นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้คุกกี้

บริษัท ทุนดี จำกัด (“บริษัท”) มีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์เพื่อรับประกันการให้บริการของเว็บไซต์ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทรับประกันว่าจะใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎ หมายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการใช้คุกกี้บางประเภทที่อาจดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก ทั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ บริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและตกลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์นี้... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

Loaf Of My Life

Lynn Loaf โรงเรียนสอนทำขนมปังของซาวร์โดเลิฟเวอร์ที่ไม่อยากตามเทรนด์ แต่เน้นสอนให้ใช้ได้จริง

ดอกเฟื่องฟ้าข้างบ้านกำลังชูช่อรับแดดยามสาย เครื่องปิ้งขนมปังส่งเสียง ‘ติ๊ง’ ดังเป็นสัญญาณว่าอาหารเช้าพร้อมเสิร์ฟ นาทีต่อมาเธอยกจานขนมปังและเนยทำเองมาวางไว้ตรงหน้า บอกเราว่านี่คืออาหารเช้าง่ายๆ ที่กินมาหลายปี 

เรากล่าวขอบคุณ แล้วเริ่มละเลียดมันอย่างไม่รอช้า สัมผัสแรกคือความกรอบ อุ่น นุ่ม ตามมาด้วยรสชาติเปรี้ยวอันเป็นเอกลักษณ์ของขนมปังซาวร์โด (Sourdough) ที่ค่อยๆ แผ่ซ่านในปาก

สมัยที่เธอยังทำขาย ลูกค้าคนหนึ่งบอกว่านี่เป็นซาวร์โดที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมา-เราไม่ค้านประโยคนั้นสักคำ

‘เธอ’ ที่อยู่ตรงหน้าเราตอนนี้คือ หลิน–สกุลลักษณ์ ไล้สุวรรณชาติ หญิงสาวผู้แทบจะเป็นทุกอย่างให้ซาวร์โดแล้ว เริ่มจากการเป็นคนกินขนมปังเป็นประจำมาสู่คนที่ทำกินเองทุกเช้า กลายเป็นเจ้าของร้านซาวร์โดที่ได้รับการบอกต่อปากต่อปากจนรับออร์เดอร์ไม่ไหว จนสุดท้ายเธอก็ตัดสินใจเลิกขายและผันตัวมาเป็นครูสอนทำขนมปังผู้ก่อตั้ง LynnLoaf (หลินโลฟ) โรงเรียนสอนทำขนมปังไซส์อบอุ่นย่านคลองสามวาที่สอนนักเรียนมาแล้วหลายร้อยคลาส

บทบาทล่าสุดคือการจับปากกาเขียนหนังสือชื่อ Nature of Sourdough ธรรมชาติ ธรรมดาของซาวร์โด เพื่อถ่ายทอดความรู้ที่เธอเรียนจากขนมปังมาตลอดหลายปี และเมื่อไม่นานมานี้ หนังสือเล่มแรกของเธอเพิ่งได้รับรางวัลระดับประเทศ จากเวที Gourmand World Cookbook Awards ในหมวด Best of the Best – Candidates ซึ่งมีหนังสือหมวดอาหารผ่านเข้ารอบเพียง 11 เล่มจากกว่า 1,000 เล่มทั่วโลก 

คงไม่เกินจริงถ้าจะบอกว่าสกุลลักษณ์คือหนึ่งในตัวจริงของวงการซาวร์โดเมืองไทย และโรงเรียน LynnLoaf ของเธอก็เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ขนมปังรสเปรี้ยวชนิดนี้กลายเป็น must have item ประจำคาเฟ่ ร้านขนม และร้านอาหารหลายร้านในปัจจุบัน

ขนมปังคือความสุข

7 ปีอาจเป็นช่วงเวลานานมากพอที่จะทำให้เราเชี่ยวชาญกับบางสิ่งบางอย่าง และสำหรับบางคน มันก็นานพอที่จะพิสูจน์ว่าอยากใช้เวลากับสิ่งนั้นไปทั้งชีวิต 

7 ปีที่สกุลลักษณ์อยู่กับขนมปังก็เป็นแบบนั้น “เราเริ่มทำจริงๆ ตอนปี 2015 เราเป็นคนชอบกินขนมปังเป็นมื้อเช้าอยู่แล้วเลยอยากทำเอง เผอิญทำแล้วสนุก มันมีเสน่ห์ เวลาได้จับโดขนมปังมันเพลิน น่าจะเหมือนคนชอบวาดรูปที่จับพู่กันแล้วเพลิน” เธอเท้าความ

