Steak Appeal

Mehran’s Steakhouse ร้านสเต๊กทิพย์ที่จำต้องเปิดขายคืนเดียวเพราะเพื่อนแกล้ง แต่มีคิวหลักพัน

คุณเคยได้ชิมรสมือใครสักคนแล้วคิดในใจบ้างไหมว่า 

“ฝีมือแบบนี้น่าจะเปิดร้านอาหารให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเสียเลย”

สำหรับเราเองก็สารภาพว่าไม่บ่อยนักที่จะรู้สึกพิเศษแบบนั้น แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มันพิเศษแล้ว มันก็พิเศษจนเรารู้สึกว่าหาความรู้สึกแบบนี้ไม่ได้ในอาหารมื้ออื่นทั่วไป

คงเหมือนกับที่เพื่อนกลุ่มหนึ่งจำนวน 16 คนที่อาศัยอยู่ในแมนฮัตตัน มหานครนิวยอร์กซิตี้มีความรู้สึกแบบนี้ทุกครั้งที่หนึ่งในเพื่อนร่วมบ้านที่เช่าบ้านอาศัยอยู่ร่วมกันได้ลงมือทำอาหารให้กิน 

เพื่อนรักนักปรุงอาหารคนนั้นมีชื่อว่า Mehran Jalali 

และเรื่องราวความโกลาหลปนน่ารักทั้งหมดเกิดขึ้นจากตรงนี้

เมห์รันและเพื่อนอีก 16 คนเช่าบ้านอาศัยอยู่ด้วยกันในย่านอัปเปอร์อีสต์ไซด์ ของนิวยอร์กซึ่งเมห์รันและเพื่อนๆ ส่วนใหญ่มีงานหลักที่ทำประจำคืองานสายไอที บางคนก็ทำบริษัทสตาร์ทอัพไอที บางคนเป็นพนักงานประจำบริษัทไอที 

ตามประสาคนชอบทำอาหารอย่างเมห์รัน เขาจะทำอาหารให้เพื่อนๆ ในบ้านกินอยู่บ่อยๆ และทุกๆ สองอาทิตย์จะมีเมนูเด็ดที่ทุกคนในบ้านตั้งตารอ นั่นคือ ‘สเต๊ก’

สเต๊กที่เมห์รันทำก็น่าจะดีและน่าจะเด็ดมากเสียจนเพื่อนในบ้านกันเองรู้สึกว่าอยากจะระบายความอร่อยนี้ออกมาเป็นอะไรสักอย่าง ว่าแล้วชายหนุ่มอายุ 20 กว่าๆ ผู้เป็นเนิร์ดด้านไอทีทั้งหลายก็ตัดสินใจสร้างรีวิวบนกูเกิลแมปส์โดยปักหมุดลงที่บ้านที่พวกเขาอาศัยอยู่ อัพรูปสเต๊กลงบนกูเกิลแล้วตั้งชื่อโลเคชั่นตรงนี้ว่าเป็น Mehran’s Steakhouse พร้อมให้คะแนนเต็ม 5 ดาว และเขียนรีวิวความอร่อยแบบเลิศเลอว่า ถ้าอยากจะกินสเต๊กชั้นยอดในอัปเปอร์อีสต์ไซด์ก็ต้องมาที่นี่เลย Mehran’s Steakhouse

ทั้งชื่อสถานที่ที่เหมือนร้านอาหารอยู่แล้ว มีรูปประกอบที่หน้าตาน่ายั่วน้ำลาย แถมมีรีวิวเต็ม 5 ดาวอีกนับสิบๆ รีวิว (เพราะเพื่อนร่วมบ้านนับสิบต่างเข้าไปรุมรีวิวและให้คะแนนห้าดาวกันทุกคน) ใครที่ผ่านไปมาในย่านอัปเปอร์อีสต์ไซด์แล้วบังเอิญเปิดกูเกิลเพื่อหาร้านสเต๊กอยู่พอดีก็น่าจะตัดสินใจไม่ยากว่า เดินไปกินสเต๊กที่ร้าน Mehran’s Steakhouse กันเถอะ!

