นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้คุกกี้

บริษัท ทุนดี จำกัด (“บริษัท”) มีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์เพื่อรับประกันการให้บริการของเว็บไซต์ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทรับประกันว่าจะใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎ หมายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการใช้คุกกี้บางประเภทที่อาจดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก ทั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ บริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและตกลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์นี้... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

940
May 30, 2023

Leadership & Happiness

คำแนะนำจากอาจารย์ Harvard Business School ‘เคล็ดลับการมีความสุขไม่ใช่ความสำเร็จแต่คือการเป็นผู้ให้’

‘ความท้าทายในการมีความสุขของคนสำเร็จคือความสำเร็จ’ คืออินไซต์ที่เล่าในเซสชั่น ‘Leadership, Happiness, and Success at Every Stage of Life’ โดย ลีโอนาร์ด ชเลซิงเกอร์ (Professor Leonard A. Schlesinger) หนึ่งในผู้ออกแบบหลักสูตรคอร์ส ‘Leadership & Happiness’ ของ Harvard Business School โดยเขาบินตรงมาไทยเพื่อเล่าเคล็ดลับความสุขของชีวิตในกิจกรรมของ Harvard Business School Association of Thailand

หลายครั้งคนเรามักเข้าใจว่าถ้าเราประสบความสำเร็จในเป้าหมายที่ตั้งไว้แล้วจะมีความสุข แต่โปรเฟสเซอร์จากฮาร์วาร์ด กำลังบอกว่าความจริงอาจเป็นสิ่งตรงกันข้ามกัน

ชเลซิงเกอร์บอกว่าข้อมูลจากผลสำรวจความพึงพอใจในชีวิตของคนทั่วโลกกว่า 3 ล้านคนพบว่า
คนเรามีแพตเทิร์นความพึงพอใจในชีวิตคล้ายกันอยู่ 2 ช่วงใหญ่ ช่วงครึ่งแรก (First Half) คือตั้งแต่ช่วงอายุ 16-50 กว่าในวัยทำงานจนถึงวัยกลางคนซึ่งกราฟความพึงพอใจในชีวิตจะเป็นกราฟลงและตกลงเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่องด้วยหน้าที่และความรับผิดชอบที่มีมากขึ้น แต่เมื่อถึงครึ่งหลัง (Second Half) ตั้งแต่อายุราว 60 ปีเป็นต้นไป ความพึงพอใจในชีวิตจะพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดและคงระดับคงที่โดยไม่ขึ้นหรือตกฮวบฮาบมากนักในช่วงบั้นปลาย

ชเลซิงเกอร์แนะนำว่าแพตเทิร์นของความสุขหรือความพึงพอใจในชีวิตย่อมมีขาขึ้นและขาลงสลับกันไปตลอดเป็นเรื่องธรรมดา แต่คนที่เป็นผู้นำย่อมไม่ปล่อยให้ความสุขขึ้นอยู่กับโชคชะตาและเป็นคนเลือกเส้นทางที่ปูทางให้มีความสุขมากขึ้นเรื่อยๆ เลือกเส้นทางกราฟขาขึ้นในชีวิตด้วยตัวเอง หรือ ‘Get on the upper path, avoid the lower path’ คำถามคือในทางปฏิบัติ จะทำยังไงให้สามารถเลือกเส้นทางความสุขได้ เพราะเพียงแค่คิดก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะกดปุ่มเปิดสวิตช์ความสุขได้เองง่ายๆ