“จริงๆ  คำตอบที่ลึกลงไปกว่านั้นคือคนเรามักจะมีสิ่งที่อยากโฟกัสอยู่สองเรื่อง คือเรื่องความคิดกับความรู้สึก คนเราถ้าคิดเยอะแล้วจะทุกข์ แต่ถ้าสัมผัสจะหยุดคิด นั่นคือเหตุผลที่คนสัมผัสโดแล้วมีความสุข เพราะการทำโดมันเกี่ยวข้องกับการสัมผัสโดยตรง ในช่วงเวลาที่จับโด คุณจะไม่ได้ใช้ความคิด เหมือนเวลาที่เราได้ไปวิ่ง โยคะ ออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมอื่นๆ ที่ขยับเขยิบร่างกายนั่นแหละ”

ขนมปังก้อนแรกของสกุลลักษณ์คือขนมปังโฮลวีตร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งในเวลาต่อมาก็กลายเป็นสิ่งที่สร้างรายได้เสริมให้เธอ นอกเหนือจากธุรกิจขายเสื้อผ้าออนไลน์ที่เธอทำอยู่ “เราอยากได้รายได้เสริม พอได้มาทำขนมปังก็ลองศึกษาตลาดทางนี้ดูบ้าง และพบว่าในตลาดตอนนั้นยังไม่มีใครทำขนมปังโฮลวีตร้อยเปอร์เซ็นต์ขาย เราเลยเปิดเพจเฟซบุ๊กขายดู ปรากฏว่ามีแนวโน้มที่ดี ยอดขายเดือนหนึ่งแม้จะไม่ได้เยอะมาก แต่มีลูกค้ากลับมาซื้อเรื่อยๆ 

“เนื่องจากเราสนใจขนมปังสุขภาพ วันหนึ่งก็ไปเจอว่ามีสิ่งที่เรียกว่าซาวร์โด เราคิดอยากทำบ้าง แต่ตอนนั้นความรู้เกี่ยวกับซาวร์โดทุกอย่างมาจากเมืองนอกหมดเลย มันไม่มีคนไทยสอนเรื่องนี้ เราเลยฝึกทำเองอยู่เป็นปี ทำพังอยู่หลายรอบเพราะเราฝึกทำโฮลวีตซาวร์โดร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งมารู้ทีหลังว่ามันทำยากมาก เลยตั้งต้นใหม่จากซาวร์โดธรรมดาโดยใช้แค่แป้งขาวกับน้ำดู”

ขนมปังไม่มีทางลัด

ผลลัพธ์ออกมาเป็นซาวร์โดที่รสชาติพอรับได้ แต่พอหลินเทียบรูป ‘ลูก’ ของตัวเองกับรูปซาวร์โดในอินเทอร์เน็ตเธอก็ยังรู้สึกว่ามันแตกต่างกันพอสมควร หญิงสาวตัดสินใจบินไปเรียนกับเชฟต่างชาติสลับกับลองทำเองอย่างสม่ำเสมอ เมื่อสั่งสมความรู้กับประสบการณ์มาได้พักใหญ่ก็ตัดสินใจทำซาวร์โดขาย และเป็นตอนนั้นเองที่เธอตัดสินใจหยุดขายเสื้อผ้าเพื่อมาขายขนมปังเต็มตัว

“สิ่งที่ขนมปังสอนเราคือความอดทน มันต้องรอ เราจะพูดเสมอว่า You can’t cheat fermentation. คุณจะโกงการหมักไม่ได้ ถ้าคุณรีบทำแล้วอบ ขนมปังก็ออกมาไม่ดี คุณต้องอบในเวลาที่ใช่ ต้องผ่านการบ่มรสชาติจนได้ที่ มีการพัฒนาอย่างพอดี ต้องอดทน ต้องสังเกต และเข้าใจธรรมชาติของมัน

“เราว่าความรู้ทุกอย่าง ถ้าเราตั้งใจศึกษา มันจะบอกเราหมด ขนมปังสอนเราว่าถ้าเราชอบทำอะไรสักอย่างแล้วทำมันเป็นงานอดิเรกหรืองานของเรา ถ้าเราบ้าบอกับมันอยู่ตลอดเวลา ทำ คิด วิเคราะห์ ทำแล้วพังช่างมัน ไว้ค่อยกลับมาทำใหม่ เดี๋ยวก็ได้ความรู้จากมันเอง 

