นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้คุกกี้

บริษัท ทุนดี จำกัด (“บริษัท”) มีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์เพื่อรับประกันการให้บริการของเว็บไซต์ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทรับประกันว่าจะใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎ หมายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการใช้คุกกี้บางประเภทที่อาจดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก ทั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ บริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและตกลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์นี้... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

เพื่อชีวิต

Cheewid แพลตฟอร์มช่วยระดมทุนและอาสาสมัครเพื่อต่อชีวิตองค์กรเพื่อสังคมไทย

โลกเต็มไปด้วยปัญหามากมายที่รอวันแก้ไข คงไม่แปลกที่จะมีผู้คนรวมกลุ่มกันทั้งในนามองค์กรไม่แสวงหากำไร กิจการเพื่อสังคม หรือมูลนิธิเพื่อแก้ปัญหาที่พวกเขาพอจะหยิบจับได้ แต่ก็ใช่ว่าการทำงานเพื่อสังคมจะโรยไปด้วยกลีบกุหลาบ

การเงินฝืดเคือง เข้าถึงแหล่งทุนอย่างยากลำบากทำให้หลายโครงการทำงานได้ไม่ต่อเนื่อง

คนทำงานเพื่อสังคมเงินเดือนน้อยจนไม่สามารถดึงดูดคนยุคใหม่ให้เข้ามาทำงานในระยะยาวได้

หลายองค์กรเพื่อสังคมไม่ได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ทำให้ไร้ตัวตนบนโลกออนไลน์ หรือไม่สามารถสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ปัญหาในโลกยุคใหม่

Cheewid จึงเกิดขึ้นเพื่อเป็นแพลตฟอร์มช่วยเหลือกิจการเพื่อสังคมและองค์กรไม่แสวงหากำไรในทุกแง่มุม ทั้งในด้านการเงิน ทรัพยากรบุคคล ไปจนถึงเทคโนโลยีดิจิทัล เสริมแรงให้คนทำงานเพื่อสังคมเติบโตได้ไกลกว่าเดิม

หากคลิกเข้าไปในเว็บไซต์ cheewid.com เราจะพบกับแคมเปญที่กำลังระดมทุน ตำแหน่งงานอาสาสมัครในองค์กรเพื่อสังคมต่างๆ และข้อมูลองค์กรเพื่อสังคมในประเทศไทยโดยหวังว่าจะตอบโจทย์ทั้งฝั่งองค์กรเพื่อสังคมและผู้บริจาค

Cheewid ที่อยากตอบโจทย์ชีวิตคนทำงานเพื่อสังคมเป็นยังไงตามไปดูกัน

จุดเริ่มต้นของ Cheewid

แม้ว่าแพลตฟอร์ม Cheewid จะเป็นน้องใหม่ เพิ่งเปิดตัวเว็บไซต์ไปเมื่อกลางปีที่ผ่านมา แต่ คริษฐ์ ศุภวัฒนกุล ผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์ม Cheewid ควบตำแหน่งนักลงทุนของธนาคารแห่งหนึ่งเท้าความให้ฟังว่าเขาฟูมฟักความฝันนี้มาตั้งแต่ปี 2015 ในช่วงเวลานั้น คริษฐ์ทำงานเป็นที่ปรึกษาในบริษัทที่ปรึกษาด้านธุรกิจและเทคโนโลยีชื่อว่า Accenture และมีโอกาสร่วมเขียนแผนแม่บทโปรเจกต์ Thailand 4.0 เพื่อสะท้อนช่องว่างทางเทคโนโลยีที่หน่วยงานรัฐต้องพัฒนา

ระหว่างที่คร่ำเคร่งทำแผนแม่บทครอบคลุมเรื่องสวัสดิการแรงงานและการพัฒนามนุษย์ เขามีโอกาสได้เรียนรู้กรณีศึกษาเรื่องการทำงานเพื่อสังคมจากประเทศต่างๆ นั่นจุดประกายให้เขาสนใจเรื่องการใช้เทคโนโลยีมาเติมเต็มการทำงานเพื่อสังคม

“ผมเริ่มทำ Cheewid ขึ้นมาเพื่อเป็นพาร์ตเนอร์กับองค์กรเพื่อสังคม ช่วยเขาสเกลระบบการบริหารจัดการ (operation) ซึ่งผมคิดว่าเทคโนโลยีเป็นตัวที่สร้างการเติบโตได้ดีที่สุด

“ด้วยความที่ผมทำงานอยู่ฝั่งการลงทุนและระดมทุนเลยเห็นว่าสกิลของผมสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับฝั่งองค์กร non-profit ได้ ขณะเดียวกันผมก็รู้มุมมองของนักลงทุนด้วย รู้ว่าเขาอยากจะลงทุนกับอะไร เลยอยากจะเอาความเชื่อมโยงเหล่านี้มาพัฒนากิจการเพื่อสังคมในเมืองไทย”

แม้ในโมงยามนั้นประเทศไทยจะเริ่มมีการระดมทุนในรูปแบบ crowdfunding แล้ว แต่คริษฐ์อยากสร้างเครื่องมือดิจิทัลที่ทำได้มากกว่าการรับบริจาค เขาจึงไม่รีรอเริ่มก่อร่างวางไอเดียแพลตฟอร์ม Cheewid เพื่อนคู่คิดที่อยากช่วยเหลือทุก ‘ชีวิต’ ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ หรือสิ่งแวดล้อมผ่านเทคโนโลยี

