นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้คุกกี้

บริษัท ทุนดี จำกัด (“บริษัท”) มีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์เพื่อรับประกันการให้บริการของเว็บไซต์ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทรับประกันว่าจะใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎ หมายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการใช้คุกกี้บางประเภทที่อาจดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก ทั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ บริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและตกลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์นี้... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

You’ll never drink alone

การอำลาของ Jürgen Klopp กับการทำเบียร์รุ่นพิเศษ และแคมเปญเนื้อ 8 ชั้นจากเบอร์เกอร์คิง

Danke, Jürgen.

ถึงไม่ได้เลือกเรียนเอกศิลป์-เยอรมันตอน ม.ปลาย แต่เชื่อว่าแฟนฟุตบอลทั้งหลายในไทยและทั่วโลกน่าจะสามารถแปลความหมายของภาษาเยอรมันประโยคข้างต้นได้ในวันนี้ 

Danke, Jürgen.

ขอบคุณ เจอร์เกน

คืนวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมาตามเวลาของบ้านเรา เจอร์เกน คล็อปป์ ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมนำลิเวอร์พูลลงสนามเป็นนัดสุดท้ายที่แอนฟิลด์ เสียงปรบมือกู่ร้องโห่ดังลั่นไปทั้งสนามเพื่อต้อนรับการเดินลงผืนหญ้าสนามครั้งสุดท้ายในฐานะผู้จัดการทีมที่เป็นที่รักของทุกคน คล็อปป์สวมเสื้อฮู้ดสีแดงที่มีอักษรปักอยู่บนอกว่า Thank you และ Luv ส่วนด้านหลังมีตัวอักษรปักว่า I’ll never walk alone again.

ถึงแม้คล็อปป์จะไม่ใช่นักเตะในสนาม แต่ในแมตช์การแข่งขันเมื่อคืนกลับดูเหมือนว่าสายตาทุกคู่และความสนใจของทุกคนต่างมุ่งตรงไปที่ผู้จัดการทีมสายเลือดเยอรมันผู้นี้แทบทั้งสิ้น 

หากนี่เป็นคอลัมน์กีฬาเราคงจะสาธยายได้อีกยืดยาวว่าเหตุใดเจอร์เกน คล็อปป์ ชายผู้ที่ไม่ได้เกิด ไม่ได้โตที่เมืองลิเวอร์พูล แต่เขากลับกลายเป็นที่รักและเคารพของแฟนบอลที่แอนฟิลด์และนักเตะในทีมได้มากมายขนาดนี้ ฉะนั้นหากสรุปแบบรวบรัด เราจึงขอนิยามความยิ่งใหญ่ของชายคนนี้ที่แอนฟิลด์ว่า เขาเป็นผู้ที่เปลี่ยนคนทั้งหลายที่มีความสงสัยทั้งต่อตัวเองและสโมสรให้เป็นคนที่มีศรัทธา เปลี่ยนความไม่มั่นใจให้กลายเป็นความเชื่อ

เราคงต่างเคยได้ยินว่า “ทุกสิ่งบนโลกล้วนเป็นไปได้เมื่อเรามีความเชื่อ”

หากนักเตะไม่มั่นใจในฝีเท้าของตัวเอง หากเหล่าแฟนบอลของสโมสรไม่เคยมีความคิดว่าทีมจะสามารถคว้าแชมป์สำคัญๆ ของยุโรปได้ หากแฟนบอลต่างถอดใจเดินออกจากสนามก่อนจบเกม 90 นาที หากไม่มีใครสักคนเชื่อว่านี่คือทีมที่ดี นี่คือทีมที่แข็งแกร่ง นี่คือทีมที่อันตรายที่สามารถสร้างโอกาสและปาฏิหาริย์ได้ หากตัวเรายังไม่เชื่อในตัวเรา แล้วสิ่งยิ่งใหญ่ไหนเลยจะเกิดขึ้นกับตัวเราได้

ความยิ่งใหญ่ที่สุดที่เจอร์เกน คล็อปป์ ได้สร้างให้ลิเวอร์พูล จึงเป็นสิ่งที่เรียกว่า ‘ความเชื่อ’ 

