นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้คุกกี้

บริษัท ทุนดี จำกัด (“บริษัท”) มีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์เพื่อรับประกันการให้บริการของเว็บไซต์ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทรับประกันว่าจะใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎ หมายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการใช้คุกกี้บางประเภทที่อาจดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก ทั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ บริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและตกลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์นี้... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

Love Moments Creator

OMG Matchmaking ออร์แกไนเซอร์สปีดเดตติ้งที่อยากเป็นผู้สร้างโมเมนต์ของการรู้จักกัน

หากพูดถึงการไปอีเวนต์ออกเดต ในสมัยก่อนหลายคนอาจนึกถึงการนัดบอดหรือคลุมถุงชนที่ให้ความรู้สึกเขินอายและจริงจัง ยุคนี้การหาคู่มีทางเลือกใหม่คล้ายการไปงานเน็ตเวิร์กกิ้งที่เปิดกว้างมากขึ้นและอาจทำให้คนโสดหายประหม่าและสนุกในการได้รู้จักเพื่อนใหม่  

OMG Matchmaking เป็นออร์แกไนเซอร์จัดงานสปีดเดตติ้ง (Speed Dating) ในไทยที่นิยามตัวเองกว้างกว่าผู้จัดงานออกเดตแต่เป็น matchmaker ที่อยากสร้างโอกาส บทสนทนาและโมเมนต์แห่งความประทับใจในการรู้จักกันระหว่างคนแปลกหน้า

ยีน–อินทิรา โสภากุล และ พลอย–ไพลิน เกริกพิทยา เชื่อว่าอีเวนต์เป็นทางเลือกตรงกลางที่ช่วยแก้ pain point ในตลาดหาคู่ที่มีช่องว่างระหว่างการปัดขวาในแอพพลิเคชั่นบนโลกออนไลน์กับการจ้างบริษัทหาคู่อย่างจริงจังที่มีราคาสูง

ทั้งคู่เริ่มจัดสปีดเดตติ้งครั้งแรกราวเดือน 7 ปีที่แล้วและจัดครั้งล่าสุดช่วงพรีวาเลนไทน์ในกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเป็นครั้งที่ 7 โดยเห็นโอกาสจากกระแสความนิยมของงานสปีดเดตติ้งที่ต่างประเทศและอยากจัดงานอีเวนต์แบบนี้อย่างต่อเนื่องในไทยเพื่อให้คนโสดมีโอกาสรู้จักกันและสานสัมพันธ์กันต่อมากขึ้น

ชวนฟังเรื่องราวการจัดงานสปีดเดตติ้งในวันที่เริ่มมีคนให้ความสนใจและยังไม่ค่อยมีผู้จัดอีเวนต์แนวนี้ในไทยมากมายนัก

คุณเริ่มรู้จักสปีดเดตติ้งครั้งแรกได้ยังไง 

ยีน : ส่วนตัวยีนโสด ไม่อยากทำงานอย่างเดียวแล้วเงยหน้ามาอีกทีพบว่าเลยวัยมีความรักแล้ว ตอนไปเที่ยวต่างประเทศเราเห็นงานสปีดเดตติ้งเลยลองไปดู พอไปนั่งในอีเวนต์แล้วรู้สึกว่าดีจัง มีการคัดกรองผู้เข้าร่วมงานที่เป็นคนมีคุณภาพมาในระดับหนึ่ง คุยกับหลายคนแล้วสนุก ได้เรียนรู้คนใหม่ๆ ในช่วงเวลาสั้นๆ ว่าเขาใช้ชีวิตยังไง มีมุมมองยังไง ได้แลกเปลี่ยนบทสนทนากันไม่เฉพาะกับเพศตรงข้ามเท่านั้น กับเพศเดียวกันที่เป็นผู้เข้าร่วมงานก็ได้คุยกันระหว่างเบรก ตอนนั้นมองเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ไปเที่ยวแล้วอยากลองแวะไปเพราะอยากรู้ว่ากิจกรรมแนวนี้เป็นลักษณะไหน ไม่ได้ตั้งใจไปศึกษาดูงานจริงจัง 

ในต่างประเทศสปีดเดตติ้งเป็นที่นิยมแค่ไหน รูปแบบงานเป็นยังไง 

ยีน : นิยมจัดในหลายประเทศทั่วโลกทั้งอเมริกา อังกฤษ ฯลฯ หลายประเทศในเอเชียก็เริ่มจัดกันมากขึ้น เป็นกิจกรรมที่คนต่างชาติกำลังให้ความสนใจมากโดยเฉพาะที่ออสเตรเลียจะป๊อปปูลาร์เป็นพิเศษ หลายเมืองจัดกันทุกวันและทุกเดือนเพราะมีดีมานด์มากและบัตรเต็มเร็ว งานแบบนี้ที่เมืองนอกมักจัดสำหรับชายหญิงโดยกำหนดธีมงานด้วยช่วงอายุ พอมีผู้ให้ความสนใจมากและหลากหลายก็สามารถกำหนดช่วงอายุของผู้ร่วมงานได้ คนสูงวัยที่เมืองนอกเขาก็ยังอยากรู้จักคนใหม่ๆ อยู่ 

