Human Craft

SeeNam Handcraft ผู้สร้างไดโนเสาร์ลอยน้ำเจ้าพระยา และงานพร็อพให้แบรนด์ดัง

“พวกผมเป็นคนเบื้องหลังลึกยิ่งกว่าเบื้องหลังเสียอีก แทบไม่มีใครรู้ว่างานที่ตั้งตามงานต่างๆ มาจากฝีมือของเรา”

ประโยคเริ่มต้นบทสนทนาจาก ‘โด่ง–รังสิมันต์ หาญแก้วยิ่ง’ ผู้ก่อตั้ง SeeNam Handcraftสตูดิโอรับผลิตโมเดล, ม็อกอัพ, ไฟล์ 3D print ฯลฯ เรียกว่างานอะไรที่เกี่ยวข้องกับเบื้องหลังการเปิดตัวภาพยนตร์ โปรโมตโฆษณา อีเวนต์เปิดตัวโปรดักต์ หรืองานกองถ่ายที่จำเป็นต้องใช้พร็อพประกอบฉาก ทีมงานของเขาพร้อมทุ่มสุดตัวกระโจนเข้าสตูดิโอ ใช้หนึ่งสมองสองมือผลิตชิ้นงานออกมาให้ทันเวลา

หุ่นปั้นก็อตจิตัวยักษ์ในปั๊ม ปตท.ที่ใครเห็นก็ต้องยิ้ม

หัว ‘เรดฮัล์ค’ ขนาดยักษ์ขนใส่บนรถแห่โชว์ตัวไปทั่วกรุงเทพฯ โปรโมตหนัง Captain America: Brave New World ที่ได้โจทย์มาจาก Marvel Studios

คาแร็กเตอร์อาร์ตทอยน้องจิ้งจอก Fenni ที่ตั้งตระหง่านใจกลางสยามเซ็นเตอร์ โปรโมตงาน Siam Center the Celebration:Right to Love 2025

และชิ้นงานมาสเตอร์พีซอย่างไดโนเสาร์ลอยล่องโชว์ตัวในแม่น้ำเจ้าพระยา โปรโมตหนัง Jurassic World: Rebirth ที่เป็นไวรัลไปทั่วโลก

ที่กล่าวมาเป็นเพียงเศษเสี้ยวเดียวเท่านั้นที่สตูดิโอแห่งนี้เคยทำ ในฐานะ ‘คนเบื้องหลัง’ ที่ทำให้ทุกๆ อีเวนต์สมบูรณ์แบบ แต่ที่น่าสนใจคือสตูดิโอแห่งนี้เป็นมายังไง นิยามงานแฮนด์คราฟต์ที่ว่าเป็นแบบไหน และท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านในยุคที่เครื่องจักรทำงานได้เร็วกว่ามนุษย์งานแฮนด์คราฟต์ยังมีที่ยืนอยู่หรือไม่?

ทั้งหมวดนี้ขอชวนมาหาคำตอบไปพร้อมกันจากบทสนทนาระหว่างเราและผู้ก่อตั้ง SeeNam Handcraft

อดีตคนเบื้องหลังกองถ่ายที่อยากทำสตูดิโองานแฮนด์คราฟต์เป็นของตัวเอง

  เสียงตัดโฟมจากเครื่อง CNC (computer numerical control) ดังเป็นจังหวะ ห่างไปไม่ไกลนักช่างฝีมือ 2-3 รายกำลังเร่งพ่นสี sculpture ให้ทันเดดไลน์ โดยอีกมุมมีทีมกำลังเลื่อยไม้แข็งขัน โด่งพาเราหลีกหนีความวุ่นวายมายังออฟฟิศของเขา ที่ภายในประดับไปด้วยผลงานในอดีต หุ่นปูนปั้นที่ระลึกจากงานภาพยนตร์, ม็อกอัพผลิตภัณฑ์ชิ้นโต แม้กระทั่งกระโหลกไดโนเสาร์ยังมีให้เห็น

