นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้คุกกี้

บริษัท ทุนดี จำกัด (“บริษัท”) มีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์เพื่อรับประกันการให้บริการของเว็บไซต์ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทรับประกันว่าจะใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎ หมายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการใช้คุกกี้บางประเภทที่อาจดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก ทั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ บริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและตกลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์นี้... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

1064
November 14, 2024

Lavender’s Magic of Buriram

KTC x เพ ลา เพลิน ชูกลยุทธ์ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่เพิ่มมูลค่าให้ลาเวนเดอร์และสนับสนุนชุมชน

รู้ไหมว่าพืชเมืองหนาวอย่างลาเวนเดอร์ก็ปลูกที่อีสานได้! จากการจัดอันดับล่าสุด จังหวัดบุรีรัมย์ขึ้นมาเป็นอันดับ 4 ของจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมสูงสุดในภาคอีสาน และ ‘เพ ลา เพลิน บูติค รีสอร์ท’ ก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและวัฒนธรรมที่เป็นต้นแบบที่ดีในการทำธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแบบยั่งยืน

ที่นี่ไม่ใช่แค่รีสอร์ตทั่วไปที่มีอุทยานไม้ดอกเมืองหนาวให้เข้าชม แต่เป็นธุรกิจที่ตั้งเป้าหมายระยะยาวว่าอยากเป็น ‘มหานครแห่งสมุนไพร’ หรือ Herbstopia ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชน เพิ่มมูลค่าลาเวนเดอร์และสมุนไพรต่างๆ สู่ผลิตภัณฑ์และบริการนับไม่ถ้วน โดยช่วงฤดูหนาวปลายปีนี้ถือเป็นช่วงพิเศษที่มีการจัด ‘เทศกาลลาเวนเดอร์ พืชเศรษฐกิจยั่งยืน Lavender’s Magic’ ครั้งแรกในประเทศไทย เปิดให้เข้าชมทุ่งลาเวนเดอร์ที่สวยงามในโรงเรือน, นำเสนอเวิร์กช็อปและผลิตภัณฑ์ลาเวนเดอร์, เมนูอาหารที่ผสมผสานกลิ่นและสรรพคุณจากลาเวนเดอร์ และบริการด้านสุขภาพในสปาอโรคยาศาลา

ชวนฟังเรื่องราวและกลยุทธ์ทางธุรกิจที่เพ ลา เพลิน บูติค รีสอร์ท ร่วมมือกับ เคทีซีในการสนับสนุนพลังชุมชนท้องถิ่น พัฒนาเศรษฐกิจสมุนไพรและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ไปจนถึงเรื่องราวการสร้างแหล่งการเรียนรู้นอกห้องเรียนผ่านธุรกิจท่องเที่ยว

ปั้น ‘ลาเวนเด้อ’ แดนอีสานเป็นพืชเศรษฐกิจ

ก่อนจะเป็นเพ ลา เพลิน บูติค รีสอร์ท ที่มีทั้งที่พัก แคมป์ปิ้งสำหรับนักเรียนนักศึกษา อุทยานไม้ดอกเมืองหนาวและศูนย์สุขภาพแบบองค์รวมอย่างทุกวันนี้ ประณัย สายชมภู กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพ ลา เพลิน บูติค รีสอร์ท จำกัด เล่าว่าความจริงแล้วเพ ลา เพลินเป็นธุรกิจครอบครัวที่ไม่ได้เริ่มจากการปลูกพันธ์ุพืชตั้งแต่แรก แต่เริ่มจากธุรกิจการศึกษาที่หว่านเมล็ดพันธ์ุความรู้ให้เยาวชนด้วยการนำครูต่างชาติเข้าไปสอนในโรงเรียนทั่วไทยเมื่อราว 30 ปีที่แล้ว

