นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้คุกกี้

บริษัท ทุนดี จำกัด (“บริษัท”) มีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์เพื่อรับประกันการให้บริการของเว็บไซต์ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทรับประกันว่าจะใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎ หมายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการใช้คุกกี้บางประเภทที่อาจดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก ทั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ บริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและตกลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์นี้... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

สูตรสุคติ

กลยุทธ์ที่ทำให้ Nirvana Memorial Park เป็นผู้ให้บริการผู้ล่วงลับที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย 

สำหรับลูกหลานชาวจีน เทศกาลเช็งเม้งถือเป็นอีกวันรวมญาติจากทั่วฟ้าเมืองไทยไม่ต่างจากวันตรุษจีนมากนัก 

นอกจากระยะทางแสนไกล อีกสิ่งที่เชื่อว่าลูกจีนน่าจะจำกันได้แบบฝังหัวคือการเตรียมของไหว้แสนวุ่นวายในบรรยากาศร้อนระอุ ด้วยสภาพแวดล้อมของสุสานจีนแบบดั้งเดิมที่ไม่น่าอภิรมย์ ผสมรวมกับความเชื่อหลังความตายแบบฉบับชาวจีนที่เลือนรางลงทุกรุ่น ไม่แปลกใจหากหลายคนจะมองหาแนวทางชีวิตหลังความตายในรูปแบบอื่น 

วันเช็งเม้งที่คึกคักจะยังคงเป็นแบบเดิมอยู่หรือไม่? สุสานเหล่านี้จะลดน้อยถอยลงหรือเปล่า?

เหล่านี้เป็นคำถามที่เราสงสัยและเก็บมาสนทนากับ Dato’ Jerry Yu Chia Chang ประธานเจ้าหน้าที่บริหารต่างประเทศ (Overseas CEO) แห่งเนอร์วาน่า เอเชีย กรุ๊ป (Nirvana Asia Group) ผู้ให้บริการอสังหาริมทรัพย์หลังความตายแบบครบวงจรสัญชาติมาเลเซียที่เริ่มต้นจากโครงการแรกด้วยพื้นที่เพียง 100 กว่าไร่ ในเซเมนยิห์ สลังงอร์ ประเทศมาเลเซีย ก่อนไปสู่ 5 ประเทศ 26 โครงการ

เนอร์วาน่าประเทศไทยก่อตั้งขึ้นเป็นเวลากว่า 10 ปี จุดหมายปลายทางตั้งอยู่ที่อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ที่นี่ไม่เพียงให้บริการฮวงซุ้ยและที่เก็บอัฐิ แต่ยังมีสุสานสำหรับชาวคริสต์ และมีบริการด้านความเชื่อเรื่องโชคดวงอย่างแซกี หรือสุสานคนเป็น ที่ตอบโจทย์คนไทยทุกเชื้อชาติได้

เนอร์วาน่ายังมีบริการทำพิธีแด่ผู้วายชนม์แทนลูกหลานที่ติดภารกิจ ความน่าสนใจคือลูกหลานยังไม่ต้องจ่ายเงินรายปีเพื่อบำรุงรักษาสถานที่ ไม่มีการขุดออกเมื่อไร้ลูกหลานดูแล ถือเป็นอีกหนึ่งสวรรค์ที่ลูกหลานจีนหลายคนถูกใจ 

ที่สำคัญ เมื่อก้าวเข้ามายังสถานที่แห่งนี้ หลายคนน่าจะต้องมีคำถามกันบ้างว่าที่นี่ใช่สุสานที่เคยเห็นจริงหรือไม่ เพราะนอกจากจะสวยงามแล้ว ยังมีระเบียบ สะดวกสบาย และสะอาดสะอ้าน

แต่จุดเด่นเหล่านี้จะทำให้เนอร์วาน่า เอเชีย กรุ๊ป ยืนหยัดได้หรือไม่ โอกาสในตลาดเมืองไทยนั้นมีมากแค่ไหนอยู่เท่าใด Dato’ Jerry Yu Chia Chang รอให้คำตอบกับเราแล้ว