“ผมเริ่มทำงานเกี่ยวกับม็อกอัพอยู่ในวงการโปรดักชั่นไม่ว่าจะละครทีวี ภาพยนตร์ โฆษณา หรือว่าเอ็มวีเพลงมาตั้งแต่ตอนอายุ 27 ปี รวมๆ แล้วจนถึงตอนนี้ก็เกือบ 30 กว่าปีที่อยู่ในวงการนี้ ยกตัวอย่างชิ้นงานยุคนั้นที่ทำคือม็อกอัพโปรโมตหนังจูราสสิคพาร์ค ภาค 2 (Jurassic Park: The Lost World 1997) อะไรที่เป็นเบื้องหลังงานมีเดียสร้างสรรค์ผมทำมาเกือบหมด” 

โด่งย้อนความให้เราฟังถึงจุดเริ่มต้นการทำงานเป็นช่างฝีมือของเขา จากเด็กฝึกงานที่เรียนด้านจิตรกรรมค่อยๆ สะสมประสบการณ์ เคี่ยวกรำฝีมือ ไต่เต้าเป็นนายช่างใหญ่ ที่คนทำงานกองโฆษณาหรือกองภาพยนตร์ไว้ใจเลือกใช้งาน ด้วยจุดเด่นด้านความเร็วในการรังสรรค์งาน แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้แน่นอนว่าเขาต้องผ่านการทำงานแฮนด์คราฟต์โดยปราศจากเครื่องทุ่นแรงมาแล้ว

“สมัยก่อนเรายังไม่มีเครื่อง CNC (เครื่องจักรสำหรับตัด กลึง และแกะสลักอัตโนมัติ) ทุ่นแรง แทบทุกขั้นตอนยังเป็นแมนวล คนทำงานแบบเราต้องประเมินได้ว่าแพตเทิร์นแบบไหนถึงสามารถทำเป็นชิ้นงานได้เร็วและทำได้จริง เมื่อก่อนไฟล์ขึ้นแบบยังไม่เป็นไฟล์ดิจิทัล ก็ต้องอาศัยจากภาพถ่ายนี่แหละมาวาดขึ้นแบบ แล้วถึงใช้มีดหรือเลื่อยในการแกะชิ้นงาน

“อีกปัจจัยคือต้องรู้ว่าคนในทีมถนัดงานแบบไหน คนนี้ถนัดร่างแบบ คนนี้ถนัดการตัด คนนี้ถนัดการพ่นสี การทำงานถึงจะรวดเร็ว ไม่ได้หมายความว่าเราเป็นหัวหน้างานแล้วจะต้องถนัดทุกอย่าง ทุกวันนี้ผมยังต้องเรียนรู้วิธีใช้แอร์บลัชพ่นสีจากน้องๆ อยู่เลย”

จากรับงานเป็นโปรเจกต์ในนามของตัวเอง เมื่อถึงจุดหนึ่งโด่งเห็นว่างานที่เขากำลังทำอยู่สามารถเปิดเป็นบริษัทที่มั่นคง จึงตัดสินใจก่อตั้ง ‘SeeNam Handcraft’ ซึ่งชื่อ ‘สีน้ำ’ ก็มาจากชื่อลูกสาวผู้เป็นแก้วตาดวงใจของเขา โดยรับงานตั้งแต่ทำโมเดล, งานประติมากรรม, ม็อกอัพ, งานโฆษณา, ทำไฟล์ 3D print, ทำสีชิ้นงาน แม้กระทั่งรับเลื่อยไม้จนมีลูกค้าจ้างประจำ 

จนกระทั่งวันหนึ่ง SeeNam Handcraft ได้รับงานที่สร้างชื่อ และเปลี่ยนอนาคตบริษัทไปตลอดกาล

สร้างชื่อจากหุ่นปั้นก็อตจิตัวอ้วนที่ตั้งในปั๊ม ปตท.ทั่วทั้งประเทศ

งานสร้างชื่อที่ว่านั้นคือหุ่น ‘ก็อตจิ’ มาสค็อตหน้าตาบ้องแบ๊วนั่งบนเก้าอี้ไม้ ที่ตั้งอยู่หน้าปั๊ม ปตท. ทั่วทั้งประเทศ  ที่โด่งบอกกับเราว่าหน้าที่ของ SeeNam Handcraft คือการรังสรรค์คาแร็กเตอร์ดังกล่าวจากหน้ากระดาษให้ออกมามีตัวตนจับต้องได้จริง

