112
January 27, 2026

Davos 2026

บทเรียน Davos 2026 ที่คนทำธุรกิจต้องรู้

เราจะสร้างความมั่งคั่งและความเจริญภายใต้ขีดจำกัดของทรัพยากรโลกได้ยังไง? 

นี่คือคำถามสำคัญที่ถูกทิ้งไว้ในการประชุมสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ประจำปี 2026 ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Spirit of Dialogue หรือจิตวิญญาณแห่งการเจรจา

การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การตอบคำถามสำคัญ 5 ข้อเพื่อกำหนดอนาคต ได้แก่

1. จะร่วมมือกันยังไงในโลกที่มีความขัดแย้งสูง?

2. จะปลดล็อกการขับเคลื่อนการเติบโตได้ยังไง?

3. จะลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ให้ดีขึ้นได้ยังไง?

4. จะใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบและมีประสิทธิภาพได้ยังไง?

5. จะสร้างความมั่งคั่งภายใต้ขีดจำกัดของทรัพยากรโลกได้ยังไง?

การตั้งคำถามสำคัญเหล่านี้จาก Davos 2026 ชี้ให้เห็นว่าโลกกำลังเข้าสู่ยุคแห่งความเป็นจริงใหม่ (new reality) ที่มีความไม่แน่นอนสูง และระเบียบโลกเดิมกำลังค่อยๆ ล่มสลายลง ซึ่งนอกจากจะเป็นโจทย์สำคัญสำหรับเหล่าผู้นำทั่วโลกแล้ว คนตัวเล็กในโลกธุรกิจยังสามารถนำคำถามและบทเรียนเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ได้ในโลกที่ผันผวนเช่นกัน

สรุป 4 ประเด็นสำคัญจาก Davos 2026 และการประยุกต์ใช้สำหรับผู้ประกอบการ

🌎 1. การสร้างกลยุทธ์ใหม่และหาพันธมิตรใหม่ (New Deals, New Dynamics)

ในการประชุมครั้งนี้มีการพูดถึงความร้าวฉานระหว่างขั้วอำนาจเดิมอย่างสหรัฐฯ และยุโรป ซึ่งส่งผลให้ยุโรปต้องพยายามสร้างอำนาจอธิปไตยเชิงกลยุทธ์ (strategic autonomy) ที่หมายถึงการลดการพึ่งพาจากภายนอกและหันมาสร้างความมั่นคงภายในภูมิภาคของตนเองทั้งด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง ขณะเดียวกันกลุ่มประเทศอำนาจกลาง (middle powers) อย่างแคนาดาก็เริ่มมีบทบาทในการสร้างความร่วมมือใหม่ๆ ที่เน้นผลลัพธ์รายประเด็นแทนการรอพึ่งพาระเบียบโลกเก่า

✅ Keynote : ในโลกที่ห่วงโซ่อุปทานอาจถูกตัดขาดได้ทุกเมื่อจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ผู้ประกอบการไม่ควรฝากความหวังไว้กับคู่ค้ารายใหญ่รายเดียวหรือตลาดเดียว การสร้าง strategic autonomy ในระดับธุรกิจ สามารถทำได้หลายทาง เช่น การมองหาแหล่งวัตถุดิบสำรองภายในประเทศ หรือการรวมกลุ่มกับ SME รายอื่นเพื่อสร้างอำนาจต่อรอง ดังคำกล่าวของ Mark Carney นายกรัฐมนตรีแคนาดาที่ว่า “หากเราไม่นั่งโต๊ะเจรจา เราก็จะเป็นแค่เมนูบนโต๊ะ” SME จึงต้องกล้าที่จะแสวงหาข้อตกลงใหม่ๆ เช่น การขยายตลาดไปยังกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่มีศักยภาพสูงซึ่งกำลังเปิดกว้างขึ้น

🌎 2. การรับมือกับความผันผวนและการสร้างภูมิคุ้มกัน (A Reckoning for Humanity)

รายงานความเสี่ยงโลกปี 2026 ระบุว่า การแบ่งส่วนทางภูมิเศรษฐกิจ (geoeconomic fragmentation) และความแตกแยกในสังคม กลายเป็นความเสี่ยงที่รุนแรงกว่าปัญหาภูมิอากาศในระยะสั้น ผู้นำโลกจาก IMF (กองทุนการเงินระหว่างประเทศ) และ WTO (องค์การการค้าโลก) ต่างเตือนเป็นเสียงเดียวกันว่า โลกกำลังเข้าสู่ยุคที่เหตุการณ์ช็อกหรือเรื่องที่คาดไม่ถึงจากปัจจัยภายนอกจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งขึ้น นอกจากนี้วิกฤตหนี้สาธารณะและความเหลื่อมล้ำที่รุนแรงขึ้นจะนำไปสู่ปัญหาใหญ่ทางเศรษฐกิจในอนาคต ในขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาจำนวนมากกำลังตกที่นั่งลำบาก