“จริงๆ ไม่ใช่แค่ขนมปังด้วย แต่ทุกอย่างเลย”

คนทำขนมปังที่ดีไม่เท่ากับครูที่ดี

“พอขายไปได้สักพัก ก็เริ่มมีคนถามอยากให้สอน” เธอเล่าจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เกิดธุรกิจต่อมาของเธอ

“เราเองก็คิดว่าดีเหมือนกัน เพราะถ้าเราทำขายไปเรื่อยๆ ชีวิตเราก็วนอยู่กับการคิดสูตรและรับออร์เดอร์ ช่วงนั้นเราเริ่มมีปัญหาสุขภาพด้วย เพราะเราเริ่มมาทำขนมปังขายตอนอายุจะ 40 อยู่ดีๆ จากคนที่เคยนอนเวลาปกติก็ต้องมาตื่นตี 2 ตี 3 มาทำขนมปัง เราต้องอดนอน มันเลยเป็นเหตุให้ต้องหยุดทุกอย่าง”

นอกจากความรู้เกี่ยวกับขนมปังที่แน่นปั้ก อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้สกุลลักษณ์เลือกจะเป็นครูสอนทำขนมปังแทนเพราะเป็นอาชีพที่ให้อิสระ สามารถออกแบบตารางสอนของตัวเองได้ตามใจ ประกอบกับในช่วงนั้นเทรนด์ของขนมปังเพื่อสุขภาพกำลังมา ผู้บริโภคทั่วโลกเริ่มให้ความสนใจกับการเลือกกินมากขึ้น ส่งผลให้คาเฟ่ และร้านอาหารหลายร้านเลือกใช้วัตถุดิบที่เฮลตี้มากขึ้น 

ขนมปังที่ผ่านกระบวนการหมักจากยีสต์ธรรมชาติอย่างซาวร์โดก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกนั้น

“ด้วยธรรมชาติของซาวร์โด จุดเด่นของมันคือมันถูกบังคับให้ทำช้าๆ มีแบคทีเรียที่จะทำให้ย่อยได้เร็วขึ้น แล้วจริงๆ ถ้าของมีประโยชน์แต่ไม่อร่อยมันก็ไม่ดังหรอกถูกไหม ซึ่งซาวร์โดมันจะมีรสเปรี้ยวๆ ซับซ้อน กินแล้วเจริญอาหาร” หญิงสาววิเคราะห์ให้เราฟัง

“เรารู้สึกว่าดีแล้วที่ซาวร์โดเป็นเทรนด์ขึ้นมา เพราะมันจะไม่ใช่เทรนด์ที่ดึงให้คนมาลองกินแล้วผ่านไปเท่านั้นหรอก เราเชื่อว่ามันต้องมีคนที่กินแล้วติดแล้วไปกินอย่างอื่นไม่ได้ เพราะมันดันไปเจอของอร่อย” เธอหัวเราะ

หลังจากขายขนมปังอยู่ 3 ปี สกุลลักษณ์จึงตัดสินใจเปิดโรงเรียน Lynn Loaf ที่เธออุทิศพื้นที่ส่วนหนึ่งของบ้านให้เป็นห้องเวิร์กช็อปสำหรับการสอนคลาสทำซาวร์โดและขนมปังโฮลวีตร้อยเปอร์เซ็นต์

ตอนแรก ‘ครูหลิน’ ตั้งใจจะสอนเพียง 2 คลาสเท่านั้น แต่ปรากฏว่านักเรียนที่ไม่มีพื้นฐานโฮลวีตกับซาวร์โดไม่สามารถเรียนได้ เธอจึงเพิ่มคลาสปูพื้นฐานสำหรับทั้ง 2 คลาส บวกกับคลาสปาเนตโตเน & ปันโดโร ขนมปังอิตาลีที่ขึ้นชื่อว่าทำยากสุดๆ อีก 1 คลาส รวมแล้วเป็น 5 คลาสเพื่อรองรับทุกความสนใจ

และถึงแม้จะรับจำนวนจำกัดเพียงคลาสละ 8 คน แถมราคาค่าเรียนอยู่ในเรตที่หลายคนมองว่าไม่ได้ถูก ห้องเรียนของ Lynn Loaf แทบทุกคลาสก็เต็มตั้งแต่ตอนเปิดจอง 