การทำธุรกิจการศึกษาทำให้สังเกตเห็นว่าบุรีรัมย์ไม่ค่อยมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจในการนำดอกไม้เมืองหนาวมาให้คนอีสานได้สัมผัสและแตกโมเดลธุรกิจสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (wellness tourism) ในพื้นที่กว่า 400 ไร่ที่อำเภอคูเมือง ซึ่งห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์ 30 กิโลเมตร จนกลายเป็นอุทยานไม้ดอกเมืองหนาวแห่งแรกในอีสาน

แม้แดนอีสานจะถูกมองว่ามีอากาศร้อนแห้งแล้งและไม่มีใครเชื่อในตอนแรกว่าจะสามารถปลูกพืชเมืองหนาวที่บุรีรัมย์ได้ แต่เพ ลา เพลินก็นำทิวลิปจากเนเธอร์แลนด์มาทดลองปลูกในอุทยานเป็นพันธ์ุแรกและสำเร็จตั้งแต่ 17 ปีที่แล้ว เพราะมุ่งมั่นปรับนิสัยพืชเมืองหนาวให้สามารถปลูกในอีสานได้อย่างยั่งยืนในระยะยาวโดยพัฒนาการปลูกอย่างต่อเนื่องหลายปี จนเมื่อธุรกิจงอกงามมากขึ้นก็หันมาพัฒนาการปลูกดอกไม้เมืองหนาวสายพันธ์ุอื่นอย่างลาเวนเดอร์ โดยปลายปีนี้เลือกชูจุดเด่นการสร้างสรรค์ประสบการณ์เที่ยวที่ชูเอกลักษณ์ของลาเวนเดอร์ซึ่งนำไปต่อยอดทำผลิตภัณฑ์ได้

มากกว่าการปลูกลาเวนเดอร์เพื่อเชยชมความสวยงาม คุณค่าของลาเวนเดอร์ในทางสุขภาพคือการนำก้าน ใบ ดอกมาพัฒนาเป็นสินค้าได้ ซึ่งช่วยสนับสนุนให้เกษตรกรและชุมชนสามารถสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงด้วยแนวคิดการทำการเกษตรแบบยั่งยืนและการปลูกแบบผสมผสานเพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศ ลดการใช้สารเคมี ใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

เทศกาล Lavender’s Magic จึงเป็นแพ็กเกจการท่องเที่ยวจากความร่วมมือของ เพ ลา เพลิน กับบริษัทบัตรเครดิต KTC ที่มองว่าเทศกาลลาเวนเดอร์จะทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ นั่นคือผู้เยี่ยมชมสามารถเข้ามาสัมผัสได้ทุกกระบวนการตั้งแต่เรื่องราวการปลูกจนถึงการแปรรูป

ปริม ปัญญาเสรีพร ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต ‘เคทีซี’ หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่าวิสัยทัศน์ที่เคทีซีมีร่วมกันกับเพ ลา เพลินคือการอยากส่งเสริมโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (green hotel) และการมีส่วนร่วมกับชุมชนท้องถิ่นสำหรับทุกกลุ่มอายุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มสูงวัยที่เป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของรีสอร์ทและยังเป็นกลุ่มลูกค้าสำคัญของเคทีซีที่สนใจสัมผัสเสน่ห์แห่งภูมิปัญญาของชุมชนท้องถิ่นในเชิงสร้างสรรค์อย่างเทศกาลลาเวนเดอร์ในปีนี้

รักษากายาที่ ‘อโรคยา เวลเนส ศาลา’

โซนเด่นของเพ ลา เพลินซึ่งมีเป้าหมายทางธุรกิจเป็นมหานครแห่งสมุนไพรคือ ‘อโรคยา เวลเนส ศาลา’ (Arokaya Wellness Sala) ศูนย์รวมศาสตร์การแพทย์ ซึ่งมีที่มาจากชื่อ ‘อโรคยาศาล’ จากตำนานอารยธรรมอีสานใต้ โดยในอดีตพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอมได้มีพระราชดำริให้ก่อตั้งอโรคยาศาลขึ้นเพื่อใช้สมุนไพรมาปรุงยา บรรเทารักษาอาการเจ็บป่วย บำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้ประชาชน