แต่ปัญหามันติดอยู่ตรงที่ว่า ร้าน Mehran’s Steakhouse มันไม่มีจริงนี่สิ

มันเป็นแค่การหยอกล้อสนุกๆ กันของผองเพื่อนเฉยๆ ฉะนั้นคนที่เดินผ่านไปมาแล้วมาเคาะประตู มากดกริ่ง แล้วถามว่าวันนี้ร้านเปิดไหม อยากลองกินสเต๊กที่นี่หน่อย ก็เลยจำเป็นต้องผิดหวังแต่อมยิ้มเมื่อได้ค้นพบว่า นี่มันเป็นเพียงแค่การหยอกล้อกันในหมู่เพื่อนเท่านั้นเอง

แต่ไหนๆ คนก็เดินมาเคาะประตูที่หน้าบ้านกันอย่างไม่ขาดสาย ไหนๆ ก็ไหนๆ เพื่อนคนหนึ่งในบ้านที่เป็นไอทีอยู่แล้วก็นึกครึ้มขึ้นมาในใจว่า ลองมาเก็บสถิติกันดูหน่อยเป็นไรว่าจะมีคนอยากลองมากินสเต๊กของเมห์รันสักกี่คนกันนะ 

การเก็บสถิติที่ดูเป็นระบบระเบียบและเข้าทางไอที (แถมยังขี้แกล้ง) อย่างพวกเขามากที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นการทำเว็บไซต์ให้มันดูเป็นร้านอาหารจริงจังขึ้นมาเสียเลย

นัยหนึ่งคือมันยิ่งทำให้ทุกคนเข้าใจผิดไปกันใหญ่ว่า Mehran’s Steakhouse คือร้านอาหารจริงๆ แต่อีกนัยหนึ่งมันคือการจัดการที่เป็นระบบมากขึ้น ใครที่อยากจะมาชิมสเต๊กของเมห์รันคุณต้องลงชื่อจองไว้ ไม่สามารถวอล์กอินเข้ามากินเมื่อไหร่ก็ได้ ถือเป็นการป้องกันการเสียเที่ยวของหลายๆ คนที่ไม่ต้องเสียเวลาเดินมาเคาะประตูบ้านเพื่อที่จะค้นพบว่า ที่นี่ไม่มีสเต๊กเสิร์ฟให้คุณนะ

ปรากฏว่าตั้งแต่เปิดเว็บไซต์มาตั้งแต่ปี 2021 จนถึง ปี 2022 มีผู้คนกว่า 2,600 คนมาลงชื่อทิ้งไว้ว่าอยากจะมาเป็นลูกค้าของร้าน Mehran’s Steakhouse

คนเกือบ 3,000 คนเต็มใจจะมาลองชิมสเต๊กที่คนเพียงหยิบมือรีวิวไว้ แบบนี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดาแล้วล่ะ ว่าแล้วเมห์รันและกลุ่มเพื่อนอีก 16 คน ที่อาศัยอยู่ร่วมกันในบ้านหลังนั้นก็ตัดสินใจว่า เรามาเปิดร้าน Mehran’s Steakhouse จริงๆ กันเลยดีกว่า!

ว่าแล้วกลุ่มเพื่อนของเมห์รันจัดแจงไปเช่าสถานที่ในอัปเปอร์อีสต์ไซด์ ที่มันใหญ่พอจะจุคนได้ 140 ที่นั่ง และไปขอใบอนุญาตในการขายอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีอายุเพียง 1 วันมาจนได้ จากนั้นพวกเขาทำการติดต่อกลับไปยังลูกค้าที่เคยลงชื่อเป็น waiting list เอาไว้ว่าสามารถมาทานอาหารที่ร้านได้แล้ว