เขาทำให้ทีม ชาวสโมสร และแฟนบอลทั้งในเมืองลิเวอร์พูลและทั่วโลกเชื่อว่า ฝีเท้าของนักเตะในทีมไม่ได้แย่ และศักยภาพของทีมนี้สามารถไปได้ไกลระดับแชมป์ในรายการสำคัญๆ คล็อปป์ปลุกวิญญาณความเป็นนักสู้ของคนในทีมและปลุกความเชื่อให้แก่แฟนบอลทุกคน 

แต่งานเลี้ยงที่หรูหราสวยงามแค่ไหน สุดท้ายย่อมมีวันเลิกรา

วันที่ 26 มกราคม 2024 คือวันที่ชาวสโมสรและนักเตะในทีมต่างช็อกไปตามๆ กัน เพราะเป็นวันที่คล็อปป์ประกาศว่าเขาจะไม่ต่อสัญญาคุมทีมให้กับลิเวอร์พูลแล้วในฤดูกาลหน้า

ว่าถึงเรื่องราวความยิ่งใหญ่ของคล็อปป์ที่คุมลิเวอร์พูลมากว่า 8 ปีครึ่ง และสถิติการคุมทีมให้ชนะกว่า 60% จากทุกรายการที่เขาคุมทีมลงแข่ง ที่สำคัญคือคล็อปป์ได้พาทีมคว้าแชมป์เกือบครบแทบทุกรายการที่ลงเตะ

ปี 2019 เขาพาลิเวอร์พูลคว้า Champions League ซึ่งเป็นถ้วยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในระดับสโมสรยุโรป ก่อนจะต่อยอดไปคว้าแชมป์ Club World Cup และ UEFA Super Cup

ในปี 2020 เขาพาหงส์แดงคว้าแชมป์ Premier League มาครองได้สำเร็จหลังจากสโมสรไม่เคยคว้าแชมป์ลีกสูงสุดมากว่า 30 ปี

ในปี 2022 เขาพาทีมเครื่องจักรสีแดงเป็นแชมป์ FA Cup และ League Cup ในปีเดียวกัน

ก่อนที่ปี 2024 เขาจะพาทีมคว้าแชมป์ League Cup เป็นการทิ้งทวน

สิ่งที่คล็อปป์ทำนั้นเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ ทั้งในมุมความศรัทธาที่เขาสร้างขึ้น รวมถึงความสำเร็จที่นำมาสู่สโมสร ดังนั้นการจากลาของคล็อปป์กับลิเวอร์พูลจึงถือเป็นอีเวนต์ที่สำคัญและทุกคนต่างให้ความสนใจ 

ที่น่าสนใจคือมีแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มหลายแบรนด์ต่างเห็นความสำคัญในการทำการตลาดจากการลาทีมลิเวอร์พูลของคล็อปป์ในครั้งนี้ เกิดเป็นแคมเปญที่ทั้งน่าสนุกและน่าสนใจหลายแคมเปญที่เราอยากเอามาเล่า

เริ่มกันที่เคสของ ERDINGER Weißbräu และ Carlsberg

Carlsberg คือบริษัทผลิตเบียร์สัญชาติเดนมาร์กผู้ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนสโมสรลิเวอร์พูลมาตั้งแต่ปี 1992 นับจนถึงปีนี้ก็ 32 ปี แล้ว ถือเป็นการสนับสนุนที่เหนียวแน่นมั่นคงและยาวนานกว่า 3 ทศวรรษ ว่าถึงความสำคัญของเจอร์เกน คล็อปป์ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงและปลูกฝังดีเอ็นเอบางอย่างให้แก่ชาวสโมสรลิเวอร์พูล Carlsberg ในฐานะแบรนด์สปอนเซอร์เครื่องดื่มของสโมสรจึงจับมือกับแบรนด์เบียร์สัญชาติเยอรมันอย่าง ERDINGER Weißbräu ที่จ้างคล็อปป์เป็นแอมบาสซาเดอร์มาตั้งแต่ปี 2019 จึงจับมือร่วมกันผลิตเบียร์รุ่นลิมิเต็ดเพื่อเป็นสัญลักษณ์การจากลาลิเวอร์พูลในครั้งนี้ของคล็อปป์ โดยเบียร์รุ่นนี้มีชื่อที่เห็นแล้วรู้ทันทีว่าทำเพื่อเขา