ก่อนจะกลายเป็นเบอร์ 1 ของเอเชีย เนอร์วาน่า เอเชีย กรุ๊ปเกิดขึ้นได้ยังไง

เนอร์วาน่า เอเชีย กรุ๊ปก่อตั้งมาแล้วกว่า 33 ปี ในสมัยนั้นท่านผู้ก่อตั้ง Tan Sri Kong Hon Kong ต้องตามหาสุสานให้ญาติผู้ใหญ่ ท่านพบว่าสุสานทั่วไปรกร้างเต็มไปด้วยขยะและวัชพืชต่างๆ บางแห่งมีปัญหายุบตัว น้ำท่วม ไฟไหม้ แตกร้าว หรือปัญหาความปลอดภัยด้านอื่นๆ แต่กลับไม่มีคนดูแล บุตรหลานก็ไม่ทราบ จนเกิดความเสียหายต่อฮวงซุ้ยหรือช่องเก็บอัฐิ

ท่านจึงมีความคิดอยากยกระดับสุสานให้เหมือนอุทยานดอกไม้ที่สวยงาม นั่นแปลว่าฮวงจุ้ยมันต้องดี ซึ่งมันตอบโจทย์และสอดคล้องกับบริการเสริมดวงแซกีที่ต้องฝังข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ของลูกค้าในสถานที่ที่ถูกหลักฮวงจุ้ยด้วย 

ความแตกต่างนี้หรือเปล่าที่ทำให้เนอร์วาน่าเป็นธุรกิจเกี่ยวกับความตายอันดับต้นๆ ของเอเชีย

ท่านผู้ก่อตั้ง Tan Sri Kong มักพูดเสมอว่า “ผู้ชนะคือผู้ที่ยืนหยัดและมุ่งมั่น” ตอนนี้ลองมองย้อนกลับไป เนอร์วาน่า เอเชีย กรุ๊ป เป็นผู้ให้บริการด้านสุสานที่เติบโตและขยายสาขาได้เร็วที่สุดในเอเชีย ก็คงหนีไม่พ้นคำว่า “ยืนหยัดและมุ่งมั่น” จริงๆ

เพราะกว่าเราจะกลายเป็นเบอร์ 1 ได้แบบทุกวันนี้ เส้นทางของเราไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ โดยเฉพาะช่วงเริ่มแรก Tan Sri Kong ต้องเผชิญกับอุปสรรคและคำดูถูกถากถางมากมาย คนส่วนมากมองว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะทุกคนคุ้นชินกับสุสานรูปแบบเดิมๆ แต่ทุกๆ เรื่องย่อมมีผู้บุกเบิกเสมอ 

กลยุทธ์อะไรอีกบ้างที่ทำให้เนอร์วาน่าขยายจาก 1 โครงการเป็น 26 โครงการใน 5 ประเทศได้

อย่างแรก–สินค้าต้องพูดได้ด้วยตัวเอง สุสานโดยทั่วไปจะมีภาพจำแบบสกปรกรกร้าง เนอร์วาน่าจึงตั้งใจทำให้สุสานสวยงามเหมือนอุทยานหรือโรงแรมระดับ 5 ดาว สิ่งเหล่านี้ลบล้างภาพจำสุสานรูปแบบเดิมไปโดยสิ้นเชิงจนทำให้เกิด ‘การบอกต่อ’

อย่างที่สอง–เรามองว่าสุสานเป็นสถานที่ที่ให้บริการสำหรับคนมีชีวิต เนอร์วาน่าเลยจัดสรรพื้นที่ส่วนกลางรวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้กับบุตรหลานของผู้วายชนม์ได้ใช้สอย ซึ่งสุสานรูปแบบเดิมไม่มีสิ่งเหล่านี้ 

อย่างที่สาม–ตามธรรมเนียมดั้งเดิม คนจะเริ่มหาสุสานก็ต่อเมื่อมีคนในบ้านเสียชีวิตแล้วเท่านั้น แต่เนอร์วาน่าเป็นผู้ผลักดันแนวคิดการวางแผนล่วงหน้า ลูกค้าสามารถผ่อนกับบริษัทได้โดยไม่มีดอกเบี้ย และซื้อสินค้าและบริการของเนอร์วาน่าในราคาที่ย่อมเยา หมดกังวลเรื่องราคาที่ปรับตามอัตราเงินเฟ้อ 