นอกจากลูกค้าที่ลงชื่อเอาไว้ ยังมีสื่อเจ้าดังในนิวยอร์กอย่าง New York Post และคอลัมนิสต์ที่เขียนเรื่องอาหารของ The New York Times มาร่วมเป็นลูกค้าของ Mehran’s Steakhouse ด้วย

จะแกรนด์โอเพนนิงทั้งที จะทำให้เล็กได้ยังไง จริงไหม

ตอนเย็นของวันที่ 23 กันยายน 2023 คือวันที่ Mehran’s Steakhouse เปิดให้บริการเป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการ (จริงๆ) เสียทีหลังจากที่เป็นร้านอาหารแบบทิพย์ๆ มานานเกือบ 2 ปีบนโลกออนไลน์

ต้องบอกไว้ก่อนว่าเนื่องจากร้าน Mehran’s Steakhouse ไม่เคยเปิดให้บริการมาก่อน และคนที่ทำงานเป็นเชฟใหญ่ของร้านคือ เมห์รัน จาลาลี ไม่ได้มีประสบการณ์ในการทำงานร้านอาหารมาก่อนเลยเช่นเดียวกับเพื่อนอีก 16 คนของเมห์รันที่ทุกคนเป็นสายไอทีแทบทั้งหมด ทุกคนไม่มีประสบการณ์ด้านร้านอาหารแบบจริงจัง มีแต่ความคิดอยากจะทำร้านอาหารร้านนี้แบบจริงใจเพียงเท่านั้น

แต่คนเพียงแค่ 17 คนไม่น่าพอสำหรับการเปิดร้านอาหารแบบป๊อปอัพที่จะเสิร์ฟลูกค้าหลักร้อย ว่าแล้วเมห์รันและผองเพื่อนลงมือติดต่อเพื่อนๆ ของเพื่อนๆ ออกไปเรื่อยๆ ว่าใครว่างช่วยมาทำงานที่ร้าน Mehran’s Steakhouse เป็นจำนวน 1 วันหน่อย 

แล้ว Mehran’s Steakhouse ก็สามารถเปิดกิจการได้โดยมีเพื่อนๆ ของเพื่อนๆ เมห์รันมาช่วยงาน โดยเพื่อนบางคนคือเพื่อนที่อาศัยอยู่ในนิวยอร์ก เพื่อนบางคนนั่งรถข้ามมาจากรัฐอื่น และเพื่อนอีกหลายต่อหลายคนบินมาจากแคนาดาและเม็กซิโก เพื่อมาช่วยเปิดร้านอาหารที่มีอายุเพียง 1 วันร้านนี้!

ค่าอาหารจานเมนคอร์สที่ชื่อว่า Bovine Circle of Life หรือจะเรียกแบบภาษาบ้านๆ คือ สเต๊กกับมันฝรั่งของร้าน Mehran’s Steakhouse อยู่ที่ 144 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 5,300 บาท) 

ส่วนรีวิวร้านอาหารเอาเท่าที่เราพอจะหาข้อมูลได้ ปรากฏว่าทุกคนที่ไปทานอาหารในวันนั้นต่างเขียนรีวิวถึง Mehran’s Steakhouse ว่าเป็นสเต๊กที่ดีมาก รสชาติดี เนื้อสัมผัสดี มีคอมเมนต์หนึ่งในอินเทอร์เน็ตเขียนเอาไว้ว่า

“คำแรกที่กัดเนื้อสเต๊กลงไป ฉันรู้สึกว่าปากของฉันเพิ่งได้สัมผัสกับสิ่งที่ดีที่สุดบนโลกใบนี้เลย”

เอาเป็นว่าอร่อยขนาดไหน ก็ให้คนที่เคยไปกินที่ร้าน Mehran’s Steakhouse พูดแทนก็แล้วกัน