The Believer Brew

อย่างที่บอกไว้ว่าสิ่งสำคัญที่คล็อปป์ได้ปลูกสร้างให้กับสโมสรนี้คือความเชื่อ ดังนั้นการจากไปของคล็อปป์จึงถูกนำมาบ่มให้เป็นเครื่องดื่มที่กินได้อย่าง ‘เบียร์’ และให้ชื่อรุ่นว่า The Believer Brew หรือถ้าจะให้แปล ดิฉันคงแปลชื่อเบียร์รุ่นนี้ว่า เบียร์ของคนที่มีความเชื่อ

เบียร์รุ่นนี้จะถูกผลิตออกมาที่ 491 ขวด แต่ละขวดจะมีการพิมพ์เลขนัมเบอร์ไว้ที่ขวดไล่เรียงไปตั้งแต่ขวดที่ 1-491 และแต่ละขวดก็จะระบุตามลำดับแมตช์ที่คล็อปป์คุมทีมลิเวอร์พูลไปพบกับทีมคู่แข่ง เช่น 

ขวดที่ 206 คือ แมตช์ที่ 206 ของคล็อปป์ในฐานะผู้จัดการทีมที่คุมทีมลิเวอร์พูลชนะบาร์เซโลนา (4-0) ในปี 2019 

ขวดที่ 264 คือ แมตช์ที่ 264 ของคล็อปป์ในฐานะผู้จัดการทีมที่คุมทีมลิเวอร์พูลชนะเชลซี (5-3) ในปี 2020

การจับมือกันของแบรนด์เครื่องดื่ม 2 แบรนด์เป็นปรากฏการณ์ที่เราไม่ค่อยได้เห็นกันบ่อยๆ นัก จึงนับว่าเป็นการคอลแล็บกันที่หาดูได้ยากจริงๆ และถ้าไม่ใช่โอกาสที่พิเศษและสำคัญ เราคงไม่มีโอกาสได้เห็นความร่วมมือของแบรนด์ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน ผลิตสินค้าชนิดเดียวกันแบบนี้แน่ๆ

The Believer Brew จะเป็นการผสมเบียร์ของทั้งสองแบรนด์คือ ERDINGER Weißbräu และ Carlsberg โดยเบียร์รุ่นนี้จะใช้มอลต์ 50% จาก ERDINGER และมอลต์ 50% จาก Carlsberg และจะมีการใช้บาร์เลย์สีแดงผสมเข้าไปเพื่อให้เบียร์ออกมาเป็นสีแดงสีเดียวกับสีประจำสโมสรลิเวอร์พูล

เบียร์ The Believer Brew ทั้ง 491 ขวดนี้เป็นเบียร์ที่ผลิตออกมาแบบจำกัดและไม่มีการวางขายโดยทั่วไป แต่จะขายด้วยการประมูล โดยการประมูลจะถูกจัดการโดย Graham Budd Auction และการประมูลได้เริ่มไปแล้วตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา และจะสิ้นสุดลงวันที่ 30 พฤษภาคม โดยการกดประมูลแต่ละครั้ง เบียร์ขวดที่ถูกประมูลจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นครั้งละ 5 ปอนด์ (ประมาณ 230 บาท)

นอกจากแบรนด์เครื่องดื่มแล้ว แบรนด์อาหารฟาสต์ฟู้ดที่แอ็กทีฟสุดๆ ในวงการโฆษณาและโลกออนไลน์อย่างเบอร์เกอร์คิงก็ขอมีซีนกับการอำลาลิเวอร์พูลของเจอร์เกน คล็อปป์ ในครั้งนี้ด้วย

แคมเปญนี้ของเบอร์เกอร์คิงนั้นแสนเรียบง่าย (แต่ก็ยังไว้ลายความแสบสันตามฉบับเบอร์เกอร์คิง) 

เริ่มจากบัญชีที่ชื่อ BurgerKingUK ในแพลตฟอร์ม X ออกมาโพสต์แนะนำเมนูใหม่ของเบอร์เกอร์คิงที่มีชื่อว่า The Klopper ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2024 ซึ่งแน่นอนว่าชื่อ The Klopper เป็นการเอาคำสองคำมาผสมกัน นั่นคือคำว่า Klop ที่ย่อให้สั้นมาจากนามสกุลของเจอร์เกน คล็อปป์ และ Whopper เมนูซิกเนเจอร์ของเบอร์เกอร์คิง 