“10 กว่าปีที่แล้ว ปตท.ติดต่อเรามาให้ช่วยผลิตตัวหุ่นก็อตจิเพื่อนำไปตั้งตามปั๊มของเขา คือเรารู้ว่าเขามีคาแร็กเตอร์มาสคอตตัวนี้อยู่ในมือ มีคนออกแบบมาก่อนหน้าแล้ว (ออกแบบโดยบริษัทวิธิตา แอนิเมชั่น) ซึ่งสิ่งที่เรามีตอนนั้นคือร่างคาแร็กเตอร์บนกระดาษ ไม่ใช่ไฟล์ 3D แบบที่ใช้กันทุกวันนี้

“ผมจำได้เลยว่า ผมหอบคอมพิวเตอร์เข้าไปนั่งปั้นโมเดลก็อตจิกันในบริษัท ปตท. เปิดทำกันตรงนั้นเลย เป็นโปรเจกต์ที่เรารับหน้าที่เขียนไฟล์ แกะแบบ ใช้เวลา 2 ปีจนสำเร็จ”

 “ตอนที่เห็นผลงานของตัวเองถูกนำไปตั้งทั่วประเทศรู้สึกยังไง” ผมถามกลับ

“มันเหมือนเราทำคลอดคาแร็กเตอร์ตัวนี้มากับมือ มันคือความผูกพันประทับใจ อาจเพราะโปรเจกต์นี้สำเร็จไล่เลี่ยกับตอนที่ลูกสาวผมกำลังเกิดมา มันมีความพิเศษในแบบของยุคนั้นคือตัวหุ่นไม่ได้ดังเพราะอยู่ในหนังหรือในโฆษณา ไม่ได้ดังเพราะมีคนถ่ายรูปลงเฟซบุ๊กหรือติ๊กต็อก มันดังด้วยความออร์แกนิก ถูกตั้งโปรโมตในทุกปั๊มของ ปตท. ต้องยอมรับว่าที่งานมันออกมาดีเพราะคาแร็กเตอร์ถูกออกแบบมาดีตั้งแต่แรก ถึงตอนนี้เราจะไม่ได้ผลิตแล้วเพราะเป็นเรื่องของลิขสิทธิ์แต่ถ้าถามว่าจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนรู้จักเราก็ต้องงานปั้นก็อตจินี่แหละ” 

โด่งเล่าพลางจับโมเดลก็อตจิขนาดพอดีมือที่ตั้งอยู่บนโต๊ะด้วยความภูมิใจ

หุ่นไดโนเสาร์ลอยน้ำกลางเจ้าพระยาที่ไวรัลทั่วโลกและยกระดับงานแฮนด์คราฟต์ไทย

โด่งเล่าต่อว่า ทุกวันนี้ประเภทงานที่ SeeNam Handcraft รับทำมีความหลากหลายแตกต่างกัน ตั้งแต่งานม็อกอัพโปรโมตอีเวนต์โฆษณาทั่วไป ยกตัวอย่างแบรนด์ที่เคยร่วมงานเช่น หูฟัง JBL, กาแฟพันธุ์ไทย, Promis Thailand, Netflix, Vasline ฯลฯ

งาน sculpture ตั้งโชว์โปรโมตภาพยนตร์อย่างที่ผ่านมาคือเรื่อง Captain America: Brave New World ที่ทาง Marvel Studio ติดต่อมา, เอเลี่ยนซีโนมอฟขนาดเท่าของจริงจาก Alien: Romulus และสรรพอาวุธจาก Predator: Badlands ที่ 20th Century Studios เลือกให้พวกเขาผลิตพร็อพเหล่านี้ในอีเวนต์วันเปิดตัวหนัง, หุ่นอัลตร้าแมนแทบทุกตัวที่บริษัทแม่อย่าง Tsuburaya ติดต่อมาให้ผลิต ไปจนถึงพร็อพประกอบฉากในเดี่ยว 13 ของโน้ต–อุดม แต้พานิช

แต่งานที่โหดหินคงต้องยกให้งานโปรโมตภาพยนตร์ Jurassic World: Rebirth ที่พวกเขารังสรรค์สไปโนซอรัสตัวเขื่องสองตัวลอยแล่นบนผิวน้ำเจ้าพระยา เรียกเสียงฮือฮาเป็นไวรัลไปทั่วโลก

