HEYTEA
รู้จักชา HEYTEA ก่อนเข้าไทย ทำไมถึงไวรัลและโตไวสู่ระดับโลก
ใครที่เคยไปจีนหรือไปต่างประเทศน่าจะสงสัยว่าทำไมร้านชา HEYTEA ถึงเป็นร้านที่มีคนต่อคิวซื้อไม่ขาดสาย จากแบรนด์ที่เริ่มต้นในจีนตอนนี้กลายเป็นร้านชาที่ขยายไปหลายประเทศทั้งสหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, แคนาดา, ออสเตรเลีย, เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น โดยขยายสาขาต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว มีร้านค้าในต่างประเทศมากกว่า 100 แห่ง และเป็นไวรัลในโลกโซเชียล ไม่ว่าจะไปเปิดสาขาในประเทศไหนก็ได้รับความสนใจ
ก่อนที่ HEYTEA กำลังจะเข้าไทยที่เซ็นทรัลเวิลด์เร็วๆ นี้ ชวนมาดู 4 กลยุทธ์ที่ทำให้ HEYTEA กลายเป็นแบรนด์เครื่องดื่มชาเทสต์ดีที่ถูกใจคนรุ่นใหม่และเป็นกระแสไวรัลในตลาดเครื่องดื่มชาที่มีการแข่งขันสูง
‘ป๊อปด้วยชาครีมชีส’
ชาครีมชีสที่ผสมผสานรสเค็มและมันเป็นหนึ่งในเมนูซิกเนเจอร์ของ HEYTEA ด้วยเมนูแปลกใหม่มากมาย เช่น ชาองุ่นชีสที่มีรสหวานอมเปรี้ยวของครีมชีสกับเนื้อองุ่น ชามะม่วงสาคูใส่มะม่วงสดและไข่มุก ชาเขียวมัตฉะที่มีทั้งเลเยอร์พุดดิ้งชาเขียว มัตฉะลาเต้ และครีมชีส ทำให้แบรนด์ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘บริษัทออกแบบที่ใช้เวลาว่างไปกับการทำชา’ ซึ่งนอกจากจะอร่อยแล้วยังน่าถ่ายรูปแก้วชาจากการเล่นสีสันเลเยอร์ที่สวยงาม

เคล็ดลับในการทำชาที่ถูกใจลูกค้ามากมายคือการใส่ใจวัตถุดิบ ไม่ใช้ผงชาหรือผงนมราคาถูก และยังใช้ระบบระบบดิจิทัลสำหรับช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการบริโภคที่ร้านชาใน 20 กว่าเมือง เพื่อพยากรณ์ยอดขายและปรับแต่งรสชาติ เช่น ระดับความหวานและสัดส่วนวัตถุดิบให้เหมาะสมกับผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่
‘ดึงดูดคนรุ่นใหม่ด้วย ร้านมู้ดเท่และไอจีเทสต์ดี’
ใครบอกว่าแบรนด์จีนที่โตเร็วไม่มีเทสต์ ยุคนี้ไม่ใช่แบบนั้นแล้ว เพราะไม่ว่าจะไปเยือนหน้าร้านหรือเข้าไปดูในอินสตาแกรมของ HEYTEA ต้องบอกเลยว่าเป็นแบรนด์ที่เทสต์ดีมาก หน้าร้านถูกออกแบบในคอนเซปต์เซน ที่คำนึงถึงความสงบ เน้นความมินิมอลและทันสมัย แต่ละสาขามีการออกแบบแตกต่างกันออกไป บางสาขาเน้นใช้วัสดุโลหะสำหรับการตกแต่งภายในเพื่อความเท่ทันสมัย บางสาขาเน้นโทนอบอุ่น
การเล่าเรื่องในโซเชียลมีเดียของแบรนด์ยังน่ารักสุดๆ แทนที่จะฮาร์ดเซลล์เหมือนแบรนด์เครื่องดื่มอื่นๆ ในตลาด HEYTEA ใช้การเล่าเรื่องด้วยภาพประกอบที่ไม่ได้เน้นขายสินค้าเสมอไป ทั้งหมดนี้ทำให้ลูกค้าอยากใช้เวลาในช่องทางของแบรนด์นานขึ้นไม่ว่าจะเป็นทางออฟไลน์หรือออนไลน์
‘ใช้กลยุทธ์ co-branding สร้างยอดขายถล่มทลาย’
จะมีแบรนด์ชาแบรนด์ไหนที่มีโอกาสร่วมมือกับแบรนด์แฟชั่นและศิลปินระดับโลก เช่น Alexander Wang, Yayoi Kusama ไปจนถึงแบรนด์หรูอย่าง FENDI การทำ co-branding เป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์การตลาดของแบรนด์เพื่อสร้างความสำเร็จในระยะยาว โดยได้สร้างพันธมิตรร่วมไปแล้วกว่าร้อยแห่งนับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2012 และแต่ละปียังมีคอลแล็บใหม่ๆ มากถึงปีละ 20 ครั้ง

การนำลายจุดของ Yayoi Kusama และแบรนดิ้งของ Fendi มาอยู่บนแพ็กเกจของแบรนด์ช่วยกระตุ้นยอดขายได้อย่างมากจะเห็นได้จากคอลแล็บร่วมกับ FENDI ในปี 2023 ที่ HEYTEA ทำยอดขายได้มากกว่า 1.5 ล้านแก้วในเวลาเพียง 3 วัน และยังทำให้เกิดไวรัลในโซเชียลมีเดียจีน ช่วยสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ให้เป็นแบรนด์พรีเมียม
‘เล่นกับใจแฟนคลับคอเกมและคอซีรีส์ให้ติดตาม’
นอกจากแบรนด์หรูแล้ว หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่แบรนด์ใช้เพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภคเจนฯ Z คือการทำตลาดในรูปแบบ IP Marketing หรือการตลาดสินค้าธีมร่วมกับสื่อบันเทิงที่เป็นที่นิยมในกลุ่ม fan economy ซึ่งเป็นซูเปอร์แฟนที่ชอบตามซื้อของสะสม


เช่น การร่วมมือกับซีรีส์ Meng Hua Lu ออกเครื่องดื่มรุ่นพิเศษและจัดร้านในธีมบ้านน้ำชาแบบย้อนยุคทำให้สามารถทำยอดขายได้เกือบ 300,000 แก้ว ในวันแรกที่เปิดตัว การร่วมมือกับเกม Genshin Impact ยอดนิยมทำให้ขายเครื่องดื่มได้ถึง 1.4 ล้านแก้วภายในเวลาเพียง 10 วัน
กลยุทธ์การขยายธุรกิจไปทั่วโลกของ HEYTEA คือการใช้ช่องทางสื่อสารที่หลากหลาย โดยให้ความสำคัญกับสินค้าที่แตกต่างและการออกแบบที่สร้างแรงบันดาลใจ ซึ่งเป็นเคสที่น่าสนใจสำหรับแบรนด์จีนยุคใหม่ที่โตไกลระดับโลกได้ ใครอยากชิมและแวะไปต้องอดใจรออีกนิดเพราะอีกไม่นานก็จะเข้าไทยแล้วเร็วๆ นี้
อ้างอิง