แต่ใช่ว่า Mehran’s Steakhouse จะเปิดขายอาหารและเครื่องดื่มเพียงอย่างเดียวเท่านั้น สำหรับร้านอาหารที่เกิดจากอารมณ์ขันของกลุ่มเพื่อนในมหานครนิวยอร์กที่จับพลัดจับผลูต้องมาขายอาหารจริงๆ เพราะเกิดจากการแกล้งหยอกเอินกัน จะเปิดขายอาหารทั้งทีก็ต้องไว้ลายความอารมณ์ดีเป็นกิมมิกของร้านอยู่แล้วเป็นแน่

ความอารมณ์ดีที่ว่าเริ่มจากไวน์ที่เสิร์ฟในร้าน Mehran’s Steakhouse ตัวของเมห์รัน เองในฐานะเชฟใหญ่ของร้านมีการออกมาช่วยลูกค้าเลือกไวน์ตามโต๊ะอาหาร พร้อมแนะนำไวน์ขวดต่างๆ ให้กับลูกค้าพร้อมบรรยายสรรพคุณของไวน์ที่ลูกค้าเลือกมาอย่างอารมณ์ดี อย่างเช่นว่า ไวน์ขวดที่ลูกค้าเลือกมานั้นเป็นไวน์ขวดที่เมห์รันเก็บผลผลิตและขยี้ให้แหลกเองด้วยเท้าของเขา และเขาได้น้ำเจ้าน้ำองุ่นที่ว่าไปบ่มไว้นานกว่า 98 ปี ก่อนเอามาบรรจุขวดขายในวันนี้

หรือการที่เมห์รันให้เพื่อนของเขาเองไปยืนถือโปสเตอร์ของเซเลบริตี้ดังๆ แล้วยืนอยู่หน้าร้าน เพื่อให้คนที่เดินผ่านไปมาในย่านนั้นเข้าใจผิดไปว่า มีศิลปินคนดังกำลังกินข้าวอยู่ในร้าน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วคนดังคนนั้นไม่ได้อยู่ในร้านสักหน่อย เพื่อนเขาเพียงแค่ยืนถือโปสเตอร์แกล้งคนแถวนั้นให้เข้าใจผิดๆ ไป ก็เท่านั้นเอง

อีกอารมณ์ขันหนึ่งที่ถือเป็นการหยอกเอินอารมณ์ดีที่เมห์รันและเพื่อนๆ ทำคือ นำภาพของเมห์รันที่ตัดต่อกับคนดังระดับโลกใส่กรอบเป็นรูปภาพและประดับไว้ในร้าน ประหนึ่งว่าเมห์รันเคยทำอาหารให้คนดังเหล่านั้นกินมาแล้ว เช่น อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์, มาริลีน มอนโร, บารัค โอบามา และจอห์น เอฟ. เคเนดี เป็นต้น

วันนี้ถ้าคุณเข้าไปในเว็บไซต์ของร้าน Mehran’s Steakhouse จะพบข้อความที่ว่า ในขณะนี้ร้านเราปิดทำการและจะกลับมาเปิดใหม่อีกครั้งใน 6 เดือนข้างหน้า หากคุณสนใจให้ลงชื่อและทิ้งข้อมูลติดต่อไว้ แล้วเราจะแจ้งให้คุณทราบเมื่อร้านเปิดอีกครั้ง

คนที่รักทั้งอาหารและรักทั้งนิวยอร์กอย่างเราก็ไม่พลาดที่จะเข้าไปลงชื่อทิ้งไว้ ถ้าเมห์รันติดต่อกลับมาเมื่อไหร่ เราจะมารีวิวให้ฟังอีกครั้งใน 6 เดือนข้างหน้าว่า

สเต๊กเนื้อของเมห์รันคือสิ่งที่ดีที่สุดบนโลกใบนี้จริงไหม

อ้างอิงข้อมูลจาก

Writer

อาจารย์ผู้สอนวิชา Introduction to World Cuisine ในมหาวิทยาลัย หญิงสาวผู้หลงรักอาหาร และโฮสต์รายการพอดแคสต์ชื่อ 'Bon Appétit ธุรกิจรอบครัว'

You Might Also Like