“งานทั่วไปอย่าง sculpture มันมีขั้นตอนการทำงานปกติ คือเขียนแบบ แกะโฟมขึ้นรูป ลงสี แต่อย่างงาน Jurassic World เราเรียกว่างานเทคนิคเฉพาะตัวอีกขั้นหนึ่ง ทำเรื่องที่มันดูเป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้

“โปรเจกต์มันเริ่มมาจากที่น้องในบริษัท Chawawa (บริษัทด้าน one-stop marketing service) ติดต่อมาบอกพี่โด่ง ผมอยากได้ไดโนเสาร์สองตัวไปลอยในน้ำ ในหัวตอนนั้นคิดว่าคงจะแค่เอาไปลอยในบ่อน้ำเล็กๆ แต่ปรากฏว่าที่เขาอยากได้คือไปลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา ทีนี้ล่ะงานช้างเลย“ โด่งหัวเราะลั่น

ถึงจะบอกว่าเป็นงานหิน แต่ด้วยความเป็นโปรเจกต์ที่น่าลองสักตั้งสุดท้ายเขาจึงรับกลับมาเป็นการบ้าน ที่ต้องบอกว่าระหว่างทางเต็มไปด้วยบททดสอบมากมาย

“ได้โจทย์มาเราก็ต้องคำนวณเรื่องความเป็นไปได้ เรื่องกระแสน้ำ น้ำขึ้นน้ำลง ติดต่อกรมเจ้าท่า ทีมผู้เชี่ยวชาญมาช่วยออกแบบแพใต้ท้องไม่ให้ตัวไดโนเสาร์จม กัปตันเรือที่จะลากไดโนเสาร์ เรียกว่าใครที่เป็นกูรูในแม่น้ำเจ้าพระยาเราติดต่อไปหมด 

“ตอนแรกเจ้าของลิขสิทธิ์ (Universal Pictures) เขาอยากได้แค่กระโดงหลังไดโนเสาร์ แต่เราพิมพ์อีเมลตอบกลับไปว่าแค่นั้นคนน่าจะไม่เก็ตนะ แต่เรายืนยันว่าทำให้เป็นตัวน่าจะดีกว่า เขาก็ถามกลับว่ายูแน่ใจนะ เราบอกว่าแน่ใจ คนไทยขนาดเห็นงูหลามทั้งตัวเลื้อยผ่านหน้ายังไม่กลัวเลย” เขาเล่าพลางหัวเราะ ก่อนอธิบายต่อว่า 

“กระบวนการของเขาคือขึ้นรูปตัวไดโนเสาร์ ส่วนที่เป็นตัวกับกระโดงก็ใช้โฟม ส่วนหางที่ต้องแข็งแรงก็ใช้วัสดุจากยาง ปรากฏว่าเอาไปลองครั้งแรกในบึง มันจมเพราะมันไม่มีอะไรถ่วงดุลน้ำหนัก เผอิญผมนึกได้ว่า ‘ฟองน้ำ’ มันมีคุณสมบัติอุ้มน้ำนี่งั้นลองเอาไปแปะใต้ท้องแพดู ปรากฏว่ามันช่วยให้แพที่ลากไดโนเสาร์ไม่จม แต่พอเรือลากไปมันโผล่เห็นแพลอยขึ้นมาด้วย เลยต้องหาถังเกรอะเติมน้ำถ่วงด้านหน้าแพไว้อีกที ระหว่างโชว์ก็ต้องมีทีมงานสแตนด์บาย ตอนหุ่นจะจมทีมงานต้องใส่เสื้อชูชีพถือมีดคนละเล่มโดดลงไปแก้งาน”

(เบื้องหลังโปรเจกต์ไดโนเสาร์ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา)

และอย่างที่เห็นตามหน้าโซเชียลว่าโปรเจกต์ไดโนเสาร์ลอยน้ำได้รับเสียงตอบรับดี (และเป็นภาพจำยิ่งกว่าตัวหนังเสียอีก) ทั้งเพิ่มดีกรีโปรไฟล์ของสตูดิโอแฮนด์คราฟต์แห่งนี้ไปอีกขั้น