คุณคิดว่าอะไรทำให้คนต่างชาติเปิดกว้างในการทำความรู้จักกันจนอีเวนต์แนวนี้เป็นที่นิยม 

ยีน : ยีนกับพลอยมีโอกาสได้เข้าร่วมกิจกรรม meet up ที่ได้ทำความรู้จักคนใหม่ๆ หลายครั้ง พบว่าถ้าเป็นคน expat ที่ย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองใหม่ เขาจะคิดว่าทำยังไงให้ได้รู้จักกับคนท้องถิ่นหรือคนที่มาจากต่างประเทศเหมือนกันเลยพยายามสร้างสังคมใหม่ แต่ส่วนใหญ่คนไทยมักติดอยู่ในวงสังคมปิดที่รู้จักกันอยู่แล้ว นานๆ ทีถึงออกไปทำความรู้จักคนใหม่ คิดว่าไม่ใช่เพราะต่างชาติเปิดรับงานสปีดเดตติ้งมากกว่าแต่เป็นเพราะวัฒนธรรมของเขาค่อนข้างเปิดกว้างอยู่แล้ว เดี๋ยวนี้คนไทยก็เริ่มอยากคอนเนกต์กันมากขึ้นแต่ก็ยังเป็นช่วงเริ่มต้น พื้นฐานนิสัยของเราต่างจากเขา 

มองว่าสปีดเดตติ้งในไทยอยู่ในระยะแรกเหมือนแอพฯ หาคู่ที่เริ่มจากกลุ่มคน outgoing ให้ความสนใจก่อนแล้วจะค่อยๆ ขยายวงกว้างจนแมสมากขึ้นในเวลาต่อมา ตอนนี้คนเพิ่งเริ่มให้ความสนใจมากขึ้นหลังโควิด-19 จากที่หลายคนบอกว่า work from home ทำให้ไม่ได้เจอคนใหม่ๆ เลย 

แล้วทำไมพวกคุณถึงอยากเป็นผู้จัดอีเวนต์เองในไทย

ยีน : ยีนกับพลอยเคยไปงานสปีดเดตติ้งในไทยมาแล้ว ครั้งนั้นเป็นอีเวนต์พิเศษที่ไม่ได้จัดประจำแต่ไปแล้วไม่รู้สึกได้แรงบันดาลใจกลับมาเท่าไหร่ ตอนนั้นเรามีปิ๊งอยู่ 1-2 คน แต่พอกลับจากงานแล้วเขาไม่ได้ส่งคอนแทกต์มาให้ เราเลยมีคำถามว่าแล้วยังไงต่อ ปรากฏว่าที่จริงต้องแลกคอนแทกต์กันเองในงานแต่เราไม่รู้ทำให้ไม่ได้ทำความรู้จักต่อ 

หลังจากไปงานแบบนี้ที่ต่างประเทศแล้วเห็นการจัดงานที่เป็นระบบมากขึ้นเลยทำให้รู้สึกว่าเราน่าจะจัดกันเองได้ดีกว่านี้ที่ไทย มันเป็นกิจกรรมที่เหมาะกับคนโสดซึ่งในไทยก็มีจำนวนคนโสดเยอะและยังไม่มีงานสปีดเดตติ้งที่จัดเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง มีเฉพาะช่วงวาเลนไทน์ที่นานๆ ทีจัดเป็นครั้งคราว เลยรู้สึกว่าน่าสนใจ เราอยากทำอีเวนต์ที่มีธีมสร้างสรรค์กว่าเมืองนอก หลังกลับจากไปสปีดเดตติ้งที่ต่างประเทศเลยโทรชวนพลอยมาทำด้วยกัน  

งานอีเวนต์แบบสปีดเดตติ้งช่วยแก้ pain point ของตลาดหาคู่ในไทยยังไง 

ยีน : ก่อนมาทำเราสำรวจตลาดหาคู่ว่ามีอะไรที่ตอบโจทย์คนโสดบ้าง พบว่ามี 2 อย่างเป็นหลัก หนึ่งคือแอพฯ หาคู่ที่ทุกวันนี้แมสกว่าช่วงแรกมาก ใครก็มาเล่นได้ทำให้เจอกับคนหลากหลาย แต่กลับรู้สึกว่าโอกาสในการเจอคนที่มี same page กับเรายาก สองคือบริษัทหาคู่อย่างจริงจังที่มีเรตราคาพรีเมียมมาก เรามองว่าสปีดเดตติ้งเป็นตรงกลางระหว่างแอพพลิเคชั่นกับบริษัทหาคู่ที่ตอบโจทย์ช่องว่างตลาด