ที่นี่เป็นศูนย์การเรียนรู้และต่อยอดการรักษาโรคด้วยสมุนไพรจากองค์ความรู้โบราณกว่าพันปี โดยพัฒนาเป็นศูนย์สุขภาพแบบองค์รวมที่มีทั้งทีมแพทย์จากศาสตร์แผนไทย จีน ปัจจุบัน และคลินิกกัญชาทางการแพทย์

หัตถการของที่นี่จึงเป็นการผสานภูมิปัญญาอย่างการสุมยา การนวดประคบ นวดกษัย ฝังเข็ม พอกตา เผายา ฯลฯ แน่นอนว่าสมุนไพรที่ใช้ในหัตถการทั้งหมดจากวิสาหกิจชุมชนศูนย์กลางการพัฒนาสมุนไพรของเพ ลา เพลิน ซึ่งมีการนำสมุนไพรเหล่านี้ใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและเครื่องสำอางภายใต้แบรนด์ AKAYA (เอกายา) ด้วยทั้งเซรั่ม ครีมบำรุง น้ำมันนวด

สำหรับช่วงเทศกาลลาเวนเดอร์ นอกจากผลิตภัณฑ์และชาจากสมุนไพรอื่นๆ แล้ว ยังมีสินค้าสเปรย์ฉีดห้องและหมอนกลิ่นลาเวนเดอร์รวมถึงเวิร์กช็อปแบบง่ายๆ ที่เปิดโอกาสให้ฝึกทำบอดี้สครับจากลาเวนเดอร์และผงฟู่แช่เท้ากลิ่นลาเวนเดอร์ซึ่งช่วยดับกลิ่นเท้า ทำให้เท้าหอมและนุ่ม

ที่สำคัญคือการรักษากายาที่ ‘อโรคยา เวลเนส ศาลา’ นั้นอยู่ในราคาที่เข้าถึงได้ อีกทั้งศาสตร์การรักษายังมาจากรากวัฒนธรรมและสมุนไพรที่ปลูกเองในชุมชนอย่างยั่งยืน

สาโทจากนครชัยบุรินทร์
และ Local Chef’s Table จากวัตถุดิบพื้นบ้าน

นอกจากสมุนไพรของที่นี่จะต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ทางสุขภาพแล้วยังนำไปเพิ่มมูลค่าเป็นอาหารและเครื่องดื่มจากวัตถุดิบท้องถิ่นได้อีกด้วย จากข้าวหักเหลือทิ้งในบุรีรัมย์และจังหวัดใกล้เคียงที่ไม่มีใครสนใจไยดี เพ ลา เพลิน ได้สนับสนุนวิสาหกิจชุมชนในการต่อยอดข้าวเหล่านี้เป็น AKAYA RICE WINE สุราแช่จากภูมิปัญญาพื้นบ้านของอีสาน ตามกรรมวิธีการทำสาโทพื้นบ้าน

แต่เดิมวิถีชาวอีสานจะนำข้าวมาหมักด้วยราและยีสต์ กลายเป็นลูกแป้งซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของแต่ละบ้าน จากนั้นแป้งที่ผ่านการหมักจะกลายเป็นน้ำตาลและแอลกอฮอล์ กลายเป็นไวน์ข้าวในที่สุด โดยไวน์ของเอกายาจะมี 4 รสที่เป็นภูมิปัญญาจากนครชัยบุรินทร์ (ประกอบด้วย 4 จังหวัดได้แก่ บุรีรัมย์ ชัยภูมิ นครราชสีมา สุรินทร์) คือ ‘ทิวา’ ไวน์รสหวาน กลิ่นหอมจากข้าวเหนียวขาวพันธ์ุ กข. 6, ‘อุษา’ ไวน์จากข้าวกล้องทับทิมชุมแพ, ‘ศศิ’ ไวน์จากข้าวเหนียวดำที่นิยมมาทำขนม และ ‘นิสา’ ไวน์จากข้าวมะลินิลสุรินทร์