“เอาจริงมั้ย โปรเจกต์นี้ผมกับทีมมีเวลาทำงานประมาณ 15 วัน กับไดโนเสาร์ 2 ตัว เราไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน แต่เพราะผู้จ้างเขาเชื่อใจเรา มันเหมือนเป็นซิกเนเจอร์ของเราไปแล้วว่า ถ้าคุณอยากได้งานพร็อพ งานเบื้องหลังที่ต้องรีบใช้ให้มาที่เรา” 

ชีวิตนี้อุทิศให้งานคราฟต์

ถึงตรงนี้นอกจากครอบครัว ชายวัย 50 กว่ายอมรับว่า ชีวิตของเขาผูกโยงอยู่กับงานแฮนด์คราฟต์ทั้งสิ้น บางวันเขาใช้เวลาเกินกว่า 8 ชั่วโมงในสตูดิโอแห่งนี้เพื่อทำงาน ลงไปตรวจงานแทบทุกขั้นตอน ขณะที่งานทุกชิ้นถูกเติมตลอดเวลาทั้งจากที่รับมาเอง และมาจากบริษัทพาร์ตเนอร์อย่าง simple evening และพยัคฆ์ สมุทร ที่เน้นรับผลิตงานจำพวกข้องเกี่ยวกับอีเวนต์เป็นหลัก

นอกจากกำลังใจจากลูกสาวและภรรยา อีกสิ่งที่หล่อเลี้ยง ‘แพชชั่น’ อาชีพการทำงานของเขาคือการทำงานคราฟต์ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เช่นการออกแบบมาสคอตให้ CIB (Central Investigation Bureau: กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง), ผลิตแบบจำลองหุ่นกระบอกให้โรงละครโจหลุยส์นำไปเผยแพร่วัฒนธรรมต่างแดน ไปจนถึงการเป็นวิทยากรให้กับมหาวิทยาลัยจนถึงโรงเรียนช่างฝีมือ 

“ผมเคยไปเป็นวิทยากรหลายที่เหมือนกัน ถูกรับเชิญให้ไปสอนวิชาการสร้างเทคนิคพิเศษเบื้องต้น ซึ่งผมไม่เคยคิดตังค์เลย เพราะมองว่าคนเหล่านี้เมื่อจบมาจะกลายเป็นคนที่เข้ามาเติมเต็มวงการ มาเป็นผู้ว่าจ้าง มาเป็นคนทำงานร่วมกับเรา ผมมองว่าสิ่งนี้เป็นกำไรเหมือนกัน” 

“คุณทำยังไงให้อาชีพของคุณยืนระยะมาถึง 30 กว่าปี โดยไม่ถูก disrupt จากเทคโนโลยี” ผมถามต่อ

“มันไม่มีอะไรมาแทนที่เราได้ ตอนนี้ AI มาทักษะของคนทำงานถูกด้อยค่า แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องไม่หยุดอยู่แค่นี้ ต้องตามมันให้ทัน ถึงแม้เราจะอายุ 50 ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องหยุดนิ่ง ต้องปรับตัวและทำงานให้เข้ากับมัน อย่างเมื่อก่อนผมใช้โปรแกรม 3D แทบเรียกเครื่องมือไม่ถูกด้วยซ้ำ แต่เราใช้วิธีครูพักลักจำอยู่กับมันจนเชี่ยวชาญ

“จริงอยู่ที่งานคราฟต์จบด้วยมือมนุษย์เหลือแค่ 30-40% ถึงจะต้องพึ่งพาเครื่องจักรแต่สุดท้ายงานฝีมือก็ยังต้องมีมนุษย์สั่งการ เพื่อให้งานมันออกมาแม่นยำมากที่สุด” นายช่างใหญ่แห่ง SeeNam Handcraft ผู้นิยามอาชีพของพวกเขาว่าเปรียบดัง ‘มือปืนรับจ้าง’ ทิ้งท้าย

Writer

นักเขียนผู้หลงใหลโลกของฟุตบอล สนีกเกอร์ และกันพลา

Photographer

ทำงานให้งานมันท้อเรา ig : chinnakanc

You Might Also Like