กติกาของสปีดเดตติ้งเป็นยังไง 

พลอย : ตอนเปิดรับสมัครจะมีการสอบถามมุมมองของผู้ร่วมงาน เช่น มองหาความสัมพันธ์แบบไหนเพื่อเอามา pre-match หรือจับคู่ให้ล่วงหน้าสำหรับคู่ที่จะคุยกันเป็นคู่แรกในงาน ในวันงานจะเริ่มต้นด้วยการบรีฟอธิบายกระบวนการทั้งหมดของกิจกรรม ต่อด้วยเกม Ice Braking เพื่อให้ผ่อนคลายในการทำความรู้จักกัน จากนั้นก็เริ่มเดตกันโดยแต่ละคู่มีเวลาคุยกัน 4-5 นาที หลังจากนั้นฝ่ายชายเป็นฝ่ายเวียนสลับคู่ วนไปเรื่อยๆ จนครบทุกคู่ 

ระหว่างการคุยถ้ารู้สึกสปาร์ก อยากขอคอนแทกต์กันเองเลยก็ได้เหมือนกัน แต่ถ้าใครเขินอาย เรามีกระดาษ OMG การ์ดให้สำหรับติ๊กว่าถูกใจใคร ถ้าทั้งสองฝ่ายต่างติ๊กถูกใจกันและกันเท่ากับ แมตช์! เราจะส่งคอนแทกต์ให้เฉพาะคู่ที่ใจตรงกันเท่านั้น ถ้าติ๊กฝ่ายเดียวก็ไม่ให้คอนแทกต์  

ทำไมต้องเป็นระยะเวลาที่สั้นแค่ 4-5 นาทีในการทำความรู้จักคนคนหนึ่ง 

ยีน : เราทำรีเสิร์ชมาว่าช่วงเวลาที่ทำให้คนตกหลุมรักกันได้คือภายใน 4 นาที ความจริงบางที่จะบอกว่าแค่จ้องตากัน 7 วินาทีก็ถูกใจกันได้แล้วโดยไม่ต้องมีบทสนทนาเลยก็ได้ด้วยซ้ำ แต่จ้องตาอาจจะน่ากลัวไปนิดนึง (หัวเราะ)

‘ความเร็ว’ ในการได้สนทนากับผู้คนมากมายภายใน 1 คืนส่งผลดีต่อการทำความรู้จักกันยังไง 

ยีน : ทำให้ได้รู้จักคนหลายแบบ สมมติเราไปเล่นแอพฯ หาคู่ กว่าจะได้เดต กว่าจะออกมาเจอตัวคุยกัน อย่างมากเต็มที่ไป 2 เดตก็เยอะแล้ว ทางเลือกเราจะมีแค่คนคนนั้น พอมาอีเวนต์แบบนี้ได้รู้จักอย่างน้อย 15 คนทำให้ได้เรียงลำดับความสำคัญในใจเราว่าชอบหรือไม่ชอบสเปกแบบไหน ไม่ใช่แค่ได้รู้จักคนอื่นมากขึ้นแต่ได้รู้จักตัวเองมากขึ้นด้วย 

พลอย : การที่ได้คุยกับคนตั้งสิบกว่าคนแต่สุดท้ายจำได้แค่ 1-2 คนที่ชอบจริงๆ พลอยคิดว่ามันทำให้ชัดเจนในความรู้สึกมากขึ้นว่าเป็นคนนี้แหละที่เราอยากรู้จักต่อ การเล่นแอพฯ หาคู่ใช้เวลาคุยนานและต้องทิ้งเวลาไว้กว่าจะได้ศึกษากัน บางคนอาจเบิร์นเอาต์กับมันได้ การที่เรามาสปีดเดตติ้งทำให้ได้เจอกันและคุยกันตัวเป็นๆ ได้รู้ ณ ตอนนั้นเลยว่าเคมีได้หรือเปล่า ตัดสินใจได้ง่ายกว่าว่าคนนี้คือคนที่เราอยากคุยต่อไหม คิดว่าอีเวนต์ทำให้รู้จักคนคนหนึ่งได้ดีกว่าการเล่นแอพฯ

ในฐานะคนจัดงาน คุณออกแบบประสบการณ์ในงานยังไงให้คนทำความรู้จักกันโดยไม่เคอะเขิน

พลอย : เราพยายามทำให้บรรยากาศเฟรนด์ลี่ที่สุดเหมือนพาเพื่อนของเพื่อนมาเจอกัน ทั้งชวนคุย แนะนำให้คนมาทำความรู้จักกัน มีกิจกรรมให้รู้สึกผ่อนคลาย สุดท้ายทุกคนจะพูดคล้ายกันว่าตอนแรกที่มารู้สึกเกร็งหน่อย แต่หลังจากได้เจอเพื่อนใหม่แล้วรู้สึกสนุกดีที่ได้คุยกัน 