ที่เซอร์ไพรส์เธอมากกว่านั้นคือนักเรียนแต่ละคนยังมีแรงจูงใจอันหลากหลาย ไล่ไปตั้งแต่คนที่อยากมาเรียนเพื่อไปเปิดคาเฟ่ของตัวเอง คนที่อยากมาเรียนเพื่อความรู้ ไปจนถึงคนที่อยากมาเรียนเพราะสงสัยว่าทำไมสกุลลักษณ์ถึงกล้าตั้งค่าสอนในเรตนี้

“เราตั้งราคานี้เพราะไม่ชอบเอาสิ่งที่เราเห็นคุณค่าไปทำให้มันถูก ซึ่งคลาสแรกๆ มีคนมาเรียนแล้วบอกว่าเขาเรียนมาแล้วหลายที่ หลายราคา และที่มาเรียนที่นี่เพราะสงสัยว่าทำไมสอน 2 วันถึงกล้าตั้งราคานี้ เพราะตอนนั้นไม่มีใครตั้งราคานี้เลย” เธอเล่ากลั้วหัวเราะ “แต่พอวันที่สอง เขาบอกเลยว่าไม่ต้องลดราคานะ สอนแบบนี้ไปเรื่อยๆ”

ทว่าหนทางของการเป็นครูก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป สกุลลักษณ์ได้เรียนรู้ว่าหมวกของคนขายขนมปังและครูนั้นเรียกร้องสกิลที่แตกต่างกัน

“ถึงแม้เราทำขนมปังเป็นแค่ไหน แต่ถ้าเราไม่สามารถพูดให้คนเข้าใจได้ คนมาเรียนก็ไม่รู้เรื่องอยู่ดี เพราะฉะนั้น เบคเกอร์ที่ดีก็เรื่องหนึ่ง ส่วนครูที่ดีก็เป็นอีกเรื่อง คุณต้องอธิบายเรื่องยากๆ ให้คนเข้าใจได้ ต้องคิดถึงนักเรียนให้มากขึ้น  

“แม้กระทั่งนักเรียน 8 คนที่มาเรียน แต่ละคนมีแบ็กกราวนด์ไม่เหมือนกัน มือที่จับโดก็ไม่เหมือนกัน เราไม่สามารถสอน 8 คนด้วยวิธีเดียวกันได้ ก็ต้องมานั่งดูว่าเขาทำผิดอะไรแล้วบอกให้เขารู้ เรื่องพวกนี้ก็ค่อยๆ สะสมมาเองตอนที่สอน” 

ครูสอนทำขนมปังที่ใจดีที่สุด

คอร์สของครูหลินอาจถือเป็นคอร์สสอนทำขนมปังที่ใจดีที่สุด เพราะถึงแม้จะไม่มีการวัดผลตอนท้ายคาบ สกุลลักษณ์ก็อนุญาตให้นักเรียนมา ‘ซ้ำชั้น’ ได้อย่างเต็มใจ

“มันเริ่มจากคลาสแรกๆ มีน้องคนหนึ่งจะเปิดร้านขนมปัง แต่เนื่องจากเรามีนักเรียนหลายคนก็โฟกัสกับเขาไม่ได้ตลอด ประกอบกับเนื้อหาของเราเข้มข้นมาก เขาก็อาจจะมึนๆ เราเลยใช้เขามาซ้ำชั้นคลาสซาวร์โดอีกครั้ง เป็นเหมือนการนั่งฟังหลังห้อง ซึ่งกับน้องคนนี้ พอเราเห็นว่าเขามาซ้ำชั้นแล้วเข้าใจมากขึ้น เราเลยเริ่มให้คนอื่นมาซ้ำชั้นได้บ้าง เพราะสำหรับบางคน เขาเรียนเสร็จเขาไม่มีทางเก็บความรู้ได้หมด เขาต้องไปฝึกทำก่อนแล้วมาฟังอีกทีก็จะเก็ตมากขึ้น 

“หรืออย่างนักเรียนที่เคยเรียนด้วยกัน เราก็จะบอกเขาว่าถ้าคนที่เคยเรียนคลาสแรกๆ ถ้าจะมาซ้ำชั้นอีกทีช่วงนี้จะดีเลย เพราะความเป็นครูของเรามีเพิ่มขึ้น ความรู้และประสบการณ์จากการสอนก็เยอะขึ้นด้วย” เธอเล่าเปิดอก และขยายความต่อว่าถ้านับระยะเวลาจาก ‘คลาสแรกๆ’ จนถึง ‘ช่วงนี้’ Lynn Loaf ก็เดินทางเข้ามาสู่ขวบปีที่ 5 เธอสอนนักเรียนมากว่าร้อยคลาส และมีรายชื่อผู้สมัครเข้าเรียนมากว่าหนึ่งพันคน