เมื่อเราเน้นการขายให้ลูกค้าที่ยังมีชีวิต ระบบของเราจึงเป็นระบบการขายผ่านตัวแทน บางทีเราก็จัด one-day trip พามาทัวร์ไซต์ของเรา บางทีอาจมีดินเนอร์ที่เชิญลูกค้าที่สนใจมาฟัง ทำให้เขาเห็นภาพว่า ณ วันเกิดเรื่อง ลูกค้าที่วางแผนไว้ก่อนกับไม่วางแผนจะเห็นภาพต่างกันเลย 

มันไม่ใช่แค่วุ่นวายเรื่องเงินทอง ไหนจะจัดการเรื่องสถานที่ เรื่องพิธีกรรม มันมีรายละเอียดที่ต้องคุยเยอะแยะมากมายเต็มไปหมด แต่ถ้าเราวางแผนไว้แล้วถึงเวลาเราโทรศัพท์กริ๊งเดียวมาที่เนอร์วาน่า หน้าที่ของลูกค้าหลังจากนั้นก็แค่เดินตามสเตปที่เราออกแบบไว้ให้

อย่างที่สี่–มีคำกล่าวหนึ่งกล่าวไว้ได้ดีคือ “เราไม่มีทางชนะศึกได้เลย ถ้ากำลังสนับสนุนไม่พร้อม” เนอร์วาน่าเลยลงทุนกับระบบและทรัพยากรต่างๆ ของบริษัทอย่างมหาศาล ตัวแทนของเนอร์วาน่าจึงเติบโตได้เร็วและทำได้ดีในระยะเวลาอันสั้น  

ความท้าทายของโมเดลธุรกิจแบบมีตัวแทนคืออะไร

ตัวแทนเปรียบเหมือนสะพานเชื่อมระหว่างเนอร์วาน่าและลูกค้า เพราะสินค้าและบริการของเรามีเอกลักษณ์จึงจำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ในการอธิบายให้ลูกค้าฟังอย่างละเอียด เราจึงต้องให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงานและพาร์ตเนอร์มากๆ 

แต่การสรรหาตัวแทนจนกระทั่งออกไปให้คำปรึกษาดูแลลูกค้าอย่างมืออาชีพนั้นไม่ง่ายเลย กว่าพนักงานแต่ละคนจะพร้อมเป็นตัวแทนที่ดีได้ต้องอบรมนาน 1 ปี ความท้าทายในตอนนี้จึงคือการเทรนด์ให้ตัวแทนมีความรู้ความเชี่ยวชาญ ทั้งตัวแทนโดยเฉพาะหน้าใหม่อาจจะปิดการขายไม่สำเร็จ หรือลูกค้าปฏิเสธกลับมา เราต้องให้คำปรึกษาด้านจิตวิทยากับตัวแทน จัดการฝึกอบรมและแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาต่างๆ 

ธุรกิจรูปแบบนี้มีคู่แข่งทางการตลาดบ้างไหม  

ไม่ใช่แค่เฉพาะประเทศไทย แต่ในทุกประเทศ เรามองว่าคู่แข่งของเราคือตัวเอง เพราะไม่มีธุรกิจไหนที่เน้นขายคอนเซปต์การวางแผนล่วงหน้าแบบเรา 

เนอร์วาน่าจึงต้องท้าทายตัวเองอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้สินค้าและบริการตอบโจทย์ลูกค้าได้ ถามว่า 33 ปีมานี้มีสุสานขนาดเล็กก่อตั้งขึ้นมามากมาย แต่ทำไมเรายังเป็นเบอร์ 1 ได้ สิ่งสำคัญไม่ใช่เรื่องราคา แต่เป็นเรื่องของความเชื่อมั่น เชื่อใจ และไว้วางใจจากลูกค้า 

สุสานขนาดเล็กส่วนมากดำเนินการได้ไม่ดีจึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากที่จะได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า ท้ายที่สุดหลายแห่งก็เลือกที่จะร่วมมือกับเนอร์วาน่า 

แล้วเนอร์วาน่าเห็นโอกาสอะไร ทำไมจึงขยายโครงการมาที่ประเทศไทย

เราอยากให้คอนเซปต์การมีสุสานที่สวยงามและมีมาตรฐานส่งต่อไปยังประเทศอื่นๆ ด้วย ถือเป็นอุดมการณ์ของท่านผู้ก่อตั้ง Tan Sri Kong เสมอมา เรายังต้องการเติบโตอย่างยั่งยืน ถ้ามองระยะยาว มาเลเซียมีประชากร 33 ล้านคนก็จริง แต่ลูกค้าที่ Nirvana ทำได้คือมาเลเซียเชื้อสายจีนเท่านั้น ซึ่งคนมาเลเซียเชื้อสายจีนมีแค่ 7 ล้านคน ตลาดเราจะจำกัดขึ้นเรื่อยๆ การขยายสาขาไปต่างประเทศจึงเป็นอีกหนึ่งทางที่ทำให้ธุรกิจเราเติบโตและยั่งยืน 