ยีน : คอนเซปต์หลักคือการคิดว่าจะทำยังไงให้คนทักกันและได้เริ่มต้นบทสนทนากับคู่แรกของตัวเอง เช่น มีเกมภารกิจให้ไปตามหาคนหรือหาของตามคุณสมบัติที่ระบุ ปรับและเปลี่ยนเกมไปเรื่อยๆ แล้วแต่กิจกรรม  

มีวิธียังไงในการสนับสนุนให้ผู้ร่วมงานสามารถสนทนากับคนแปลกหน้าได้อย่างไหลลื่น

พลอย : เราจะมีแผ่นไอเดียชวนคุยวางประจำไว้ที่โต๊ะ มีคำถาม 2 ชุด คือคำถามที่ให้ทำความรู้จักกันแบบ fun way สำหรับคุยเล่นกัน ตัวอย่างคำถามเช่น คุณนอนกับหมอนกี่ใบ คุณชอบทำอะไร ชอบ hang out ที่ไหน ถ้าต้องกินอาหารมื้อเดียวไปตลอดชีวิตจะเลือกกินอะไร และอีกแบบคือ quick way ที่ทำให้รู้จักตัวตนของอีกฝ่ายได้เร็วขึ้น เป็นแนวกึ่งจิตวิทยานิดหน่อย ไม่ใช่คำถามที่ลึกมากแต่ช่วยให้ตกตะกอนความคิด เช่น ถ้าตื่นขึ้นมาในวันหนึ่งแล้วสามารถเลือกพลังวิเศษได้หนึ่งอย่างจะเลือกอะไร 

คำถาม small talk เหล่านี้ส่งผลดีต่อการรู้จักกันยังไง 

ยีน : เวลามีคนเปิดว่าชอบกินซูชิหรืออาหารญี่ปุ่น มันทำให้ต่อบทสนทนาไปได้ว่าชอบกินที่ไหน เราอาจเริ่มจากคำถามทั่วไปที่ไม่ได้เป็นเรื่องส่วนตัวมาก บางทีการเริ่มถามคนแปลกหน้าว่ามองหาอะไรในความสัมพันธ์อาจลึกเกินไปเพราะมีเวลาคุยกันแค่ 5 นาทีเอง คำถามอย่าง ‘คุณคิดว่าสีอะไรที่อธิบายความเป็นคุณมากที่สุด’ มันทำให้รู้จักอีกคนลึกมากขึ้นแบบสนุก ถ้าอยู่ดีๆ ให้มาเล่าว่าเราเป็นคนยังไงก็คงบอกไม่หมด

หรือบางทีไม่รู้จะคุยอะไรกับคนตรงหน้าดีในเวลาที่สั้น คำถามเหล่านี้จะเป็นไอเดียว่าอยากทำความรู้จักอีกฝ่ายในแง่มุมไหนต่อดีและทำให้มีเรื่องคุยมากขึ้น ถ้านึกอะไรไม่ออกก็หันไปดูโพยสักหน่อย บางคำถามก็ทำเป็นคอนเทนต์ในโซเชียลก่อนเริ่มงาน ให้ลองนึกเรื่องที่อยากชวนคุยมาก่อนได้ 

อยากสร้างโมเมนต์แบบไหนให้ผู้ร่วมงาน 

ยีน : เวลาแต่ละคนเจอกัน คนเราจะรู้สึกคอนเนกต์กันด้วยโมเมนต์ที่แตกต่างกัน มีทั้งช่วงเวลาที่รู้สึกขำ น่ารัก หรือสนุก กับคนหนึ่งเราอาจรู้สึกว่า ‘อุ๊ย น่ารักจังเลย’ กับอีกคนอาจสังเกตเห็นว่า ‘ยิ้มสวยดีนะ ’ เป็นความแตกต่างเหมือนฟองบับเบิลที่มีรูปทรงและดีกรีความเข้มข้นของความรู้สึกที่ต่างกันแต่เราเชื่อว่าทุกคนล้วนมีพลังที่จะเป็น OMG Moment ให้ใครอีกคนได้ ไม่อยากให้ทุกคนที่มารู้สึกกดดันว่าต้องได้ความสัมพันธ์ที่จริงจังกลับไป เราอยากสนับสนุนให้คนที่ไม่ได้อยู่ในความสัมพันธ์หรือแม้แต่คนที่อยากทำความรู้จักคนใหม่ๆ ได้มีโอกาสเข้ามาทำความรู้จักเพื่อนใหม่