เทรนด์ในวงการขนมปังก็มีการขยับเปลี่ยนแปลงไปไม่น้อย อย่างซาวร์โดเองกลายเป็นที่รู้จักในแวดวงคาเฟ่ฮอปปิ้งและคนกินขนมปังกันอย่างแพร่หลาย มีหลายโรงเรียนเปิดสอนคลาสซาวร์โดโดยเฉพาะ ถึงอย่างนั้น สกุลลักษณ์มองว่าเทรนด์ของซาวร์​โดสามารถบูมได้กว่านี้ และจะไม่ใช่กระแสชั่วคราวที่มาแล้วจากไป แต่กลายเป็นเมนูที่ทุกคนกินกันในชีวิตประจำวันในที่สุด

แต่ไม่ว่าสิ่งต่างๆ จะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน สกุลลักษณ์ก็ยังจะตั้งใจกับการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับขนมปังในห้องเรียนทั้ง 5 คลาสของเธอให้ดีที่สุดเหมือนเดิม

“เพราะถ้าต้องไปตามคิดคลาสตามเทรนด์ ขนมปังตัวไหนมีกระแสก็สอนทำบ้าง แบบนั้นคุณจะเหนื่อยมากเลยนะ” เธอบอก “แต่ถ้าคุณมีของเด็ดๆ แค่ 5 ตัว แล้วมันมั่นคงมาก คุณจะอยู่ได้เรื่อยๆ แม้ไม่ได้หวือหวา รายได้เดือนหนึ่งจะฟิกซ์อยู่ประมาณหนึ่ง แต่ธุรกิจคุณก็จะราบรื่น”

แล้วในฐานะคนทำธุรกิจ คุณไม่อยากมีเงินเยอะๆ เหรอ–เราสงสัย

“เรามองว่าชีวิตมันไม่ได้มีแค่เรื่องหาเงิน เราอยากมีรายได้พอจะทำให้เราอยู่ได้อย่างปลอดภัย ในขณะเดียวกันก็มีเวลาของตัวเองและอิสระด้วย ถามว่าจริงๆ คนเราต้องการอะไร ต้องการอิสระใช่ไหม แต่ปัญหาของคนส่วนใหญ่คือมีเงินแต่ไม่มีเวลา บางคนก็มีเวลาแต่ไม่มีเงิน แต่ชีวิตที่เราทำอยู่ทุกวันนี้ เรามีเงินพอใช้จ่ายแบบไม่ได้เว่อร์วังและมีเวลา

“ถ้าคุณไปวิ่งตามเทรนด์ โอเคคุณมีเงิน แต่ไม่แน่คุณอาจจะมีปัญหาสุขภาพถ้าคุณทำแบบนั้น มันก็อยู่ที่การให้ความสำคัญและอายุด้วย ถ้าเราเป็นคนอายุน้อย 20-30 เราคงเปิดร้านของตัวเองไปแล้ว แต่พออยู่ในวัยเราที่ใกล้ 50 มันต้องรู้จักลงแล้ว แล้วลงให้สวยด้วย

“สุดท้ายแล้วทุกคนอยากได้ในสิ่งที่ต้องการ เราทำแบบนี้เพราะเราต้องการแบบนี้ บางคนอาจจะมองว่าอยู่เงียบๆ ไม่เห็นมีอะไรเลย แต่การประสบความสำเร็จของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน บางคนอยากมีร้านเยอะๆ เปิดหลายสาขา แต่เรามองว่าเราเปิดโรงเรียนนี้เราก็สำเร็จของเราแล้ว 

“ถึงจะเป็นการทำธุรกิจแบบเรียบๆ แต่งานของเรามันทำให้เราเลือกชีวิตเราได้” ครูสอนทำขนมปังสรุปด้วยรอยยิ้ม

Writer

นักอยากเขียนผู้รักทะเลและฤดูหนาวพอๆ กับหนังสุขซึ้ง สนใจประเด็น gender และเรื่องป๊อปทุกแขนง

Photographer

ชีวิตต้องมีสีสัน

You Might Also Like