Keynote : บทเรียนจากดาวอสเน้นย้ำว่า เราไม่ได้อยู่ในโลกเดิมอีกต่อไป SME ต้องปรับทัศนคติจากการเน้นประสิทธิภาพสูงสุดมาเป็นการเน้นความยืดหยุ่นและภูมิคุ้มกัน (resilience) ซึ่งหมายถึงการรักษาสภาพคล่องทางการเงินให้แข็งแกร่ง และการเตรียมแผนสำรองสำหรับวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด นอกจากนี้การให้ความสำคัญกับการดูแลชุมชนและพนักงานจะเป็นเกราะป้องกันธุรกิจจากความไม่สงบหรือความแตกแยกในสังคมที่อาจกระทบต่อการดำเนินงาน

🌎 3. ปฏิวัติ AI ด้วยแนวคิดมนุษย์เป็นผู้กุมบังเหียน (Human in the Lead)

อีกสิ่งหนึ่งที่การประชุมดาวอสให้ความสำคัญอย่างมากคือผลกระทบของ AI ต่อตลาดแรงงาน โดยคาดการณ์ว่างานกว่า 40% ทั่วโลกจะได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม ผู้นำด้านเทคโนโลยีเน้นย้ำว่าเป้าหมายของ AI ควรเป็นการขยายศักยภาพของมนุษย์มากกว่าการเลิกจ้าง โดยมีแนวคิดสำคัญคือ Human in the Lead ซึ่งหมายถึงการให้คนเป็นผู้ควบคุมทิศทาง ไม่ใช่แค่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ พร้อมทั้งเตือนถึงภาวะสมองฝ่อทางสติปัญญา หากเราพึ่งพา AI จนขาดทักษะการคิดวิเคราะห์

✅  Keynote : ผู้ประกอบการไม่ควรกลัว AI แต่ควรนำมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อเพิ่มผลิตภาพและลดต้นทุนเพื่อให้แข่งขันกับรายใหญ่ได้ อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญคือการไม่ลดคุณค่าความเป็นมนุษย์ SME มีจุดแข็งอยู่ที่ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับลูกค้าซึ่ง AI ทดแทนได้ยาก การนำเทคโนโลยีมาใช้ควบคู่กับการพัฒนาทักษะพนักงานให้สามารถคุมเกม AI ได้ จะช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างคุณค่าใหม่ๆ ให้กับชุมชนและอุตสาหกรรมได้อย่างยั่งยืน

🌎 4. พลังของการเจรจาในโลกที่มีหลายขั้วอำนาจ (The Power of Dialogue)

ท่ามกลางความขัดแย้ง เวที Davos 2026 ได้พิสูจน์ว่า การเจรจายังคงเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุด ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการบรรลุข้อตกลงกรอบความร่วมมือเรื่องกรีนแลนด์ระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์และ NATO ซึ่งช่วยลดความตึงเครียดด้านความมั่นคงในแถบอาร์กติกได้อย่างรวดเร็ว หรือการใช้พื้นที่นี้เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเจรจาสามฝ่าย (สหรัฐฯ-ยูเครน-รัสเซีย) เพื่อหาทางยุติสงครามในยูเครน ซึ่งประธานาธิบดีเซเลนสกีเน้นย้ำว่า การมีบทสนทนา ย่อมดีกว่าไม่มีเลย

✅ Keynote : ในยุคที่ความเห็นต่างในสังคมรุนแรงขึ้น SME ควรนำพลังแห่งการเจรจามาใช้ในการบริหารจัดการ ทั้งการฟังเสียงของพนักงานที่มีความหลากหลาย และการเจรจากับคู่ค้าอย่างซื่อสัตย์ การยอมรับความขัดแย้งและหาจุดร่วม จะช่วยให้ธุรกิจรักษาสายสัมพันธ์ที่สำคัญไว้ได้ ไปจนถึงการแก้ปัญหาร่วมกันมีประสิทธิภาพมากกว่าการกล่าวโทษกัน และการร่วมกันขยายเค้กให้ใหญ่ขึ้นย่อมดีกว่าการแย่งชิงเค้กก้อนเดิมในตลาดที่หดตัว

บทสรุปสำหรับผู้ประกอบการในการประชุม Davos 2026 ทิ้งท้ายด้วยความจริงที่ว่าเรากำลังอยู่ที่จุดเริ่มต้นของความจริงใหม่ (new reality) ที่ยังไม่มีใครรู้ตอนจบ สิ่งที่ SME ทำได้ดีที่สุดคือการอยู่กับคำถามและไม่หยุดนิ่งที่จะปรับตัวตามความเปลี่ยนแปลง 

เราไม่ควรรอให้โลกเป็นอย่างที่เราปรารถนา แต่ต้องเผชิญหน้ากับโลกในแบบที่มันเป็นอยู่ ปลดล็อกการขับเคลื่อนทางการเติบโตใหม่ๆ ควบคู่ไปกับการรักษาความรับผิดชอบต่อโลก ทั้งหมดนี้คือทางรอดในยุคที่ระเบียบโลกเก่ากำลังล่มสลายลง


อ้างอิง 

Writer

Cultural Decoder & Story Weaver, Craft Curator & Columnist, Design Researcher // Instagram : @rata.montre

Illustrator

แล้วแต่จะคิด ชีวิตคนละแบบ

You Might Also Like