อยากให้ผู้ร่วมงานตั้งความคาดหวังกับคู่เดตไว้แบบไหน 

ยีน : บางทีเวลาปัดแอพฯ หาคู่ เราจะมีภาพในหัวว่าอยากเดตแค่กับคนที่มีคุณลักษณะในแบบที่เราชอบเท่านั้น แต่พอเป็นสปีดเดตติ้งมันเปิดกว้างกว่า เราไม่ได้แชร์ให้เห็นก่อนว่ามาถึงแล้วคุณจะเจอใครบ้างแต่เราสกรีนผู้ร่วมงานมาให้ พอมาเจอกันกลายเป็นได้เริ่มต้นรู้จักกันจากบทสนทนาจริงๆ บางคนไม่มีโอกาสเจอคนที่ทำอาชีพนี้มาก่อนก็เป็นการพาเขาออกมาจากวงสังคมเดิม

พลอย : บางคนเลือกคุยกันต่อหลังจากวันงานเพราะรู้สึกดีและสปาร์กจากวันนั้น แต่ถ้าถามว่านี่คือสเปกของเขาไหมก็ไม่ใช่ อาจจะเจอคนที่เซอไพรส์เราจากการคุยกันตอนที่ไม่ได้ตั้งความคาดหวังเอาไว้ เราไม่ได้ตั้งธงว่าทุกคนต้องได้เป็นแฟนกัน แค่พาคนที่โสดและคนที่มองหาในสิ่งเดียวกันมาเจอกัน คุณอาจกลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันหรือเป็นคอนเนกชั่นในอนาคต ถ้าโชคดีได้เจอคนที่ลงเอยคู่กันได้ก็ถือเป็นเรื่องราวที่ดีไป 

ถ้าไม่จำเป็นต้องได้แฟน แล้วสปีดเดตติ้งแตกต่างจากงานอีเวนต์เน็ตเวิร์กกิ้งในรูปแบบอื่นยังไง 

ยีน : ที่ต่างประเทศมีกิจกรรมที่ให้คนคอนเนกต์กันหลายรูปแบบ ถ้าเป็นงานเน็ตเวิร์กกิ้งเราต้องเป็นคนเดินไปทักเขาเอง ขนาดยีนเป็น extrovert ที่ชอบรู้จักเพื่อนใหม่บางทีเรายังรู้สึกว่าต้องเดินไปทักเขาอีกแล้วเหรอ แต่พอเป็นกิจกรรมรูปแบบนี้ทำให้รู้สึกว่าได้คุยกับทุกคนโดยอัตโนมัติ ไม่รู้สึกเกร็งจนเกินไปที่จะมางานแบบนี้ ต่อให้บางคนรู้สึกว่าไม่รู้จะคุยอะไรกันดีภายใน 5 นาที แต่พอถึงช่วงจับเวลาให้คุยกัน ทุกคนเหมือนลงเรือลำเดียวกันและช่วยกันคุยไปเอง

สำหรับคุณ มองว่าแค่ไหนถึงเรียกว่า แมตช์! ต้องรู้สึกแค่ไหนถึงควรติ๊กถูกใจเพื่อขอคอนแทกต์กลับบ้านไปคุยต่อ

ยีน : สำหรับลูกค้าที่มาอีเวนต์ของเราซ้ำหลายครั้ง พบว่าคนที่มาครั้งแรกมักจะไม่ติ๊กถูกใจในการ์ดถ้าไม่รู้สึกชอบจริงๆ แต่ยีนพยายามเชียร์ว่าถ้าในจังหวะที่เราสั่นกระดิ่งเป็นสัญญาณว่าหมดเวลาคุย แล้ววินาทีนั้นคุณรู้สึกว่าเวลาหมดเร็วจังหรืออยากคุยกับคนนี้ต่อ ที่จริงแบบนี้ก็ควรติ๊กแล้วนะ บางทีแค่ 5 นาทีสำหรับบางคนอาจยังไม่เกิดสปาร์กหรือยังไม่รู้สึกว่าเป็นสเปกของกันและกันแต่ถ้าเคมีเข้ากันได้แปลว่าน่าทำความรู้จักกันต่อ ไม่จำเป็นต้องรู้สึกใช่ตั้งแต่แรกหรือคิดว่าต้องคบคนนี้เป็นแฟนเท่านั้นถึงจะติ๊ก

ตอนอธิบายกิจกรรมเราจะบอกไว้ตั้งแต่แรกว่า ทุกคนควรติ๊กถูกใจในกระดาษ OMG การ์ดนะ ถ้าคุณไม่ติ๊กจะไม่ได้คอนแทกต์กลับไปซึ่งมันช่วยตั้งความคาดหวังของผู้ร่วมงานด้วยว่าวันนี้อาจไม่จำเป็นต้องได้เฉพาะความสัมพันธ์ที่จริงจังกลับไปอย่างเดียว อาจเป็นเพื่อนใหม่หรือคอนเนกชั่นใหม่ก็ได้  