จากการศึกษาของเนอร์วาน่าพบว่าประเทศไทยยังไม่มีสุสานที่สวยงามและได้รับการบริหารจัดการที่ดีจริงๆ ตลาดเมืองไทยก็มีความต้องการค่อนข้างสูง ชาวไทยส่วนมากนับถือศาสนาพุทธและให้ความสำคัญกับการประกอบพิธีให้กับผู้ล่วงลับ ชาวไทยเชื้อสายจีนก็ยังคงวัฒนธรรมการฝังแบบร่าง (ฮวงซุ้ย)  

ตัวแทนของเนอร์วาน่าหลายคนก็สอบถามว่าเมื่อไหร่จะขยายโครงการไปที่ประเทศไทย ลูกค้าก็มีฟีดแบ็กแบบเดียวกับตัวแทน เพราะเขามีครอบครัวที่ย้ายมาอยู่ต่างประเทศเยอะ จากปัจจัยทั้งหมด ประเทศไทยจึงเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่ดีของเนอร์วาน่าที่จะส่งเสริมและสืบทอดวัฒนธรรมแห่งความกตัญญูกตเวที เป็นที่มาว่าเมื่อ 10 ปีที่แล้วเราจึงตามหาที่ดินเพื่อเปิดโครงการที่ประเทศไทย 

ตลอด 10 ปีที่ประเทศไทย เนอร์วาน่าเผชิญกับปัญหาอะไรบ้าง

โครงการแรกที่ประเทศไทยคือโครงการที่อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ค่อนข้างใช้เวลาเดินทาง เมื่อตัวแทนนัดหมายลูกค้าจากกรุงเทพฯ ทำให้ทั้งตัวแทนและลูกค้าต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมงในการเดินทาง ถือเป็นอุปสรรคหลักของตัวแทนมาก

ที่ผ่านมาเราจึงทำโมเดลที่สำนักงานขายที่กรุงเทพฯ เพื่อให้ตัวแทนใช้เป็นสถานที่ประกอบการอธิบายสินค้าและบริการ มีลูกค้าบางกลุ่มที่เชื่อมั่นในตัวแทนแล้วค่อยซื้อสินค้าและบริการก่อนค่อยไปชมโครงการในภายหลัง โดยเฉพาะแซกีเต่ามังกร ลูกค้าส่วนมากทำการซื้อก่อน และจะไปโครงการเมื่อถึงวันทำพิธีแซกีเสริมดวงเท่านั้น

ยิ่งเจอกับการระบาดของโควิด-19 ถึง 2 ปี ทำให้ธุรกิจโตช้าในช่วงแรก ต้นทุนการดำเนินการจึงเพิ่มมากขึ้น เราจำเป็นต้องปรับแผนธุรกิจ โดยตั้งแต่ปี 2565 เรากลับสู่สภาวะการดำเนินการปกติ ผลประกอบการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พนักงานก็มีเสถียรภาพและความกระตือรือร้นดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งนี่เป็นสัญญาณที่ดี และเชื่อว่าในอนาคต การดึงดูดพนักงาน หรือเพื่อนร่วมงานที่มีศักยภาพมาร่วมงานกับเราก็จะง่ายขึ้น

แล้วเนอร์วาน่าทำการตลาดที่เมืองไทยแตกต่างจากมาเลเซียไหม 

แน่นอนว่าด้วยความแตกต่างทางวัฒนธรรม เราต้องปรับเปลี่ยนสินค้าและบริการให้เหมาะสมเพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าอย่างดีที่สุด ซึ่งไม่กระทบความตั้งใจเดิมของเนอร์วาน่า รวมถึงสอดคล้องกับวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่นนั้นๆ จะเห็นว่านอกจากสุสาน เรายังมีอาคารเก็บอัฐิที่ตอบโจทย์คนไทย มีสุสานที่ชาวคริสต์มาฝังได้ และมีบริการเสริมดวงแซกีด้วย