หากแวะมาที่เพ ลา เพลิน จะได้เห็นกิจกรรมตั้งแต่การดำนา เกี่ยวข้าวซึ่งเวียนทำตามฤดูกาล ไปจนถึงการแปรรูปข้าว โดยนอกจากการผลิตสาโท คนอีสานยังนิยมนำข้าวมาแปรรูปเป็นข้าวหมากซึ่งเป็นอาหารหมักสำหรับทานเล่นตามแบบฉบับภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีโพรไบโอติกสูง

นอกจากนี้ห้องอาหารของเพ ลา เพลินยังมีการนำเสนอเมนูจากวัตถุดิบพื้นบ้านอื่นๆ ของชุมชน เช่น ปลาส้ม น้ำพริกกุ้งจ่อม น้ำพริกกุเลา ฯลฯ ในโอกาสพิเศษมีการรังสรรค์เมนูฟิวชั่นของอาหารอีสานอย่าง ‘Buriram Food Series Local Chef’s Table’ อย่าง คอหมูย่าง ปอเปี๊ยะลาบกุ้ง ไก่หลงดง ต้มแซ่บคากิ ค็อกเทลต้มยำ ปลากะพงผัดพริกแห้ง ข้าวอบกุ้งจ่อม บัวลอยมันม่วงข้าวหมาก ซึ่งหลายเมนูคิดขึ้นพิเศษและหาทานได้เฉพาะที่นี่โดยเฉพาะ

ออกแบบเพลาที่เพลินใจ ณ บูติครีสอร์ท

ความพิเศษในการเป็นบูติค รีสอร์ทของ เพ ลา เพลินคือห้องพักทั้ง 73 ห้องมีเอกลักษณ์การตกแต่งด้วยการเพนต์ลายดอกไม้และสิงสาราสัตว์ที่ไม่เหมือนกันเลยสักห้อง สำหรับห้อง suite จะมี ‘ตู้ไทยเวลเนส’ (Thai Wellness shelf) ที่ได้แรงบันดาลใจจาก ‘ส่วยยา’ หรือที่คนปัจจุบันเรียกกันว่าตู้ยาสามัญประจำบ้านที่มีประจำทุกครัวเรือน

ลูกค้าของรีสอร์ทที่เข้าพักห้อง suite สามารถทดลองผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและสุขภาพจากสมุนไพรของแบรนด์เอกายาได้จากตู้ยานี้ โดยการตั้งเป้าเป็น green hotel ที่สนับสนุนความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมทำให้ทางรีสอร์ทมีการสนับสนุนการลดใช้เคมีภันฑ์ในห้องพัก สนับสนุนชุมชนให้ทำน้ำยาอเนกประสงค์และปุ๋ยหมักใช้เองในครัวเรือน ไปจนถึงมีโปรโมชั่นเมื่อลูกค้าลดการใช้พลาสติกด้วยการนำภาชนะมาเอง

นอกจากกิจกรรมทางสุขภาพแล้ว เพ ลา เพลินยังมีทั้งกิจกรรมทำผ้ามัดย้อม, ดูหนังกลางนา, ช้อปปิ้งที่ศูนย์รวมสินค้าโอทอปจากชุมชน ‘Joy Market’, ชมของสะสมเก่าที่ ‘โรงเล่น…เรียนรู้ พิพิธภัณฑ์เล่นได้’ และ ‘กาลครั้งหนึ่งแกลลอรี่’, แวะทานขนมที่คาเฟ่แลดาว ในบรรยากาศร่มรื่น นับเป็นแหล่งการเรียนรู้เชิงสุขภาพที่ผสานความเป็นแหล่งท่องเที่ยวกับแหล่งเรียนรู้ไว้ด้วยกันอย่างลงตัวและมีการออกแบบประสบการณ์ (experience design) ที่มีการเล่าเรื่องภูมิปัญญาในองค์ประกอบเล็กๆ น้อยๆ ของรีสอร์ท