ตอนจับคู่แรกให้ผู้ร่วมงาน (pre-match) มีวิธีเลือกคนที่น่าจะเหมาะกันยังไง  

ยีน : เราแมตช์คนจากสิ่งที่เหมือนกัน แบบสอบถามตอนที่กรอกสมัครมีไว้เพื่อเช็กความสนใจเบื้องต้น ทั้งกิจกรรมที่ชอบ คุณค่าที่ให้ความสำคัญในชีวิตและสิ่งที่มองหาในฝ่ายตรงข้ามโดยเป็นคำถามปลายเปิดให้เขียนตอบสั้นๆ เราพยายามกะเทาะคำตอบของแต่ละคนออกมาเพื่อตามหาคู่ที่เอามาอยู่ด้วยกันแล้วน่าจะเข้ากันและเหมาะกันที่สุด 

พลอย : อย่างเช่นมีคนหนึ่งบอกว่าสิ่งที่เขาให้คุณค่ามากที่สุดคือครอบครัว ตามมาด้วยงาน
ในขณะที่อีกคนก็บอกว่าสิ่งที่ให้คุณค่าที่สุดเป็นอันดับแรกคือครอบครัวเหมือนกัน อย่างที่สองเป็นเพื่อน
เวลาคนสองคนให้คุณค่าในสิ่งเดียวกัน เราก็จับเขามาคู่กัน หรือคำถามเช่นสิ่งที่มองหาจากแฟนของคุณคืออะไร ฝั่งผู้ชายตอบว่าอันดับแรกคือความซื่อสัตย์ รองลงมาคือการมีเวลาให้ ส่วนผู้หญิงบอกว่าสิ่งที่ต้องการที่สุดคือความเชื่อใจ เคสนี้ก็จับคู่กันได้ 

ยีน : หลังงานจบพอได้ลองรู้จักครบแล้วก็มาเช็กว่าชอบใคร ชอบคนแรกที่เราจับคู่ให้มากที่สุดไหมหรือชอบคนอื่นมากกว่า

ผลออกมาเป็นยังไง คนส่วนใหญ่รู้สึกคอนเนกต์กับคู่แรกที่เราจับคู่ให้ไหมหรือไปชอบคนอื่น  

ยีน : เนื่องจากแต่ละคนไม่ได้ถูกลิมิตว่าติ๊กถูกใจได้แค่คนเดียว จะเลือกกี่คนก็ได้ ผลออกมาก็เป็น
50 : 50 คือครึ่งหนึ่งจะถูกใจคู่แรกที่เราจับคู่ให้ อีกครึ่งหนึ่งก็จะไปถูกใจคนอื่น

เหตุผลที่เลือกถูกใจได้หลายคนเพราะอะไร 

ยีน : หลักการคล้ายแอพฯ หาคู่ที่สามารถกดไลก์คนที่เราอยากรู้จักต่อได้หลายคน เรื่องความสัมพันธ์เราก็ไม่รู้เนอะ บางทีเราอาจต้องลองคุย 5 คนถึงจะเจอคนที่ใช่ ตอนจัดงานครั้งแรก มีคนหนึ่งที่ติ๊กถูกใจหลายคน ผลออกมาคือแมตช์ไป 3 คู่ พอออกเดตจริงเหมือนได้คัดกรองคนที่เข้ากับตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น คุยแล้วรู้สึกว่าคนนี้เด็กไป หรือรู้สึกชอบคนอีกไทป์มากกว่า มันคือการได้ไปศึกษากันต่อ 

มีวิธีสร้างบรรยากาศให้สปาร์กกันยังไง

ยีน : เหมือนเลือกร้านเวลาไปเดตเลย เราจะพยายามเลือกร้านที่มีความโรแมนติกและมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไฟไม่สว่างมาก เพลงและบรรยากาศต้องได้ เข้ามาแล้วรู้สึกน่าออกเดต ไม่จัดใน co-working space ที่บรรยากาศไม่เป็นใจ ค่อนข้างลงรายละเอียดในการเลือกร้าน การจัดโต๊ะต้องไม่เรียงติดชิดกันหมด ควรมีโซนพื้นที่ส่วนตัวด้วย

พลอย : ควรเลือกร้านที่มีเมนูอาหารขายเพราะส่วนใหญ่คนมักอยากนั่งชิลและทำความรู้จักกันต่อหลังงานจบ ที่ผ่านมาก็มีทั้งแบบนั่งคุยเป็นกลุ่มแบบเพื่อนกลุ่มใหญ่หรือคุยเป็นคู่ๆ

ยีน : คล้ายออกมาทำกิจกรรมกันแล้วมี after party ที่เราจะแจ้งผู้ร่วมงานทุกคนว่าหลังงานจบมีไปนั่งดื่มกันต่อนะ ถ้าใครไม่รีบไปไหนก็สามารถอยู่ hang out กันต่อได้ บางทีผู้จัดงานกลับแล้วเขาก็ยังอยู่ต่อกัน บางกลุ่มก็นัดไปทานข้าวกันเป็นแก๊งด้วย 