ความเชื่อเกี่ยวกับโลกหลังความตายที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ Nirvana หวั่นใจบ้างไหม

ถ้าเปรียบให้เห็นภาพการทำธุรกิจก็เหมือนมือถือ เราเปลี่ยนมือถือได้ไม่นาน เดี๋ยวก็มีรุ่นใหม่ออกมาจนเราวิ่งตามไม่ทัน ดังนั้นเราอย่าไปวิ่งตามเทรนด์ แต่เราต้องเดินตามให้ทัน 

คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญเรื่องความเรียบง่ายและรวดเร็ว แน่นอนว่าอีก 20 ปีข้างหน้าต้องมีการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน แต่การจะเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมที่ถูกสืบสานมานับพันๆ ปีไม่ง่ายและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในทันทีทันใด  

จากข้อมูลของเรา ประเทศหรือภูมิภาคที่พัฒนาแล้วมีแนวโน้มว่าสัดส่วนการฝังแบบฮวงซุ้ย (ที่ดิน) ลดน้อยลงทุกปี แต่ไม่กระทบกับการดำเนินการของเนอร์วาน่า เพราะสินค้าและบริการของเนอร์วาน่าไม่ได้มีเพียงฮวงซุ้ย (ที่ดิน) แต่ทุกโครงการมีสินค้าและบริการที่หลากหลายเพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า 

ประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน เราเริ่มมองหาสถานที่สำหรับโครงการที่ 2 เพื่อเปิดบริการช่องเก็บอัฐิจำนวนมากเพื่อรองรับแนวโน้มความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนไปตามแนวคิดของคนรุ่นใหม่ 

แล้วแผนการตลาดต่อไปของเนอร์วาน่าในไทยเป็นแบบไหน  

ชาวมาเลเซียเชื้อสายจีนมีเพียง 7 ล้านคนเท่านั้น เนอร์วาน่าดำเนินการมาแล้ว 33 ปี และยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคง ในทางกลับกัน ประเทศไทยมีประชากรถึง 70 ล้านคน ตามหลักการนี้เราสามารถทำธุรกิจได้ยาวนานถึง 330 ปี

เราจึงคาดหวังว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า เราจะพัฒนาให้โครงการในไทยเติบโตและยั่งยืนเหมือนกับที่ประเทศมาเลเซีย เราจะขยายโครงการไปอีกหลายๆ โครงการ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทย ขณะเดียวกัน ผลประกอบของเนอร์วาน่า เอเชีย กรุ๊ป ก็เติบโตขึ้นจากผลพวงของตลาดเมืองไทย เพื่อให้บริการลูกค้าเชื้อสายจีนรวมถึงลูกค้าชาวไทยทุกท่าน 

นี่เป็นเป้าหมายที่เรามุ่งมั่นตลอดมา และจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้อย่างแน่นอน

  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ก่อตั้งพูดติดปากอยู่ตลอดคือสินค้าต้องขายตัวเองได้ ไม่ต้องพูดเยอะ แต่สินค้าจะดีแค่ไหน สินค้าก็ต้องขายออก โจทย์คือเราจะขายยังไง เราก็ต้องเป็นคนพุ่งเข้าไปหาตลาด ต้องสื่อสารออกไป ไม่ใช่รอให้คนเสียชีวิตแล้วค่อยมาหาเราแบบที่ในอดีตทำกัน 
  • ถ้าเปรียบให้เห็นภาพ การออกแบบโปรเจกต์ให้ดี การมี HR ที่เก่ง มีฝ่ายอบรมพนักงานที่เยี่ยม ฯลฯ เหมือนเป็นตู้รถไฟทั้งหมด ส่วนการตลาดเหมือนหัวรถไฟ ที่เชื่อมทุกส่วนเหล่านี้เข้าด้วยกันและเดินหน้าไปด้วยกันแต่ไม่ได้หมายความว่าการตลาดดีแล้วอย่างอื่นจะทำแย่ๆ ได้ เพราะถ้าคุณจะทำกับข้าวให้อร่อยได้ วัตถุดิบมันก็ต้องดีก่อน  

Writer

กองบรรณาธิการไลฟ์สไตล์ที่มีแมวเป็นแรงผลักดันในการทำงาน

Photographer

ช่างภาพและ baker ฝึกหัด

You Might Also Like