพาะกลุ่มหนุ่มเดินป่าอีกต่อไป 

6. สิ่งหนึ่งที่ LeSueur จาก The Buy Guide บอกกับ Retail Dive คือ “แบรนด์ใดๆ ในโลกที่ไม่ได้ทำการตลาดกับผู้หญิงอายุ 25-50 ปีถือว่าพลาดเป้าไปจริงๆ” ซึ่งเราว่าน่าสนใจ โดยเฉพาะกับแบรนด์ที่เล่นประเด็นเชิงความยั่งยืน เพราะศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาที่ Fashion Institute of Technology อย่าง Daniel Benkendorf ยังบอกว่าผู้หญิงถือเป็นกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ที่ต้องการโฆษณาเรื่องความยั่งยืน เพราะคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะผู้หญิงจะเลือกซื้อของจากตัวชี้วัดว่าแบรนด์มีจริยธรรมทางสังคมและสิ่งแวดล้อมมากแค่ไหน

7. ปัจจุบัน Stanley Quencher ไม่ใช่เพียงแก้วเก็บอุณหภูมิ แต่กลายเป็นของใช้ในชีวิตประจำวัน ของสะสมที่แม้จะมีแก้วอยู่แล้วก็ซื้อมาเก็บได้เรื่อยๆ เพราะเฉดสีที่หลากหลาย ทำให้ผู้คนเลือกสีแก้วที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์วันนั้นๆ ได้ ที่สำคัญ ตอนนี้ Stanley ยังเป็นเครื่องบอกสถานะทางสังคม เพราะราคาแก้วที่ไม่ได้เข้าถึงได้ง่ายสำหรับทุกคน ทำให้ผู้ที่มี Stanley Quencher ในครอบครองนั้นเป็นคนที่คอมมิวนิตี้ชาวเก๋ยอมรับอีกด้วย 

การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของ Stanley จึงถือเป็นอีกหนึ่งบทเรียนสำคัญของหลายแบรนด์ ทั้งเรื่องการหากลุ่มลูกค้าให้ตรงจุด การพร้อมปรับตัวเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับยุคสมัย และการฟังเสียงลูกค้าอย่างเข้าใจจริงๆ 

อ้างอิง

Writer

กองบรรณาธิการไลฟ์สไตล์ที่มีแมวเป็นแรงผลักดันในการทำงาน

Illustrator

บรรณาธิการศิลปกรรม Email: y.pongtorn@gmail.com

You Might Also Like