ธีมการออกเดตกลุ่มของอีเวนต์ในแต่ละครั้งมีความแตกต่างกันยังไง 

ยีน : เราจัดไปแล้วทั้งหมด 7 ครั้ง พยายามเปลี่ยนธีมและสถานที่เรื่อยๆ 

ครั้งแรกมาในธีม let’s get sparkly ที่อยากให้คนออกมา spark joy ด้วยกัน เพราะเป็นครั้งแรกที่อยากจัดต่อเนื่องในไทย เลยพยายามทำให้เกิดภาพที่คนออกมาทำกิจกรรมสังสรรค์ด้วยกัน 

ครั้งที่ 2 ชื่อ vibe with the tribe ในคอนเซปต์ชวนออกมาตามหาคนที่ชอบในสิ่งเดียวกันกับคุณ จัดแถวเมืองเก่าทำให้มี expat มาเยอะในครั้งนั้นและได้บรรยากาศนอสทัลเจีย เหมือนมาย้อนวันเวลาเก่าๆ มีผู้เชี่ยวชาญที่รู้จักย่านเมืองเก่ามาแนะนำสตอรีของถนนเส้นนั้นด้วย   

พลอย : ครั้งที่ 3 เป็นธีม meet & mingle สำหรับชายรักชาย บรรยากาศร้านเป็นชายหาดและเน้นเครื่องดื่มค็อกเทล 

ครั้งที่ 4 เป็น single over there รวมพลคนโสดที่ร้านไวน์แถวเอกมัย

ครั้งที่ 5 ธีม winter is coming เล่นกับอินไซต์คนโสดว่าลมหนาวกำลังมาแล้วนะ ให้ออกมารีบมาหาคู่ 

ครั้งที่ 6 เป็น let’s move on ชวนคนมูฟออนรับสิ้นปี คราวนี้เราได้สถานที่ใหญ่กว่าปกติและมีพื้นที่ 2 บรรยากาศ ทั้ง indoor และ outdoor เลยขยายให้มีผู้เข้าร่วมงาน 42 คน รวมเป็น 21 คู่ 

และครั้งล่าสุดคือธีมวาเลนไทน์ 11-12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาที่ Siam Discovery 

จากที่จัดงานมา ผลตอบรับของผู้ร่วมงานเป็นยังไง 

ยีน : ครั้งแรกที่จัดงานเรารับสมัครคนไทยเป็นหลักก่อน รอบนั้นบรรยากาศระหว่างเบรกเหมือนต่างคนต่างอยู่ คุยกันไม่เยอะเท่าไหร่ ไม่ค่อย outgoing พอครั้งที่ 2 เลยรับสมัครคนต่างชาติเข้ามาเพิ่มและเชียร์ให้คุยกันมากขึ้น จากครั้งแรกที่พอปล่อยให้ลงทะเบียนเสร็จแล้วผู้ร่วมงานมักจับกลุ่มนั่งกับเพื่อนตัวเอง เราก็พาแยกไปทำความรู้จักคนอื่นตั้งแต่แรก ให้มีโอกาสทลายกำแพงของกันและกัน ครั้งที่สองก็เริ่มมีการจับกลุ่มเมาท์กันตลอดเวลาแม้อยู่ในช่วงเบรก บรรยากาศก็เปลี่ยนไป 

พลอย : คำว่าสปีดเดตติ้งมันดูน่ากลัวแต่สำหรับคนที่เคยเข้าร่วมงานก็จะบอกว่ามันคือการออกจากเซฟโซนของเขาและไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ทำให้รู้สึกว่ากล้าลองทำอะไรใหม่ๆ และรู้จักคนเพิ่มขึ้น 

กลุ่มลูกค้าในไทยเป็นคนแบบไหน 

ยีน : กลุ่มเป้าหมายของเรามีทั้งคนไทยและ expat รวมถึงทุกคนที่มีสเตตัสพร้อมทำความรู้จักเพื่อนใหม่และสังคมใหม่ อยากออกมาจาก circle of friend กลุ่มเดิม เป็นคนที่พร้อมเปิดใจและเรียนรู้สิ่งใหม่ แต่ด้วยความแตกต่างของสัดส่วนประชากร พอเป็นบ้านเราผู้ร่วมงานจะอยู่ในช่วงอายุประมาณ 25 ปีขึ้นไปจนถึง 50 ปี ถือว่ามีช่วงอายุที่แคบกว่าต่างประเทศ จากการติดตามงานอีเวนต์สปีดเดตติ้งหลายเจ้าที่เมืองนอก พบว่าส่วนใหญ่ผู้ชายจองเต็มก่อน ในขณะที่เมืองไทยผู้หญิงจองเต็มเร็วกว่าทุกรอบ ส่วนใหญ่ผู้หญิงจะซื้อบัตรเร็วแต่ผู้ชายจะทักมาถามก่อนว่างานเป็นยังไงเพราะหลายคนไม่เคยมางานลักษณะนี้เลย