ดังนั้นเมื่อ Klopp + Whopper = Klopper

นอกจากจะโพสต์ชื่อเมนูใหม่ The Klopper แล้ว เบอร์เกอร์คิงยังเขียนคำบรรยายอีกว่า 

“8 tiers for 8 trophies”

แปลเป็นไทยก็คือ เนื้อ 8 ชิ้น สำหรับ 8 ถ้วยรางวัล

จากสถิติการคุมทีมลิเวอร์พูลของคล็อปป์ทั้ง 8 ปีครึ่ง เขาสามารถพาทีมคว้าโทรฟี่มาแล้ว 8 ถ้วย (แชมป์ Premier League 1 ครั้ง, แชมป์ Champions League 1 ครั้ง, แชมป์ UEFA Super Cup 1 ครั้ง, แชมป์ Club World Cup 1 ครั้ง, แชมป์ FA Cup 1 ครั้ง, แชมป์ League Cup 2 ครั้ง และแชมป์ Community Shield 1 ครั้ง) เลยดูเหมือนกับว่าคล็อปป์จะมีความสัมพันธ์กับเลข 8 เป็นอย่างดี ดังนั้นจึงเป็นที่มาของเนื้อ 8 ชิ้นในเบอร์เกอร์ The Klopper ของเบอร์เกอร์คิงประเทศอังกฤษ

แต่ด้วยความขี้เล่นและบุคลิกชอบหยอกเอินแกล้งแซวของเบอร์เกอร์คิง จึงมีคนจำนวนไม่น้อยไปคอมเมนต์ถามเบอร์เกอร์คิงว่า 

“อันนี้ขายจริงหรือแค่อำเล่นเนี่ย?”

และทางเบอร์เกอร์คิงก็ไม่ทำให้เราผิดหวังออกมาตอบแฟนๆ ที่สนใจอยากกิน The Klopper ว่า ถ้ามีใครสนใจจะซื้อเบอร์เกอร์ที่มีเนื้อ 8 ชิ้น ทำไมเราจะไม่ขายเล่า!

สรุปก็คือขายจริงนั่นเอง

จากการจากลาของเจอร์เกน คล็อปป์ ผูกโยงไปถึงเรื่องที่แบรนด์อาหารและเครื่องดื่มหยิบยกเอาสถานการณ์นี้ไปทำการตลาดให้เป็นที่จดจำและพูดถึงในโลกออนไลน์ได้อย่างกว้างขวางจากฐานแฟนบอลลิเวอร์พูลที่มีอยู่ทั่วโลก นับเป็นก้าวที่ทั้งแนบเนียนและน่าสนใจ แถมยังมีกิมมิกที่น่าสนุกของการทำการตลาดในโลกธุรกิจอาหาร

การทำแคมเปญพิเศษของ ERDINGER Weißbräu, Carlsberg และ Burger King คงถือเป็นการคอนเฟิร์มถึงความยิ่งใหญ่และความเป็นที่รักของคล็อปป์ต่อแฟนบอลลิเวอร์พูลทั้งโลกได้อีกหนึ่งเสียง และเหมือนกับจะเป็นการเน้นย้ำให้คล็อปป์มั่นใจในคำที่สกรีนอยู่ที่ด้านหลังเสื้อที่เขาใส่ลงสนามในแมตช์สุดท้ายที่คุมทีมว่า

I’ll never walk alone again.

ฉันจะไม่เดินอย่างเดียวดายอีกต่อไป

การทำให้แบรนด์อาหารและเครื่องดื่มยักษ์ใหญ่ของโลก 3 แบรนด์ออกมาทำแคมเปญอำลาส่งผู้จัดการทีมออกจากทีมได้แบบนี้น่าจะเป็นการคอนเฟิร์มให้คล็อปป์รู้ว่า ไม่ว่าคล็อปป์จะตัดสินใจยังไง ไม่ว่าคุณจะไปอยู่ที่ไหน 

You’ll never walk alone.

อ้างอิง

Writer

อาจารย์ผู้สอนวิชา Introduction to World Cuisine ในมหาวิทยาลัย หญิงสาวผู้หลงรักอาหาร และโฮสต์รายการพอดแคสต์ชื่อ 'Bon Appétit ธุรกิจรอบครัว'

You Might Also Like