ในเซสชั่นนี้ได้ให้คำตอบไว้ว่า ‘ความสำเร็จ’ อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายที่ทำให้เกิดความสุขโดยเฉพาะในบั้นปลายชีวิต ชเลซิงเกอร์กล่าวถึง The Success-curve หรือ แพตเทิร์นความพึงพอใจในชีวิตที่มักเกิดขึ้นกับคนที่ประสบความสำเร็จสูงว่าแม้จะประสบความสำเร็จมากแค่ไหน แต่ก็หลีกเลี่ยงช่วงขาลงที่อาจประสบความสำเร็จน้อยกว่าช่วงอื่นในชีวิตไม่ได้เช่นกัน มีผลการสำรวจและบันทึกความคิดของเหล่าผู้ประสบความสำเร็จระดับโลกหลายคนทั้งผู้ที่ได้รางวัลโนเบลและนวัตกรชื่อดังว่าแม้กระทั่งคนระดับตำนานที่มีชื่อเสียงในวงการต่างๆ ทั่วโลก ก็มีช่วงที่เกิดความรู้สึกล้มเหลวหรือไม่มีความสุขและหลายครั้งความรู้สึกเหล่านี้ก็เกิดขึ้นในช่วงท้ายของชีวิต

ชเลซิงเกอร์บอกว่าที่คนเหล่านี้ไม่มีความสุขเพราะยิ่งเคยประสบความสำเร็จหรืออยู่สูงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีทางขาลงที่สูงชันกว่าคนอื่นเช่นกัน ถ้าแพตเทิร์นเหล่านี้ยังเกิดกับคนเก่งที่สำเร็จมากๆ มาแล้ว คนทั่วไปก็คงหลีกเลี่ยงความรู้สึกไม่พอใจหรือล้มเหลวในชีวิตได้เช่นกันซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกเลย แล้วเราควรพัฒนาตัวเองยังไงถ้าความสำเร็จมากๆ ไม่ใช่คำตอบ

ถึงตรงนี้ชเลซิงเกอร์บอกว่า การพัฒนาตัวเองและสั่งสมความรู้ของคนเราแบ่งได้เป็น 2 แบบตามทฤษฎี Raymond Cattell’s Two intelligence แบบแรกคือ Fluid Intelligence Brains ที่เป็นทักษะความรู้ต่างๆ จากการเรียนรู้และฝึกฝน ตัวอย่างเช่น ทักษะการแก้ปัญหา ความคิดสร้างสรรค์และการคิดค้นนวัตกรรม ซึ่งทักษะเหล่านี้จะลดน้อยถอยลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ตามธรรมชาติหลังอายุ 40 ส่วนอีกแบบคือ Crystallized Intelligence Wisdom คือความรู้ที่ได้จากการตกตะกอนจากประสบการณ์จริงในชีวิตหรือเรียกสั้นๆ ว่า wisdom ซึ่งความรู้ในส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นหลังอายุ 40 เรื่อยไปจนแก่เฒ่า

คำแนะนำคือในช่วงต้นของชีวิตให้เน้นการฝึก Fluid Intelligence เพื่อคิดค้นและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ให้โลก
ส่วนครึ่งหลังของชีวิตให้โฟกัสที่ wisdom และถามตัวเองว่าเราจะแบ่งปัน wisdom ของเราให้ผู้อื่นได้ยังไง การมีความสุขและความพึงพอใจในชีวิตที่ยั่งยืนโดยเฉพาะช่วงบั้นปลายคือการแบ่งปันความรู้ให้คนอื่น อย่างการเป็นครูหรือเป็นผู้ให้ 

พอนิยามความสุขกลายเป็นการให้ นั่นแปลว่าคนเราสามารถ ‘ลงมือทำ’ ให้เกิดความสุขได้ แบ่งปัน wisdom ในชีวิตของเราให้ผู้อื่นควบคู่ไปกับองค์ประกอบอื่นในการมีชีวิตที่ดีอย่างการมีเพื่อนและครอบครัวที่ดี มีความเชื่อและ purpose ที่ขับเคลื่อนชีวิต เปลี่ยนคำถามจาก ‘What can I expect in terms of happiness as I get older ?’ เป็น ‘What can I do to get happier?’ ก็จะทำให้เราเป็นผู้สร้างความสุขในชีวิตได้ด้วยตัวเอง

You Might Also Like