พลอย : ผู้ชายจะมีคำถามค่อนข้างละเอียดว่างานเล่นยังไง จัดยังไง คนที่มาอายุเท่าไหร่ ผู้หญิงเป็นแบบไหน ในขณะที่ผู้หญิงหลายคนมักตัดสินใจจองมาเลยและกลับไปบอกต่อส่วนผู้ชายจะมาเดี่ยวๆ 

ยีน : มีทั้งคน introvert และ extrovert อย่างคน introvert ที่ตอนแรกเราไม่คิดว่าคนไทป์นี้จะอยากมา ปรากฏว่าเขาก็สมัครกันมา ส่วนตัวเขาเองก็อยากรู้จักคนมากขึ้นแต่ไม่กล้าพูดกล้าคุย การที่เลือกมางานแบบนี้ทำให้ได้คุยกับคนอื่นโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องเดินไปทักเอง ครั้งหลังๆ จะเห็นคนที่มีบุคลิกเป็น introvert มามากขึ้น

ความประทับใจและคุณค่าของการได้ทำความรู้จักผู้คนคืออะไร 

พลอย : ได้เปิดโอกาสให้ตัวเองเจอคนใหม่ๆ และมองโลกกว้างขึ้น พลอยเป็นคน introvert  เหมือนกันพอมาทำตรงนี้รู้สึกว่าได้รู้จักคนที่เราไม่คิดว่าจะได้เจอ เพื่อนคือประสบการณ์ใหม่ คอนเนกชั่นใหม่ที่ในอนาคตอาจเป็นความสัมพันธ์ใหม่ของเราก็ได้ 

โมเมนต์ที่ประทับใจจากผู้ร่วมงานก็ไม่ใช่เฉพาะความรักอย่างเดียวแต่เป็นทุกโมเมนต์ของการรู้จักกันที่เกิดขึ้นในงาน เวลาเห็นคู่ที่อยู่ในสายอาชีพที่ใกล้กัน สนใจสิ่งเดียวกัน คุยกันแล้วถูกคอเลยตัดสินใจคุยกันต่อ หรือคู่ที่ฝ่ายชายประทับใจที่ฝ่ายหญิงเป็นคนตลกและอารมณ์ดี ส่วนฝ่ายหญิงก็รู้สึกว่าฝ่ายชายเป็นคนสุภาพและเอาใจใส่ เหล่านี้เป็นเคสประทับใจที่เราดีใจที่เกิดขึ้น 

ยีน​ : การได้ขยายวงสังคมของเราจากชีวิตประจำวันทำให้ได้เปิดโอกาสออกมาเจอผู้คนและมุมมองใหม่แทนที่บางทีเราจะติดอยู่ในความสัมพันธ์เดิมที่ไม่โอเค มันเติมความสนุกและสีสันในชีวิตได้ 

อนาคตอยากสร้างโมเมนต์ บรรยากาศ บทสนทนา หรือสายสัมพันธ์แบบไหน

พลอย : บางคนอาจมองว่าเราเป็นคนจัดงานสปีดเดตติ้งแต่ความจริงเรามองตัวเองเป็น matchmaker ที่ครีเอตโมเมนต์และสร้างโอกาสให้คนมีช่วงเวลาที่ดีร่วมกัน ตอนนี้เราทำสปีดเดตติ้งต่อไปเราอาจทำสปีดเฟรนด์ดิ้งหรือจัดอีเวนต์ปาร์ตี้ส่วนตัวก็ได้ เป็นแค่ไอเดียที่คิดไว้ว่าอยากทำ

ยีน : ต่อไปอาจจัดในสวนหรือบนเรือ เพิ่มความสนุกรูปแบบใหม่ในสถานที่หรือกิจกรรมในแต่ละธีม
รอให้ฐานกลุ่มคนที่สนใจงานของเราแน่นขึ้นอีกนิดหนึ่ง ก็จะเพิ่มความสนุกเข้าไป 

เอพิโสดแรกของเราคือการเดต แต่ต่อไปอาจพัฒนาเป็นรูปแบบอื่นก็ได้ 

บทเรียนทางธุรกิจจาก OMG Matchmaking

1. Broad Definition นิยามธุรกิจให้กว้างและลงลึกถึงคุณค่าที่อยากส่งต่อให้ลูกค้า เช่น ไม่ได้เป็นเพียงคนจัดงานอีเวนต์ออกเดตแต่เป็นผู้สร้างโมเมนต์ในการรู้จักกัน
2. Learn from Global Community เรียนรู้จากคอมมิวนิตี้ที่ทำสำเร็จมาก่อน
3. Be Creative ไม่หยุดนิ่งแค่แรงบันดาลใจที่ได้จากต่างประเทศ แต่สร้างสรรค์ธีม บรรยากาศและไอเดียของตัวเอง

Photographer

ช่างภาพที่สนุกกับการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลง และหลงรักในความทรงจำ Ig : mocfirst

You Might Also Like