Play La Ploen Learning Park

หัวใจสำคัญของการเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนคือการทำธุรกิจอย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสได้ตั้งแต่การปลูกพืชและสมุนไพร ไปจนถึงการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ทั้งเชิงสุขภาพและอาหารซึ่งทำให้เห็นว่าเพิ่มมูลค่าและสนับสนุนชุมชนได้จริง

สิ่งที่เพ ลา เพลินตั้งใจทำมาตลอดคือการศึกษานอกห้องเรียนที่สนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก โดยทุกวันนี้โมเดลธุรกิจมีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นสถาบันการศึกษาที่พานักเรียนมาทัศนศึกษาและทำกิจกรรมที่บุรีรัมย์ ที่ผ่านมายังมีแคมเปญพิเศษเช่น เมื่อถึงฤดูดอกกระเจียวบาน เพ ลา เพลินได้ริเริ่มโครงการ ‘กระเจียวเพื่อน้องท้องอิ่มที่นำเมล็ดต้นกล้าให้นักเรียนจากโรงเรียนในชุมชนได้ฝึกปลูก จากนั้นทางรีสอร์ทจะซื้อผลผลิตที่นักเรียนเป็นผู้ปลูกกลับคืนมาเพื่อนำมาเพิ่มมูลค่า

ทั้งนี้เพ ลา เพลิน มองว่าพืชเมืองหนาวอย่างลาเวนเดอร์มีศักยภาพและเป็นความหวังในการสร้างโอกาสใหม่ในอนาคต การปลูกลาเวนเดอร์ไม่ใช่แค่การสร้างเอกลักษณ์ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมอุทยานไม้ดอกของที่นี่อย่างเพลิดเพลิน ไม่ใช่แค่สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์กลิ่นลาเวนเดอร์ที่มีกลิ่นหอม แต่เป็นการสร้างความแข้มแข็งให้วิสาหกิจชุมชนและสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนมาร่วมกันพัฒนาชุมชนในอีสานอย่างยั่งยืนต่อไป

สำหรับเคทีซีแล้วการสนับสนุนธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความยั่งยืนไม่ใช่แค่การทำโปรโมชั่น แต่คือการเข้าใจวิสัยทัศน์ของธุรกิจและเข้าถึงจิตใจของผู้ประกอบการอย่างลึกซึ้ง โดยเคทีซีมีกลยุทธ์การตลาดที่ตั้งใจผลักดันการท่องเที่ยวยั่งยืนด้วยการสนับสนุนโรงแรมและรีสอร์ทที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง สำหรับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีจะได้รับสิทธิ์ใน ‘เทศกาลลาเวนเดอร์ พืชเศรษฐกิจยั่งยืน Lavender’s Magic’ ได้แก่การจองแพ็กเกจห้องพักราคาพิเศษในราคาเริ่มต้นที่ 2,500 บาท รวมเซตอาหารเย็น การเข้าชมอุทยานลาเวนเดอร์ฟรีในช่วงเทศกาล เวิร์กช็อปผ่อนคลายด้วยผลิตภัณฑ์ลาเวนเดอร์ฟรี 1 ครั้ง รวมถึงส่วนลด 10% สำหรับค่าอาหารและเครื่องดื่มที่ห้องอาหารเพลาภิรมย์ ไปจนถึงสปาและทรีตเมนต์ที่อโรคยาศาลา (AROKAYA WELLNESS SALA) หรือเมื่อซื้อสินค้าที่ CANN & COOP ในส่วนของผลิตภัณฑ์ที่รังสรรค์จากลาเวนเดอร์
ลูกค้ายังสามารถซื้อสินค้าที่มีส่วนผสมของลาเวนเดอร์ภายใต้แบรนด์เอกายาได้ที่ KTC U SHOP ช่องทางขายออนไลน์บนเว็บไซต์เคทีซี ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  www.ktc.co.th และมีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับเทศกาลลาเวนเดอร์ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 – 28 กุมภาพันธ์ 2568

You Might Also Like