“สิ่งที่เราเห็นว่าเป็นโอกาสทางการตลาดคือในเอเชียมีการบริจาคเงินเพื่อการกุศลประมาณ 500-600 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ส่วนตัวเลขเงินบริจาคในไทยจากกรมสรรพากรคือประมาณแสนล้านบาท คำถามคือแสนล้านบาทต่อปีมันไปอยู่ที่ไหน แล้วเราจะทำยังไงให้เงินจำนวนนี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถช่วยเหลือได้ทั้งกิจการเพื่อสังคมทีมเล็กๆ แต่มีวิชั่นที่ดี และช่วยผลักดันองค์กร non-profit ขนาดใหญ่ของไทยให้เติบโตไปเป็นองค์กรใหญ่ระดับโลก 

“นอกจากนั้นเงินบริจาคในไทยเยอะก็จริงแต่ก็ไม่เยอะเท่าต่างประเทศ เราจึงไม่ได้แค่อยากขยายช่องทางให้คนกลุ่มเล็กสามารถแย่งสัดส่วนเงินทุนกับคนกลุ่มใหญ่แต่เราอยากขยายขนาดตลาดให้มีช่องทางการบริจาคเงินหรือการช่วยเหลือมาจากต่างประเทศด้วย”

ต้นทุน Cheewid

          อย่างที่เล่าไป องค์กรเพื่อสังคมหลายแห่งเผชิญกับปัญหาด้านการเงินทำให้ไม่สามารถเติบโตได้เท่าที่ควร อีกทั้งเงินบริจาคก็กระจุกอยู่เพียงองค์กรบางประเภท แพลตฟอร์ม Cheewid จึงเข้ามาตอบโจทย์ด้วยบริการระดมทุนให้กับกิจการเพื่อสังคม องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร และหน่วยงานที่ทำงานเพื่อสังคม

เพียงกดเข้ามาที่นี่ที่เดียว ผู้บริจาคจะได้รู้จักองค์กรเพื่อสังคมกว่า 100 แห่ง ครอบคลุมตั้งแต่องค์กรด้านการศึกษา เช่น ‘โครงการร้อยพลังการศึกษา’ ที่ช่วยเหลือนักเรียนด้อยโอกาส, หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่าง ‘กินช่วยเกษตรกร’ ที่เชื่อมเกษตรกรกับคนกินไว้ด้วยกัน ลดปัญหาผลผลิตล้นเกินจนโดนกดราคา ไปจนถึงหน่วยงานด้านศิลปะและวัฒนธรรม ศาสนา และสิทธิสัตว์หลากหลาย 

“สิ่งที่เราทำหลักๆ บน cheewid.com คือสารบัญ การบริจาค (donation directory) ถ้าใครต้องการข้อมูลของมูลนิธิหรือกิจการเพื่อสังคมในไทยก็สามารถเข้ามาดูได้ ตั้งแต่ข้อมูลการก่อตั้ง โครงการขององค์กรที่กำลังทำอยู่และโครงการที่กำลังเปิดระดมทุน โดยองค์กรต่างๆ สามารถระดมทุนผ่านแพลตฟอร์มได้ 2 รูปแบบ คือระดมทุนให้กับองค์กร องค์กรเอาไปใช้กับโครงการอะไรก็ได้ กับรูปแบบระดมทุนให้กับโครงการซึ่งต้องนำเงินไปใช้กับโครงการที่เปิดระดมทุนเท่านั้น”

คริษฐ์ย้ำว่าแพลตฟอร์มให้ความสำคัญกับการเป็น decentralized platform หรือแพลตฟอร์มที่ไร้การรวมศูนย์ องค์กรที่ปรากฏบนแพลตฟอร์มจะสามารถจัดการแคมเปญบริจาคหรือดูข้อมูลการบริจาคที่ผ่านมาได้ด้วยตัวเอง ขณะที่ผู้บริจาคเองก็สามารถเลือกบริจาคได้หลากหลายช่องทางทั้งโมบายล์แบงก์กิ้ง สแกน QR code หรือตัดบัตรเครดิต

นอกจากการระดมทุนผ่านเว็บไซต์ Cheewid ยังเห็นว่าหนทางที่ยั่งยืนคือการที่องค์กรสามารถหาทุนได้ด้วยตนเอง พวกเขาจึงมีบริการให้คำปรึกษาทางการเงิน เปิดให้บริการทำพรีเซนต์นำเสนอขอทุน (pitch deck presentation) ในรูปแบบที่สวยงาม ครบถ้วน ถูกแกรมมาร์เพื่อให้องค์กรสามารถนำไปขอทุนจากต่างประเทศได้ และให้บริการค้นหานักลงทุน จับคู่องค์กรเอกชนกับองค์กรเพื่อสังคม สร้างโอกาสใหม่ๆ ที่องค์กรเพื่อสังคมอาจนึกไม่ถึง ส่วนแหล่งทุนก็ได้โปรเจกต์ CSR ที่มีคุณภาพจริงๆ

หนึ่งในตัวอย่างที่ Cheewid เข้าไปเป็นสะพานเชื่อมระหว่างบริษัทเอกชนและธุรกิจเพื่อสังคมคือการร่วมกับ a-chieve องค์กรที่สนับสนุนการค้นหาตัวเองทั้งอาชีพที่ใช่และชีวิตที่ชอบของนักเรียนวัยมัธยม จัดงานมหกรรมแนะแนวเส้นทางอาชีพ ‘ฟูมฟัก ฝัน เฟส’ งานแนะแนวที่เปิดโอกาสให้น้องๆ ได้เรียนรู้อาชีพที่หลากหลาย โดยคริษฐ์มีส่วนร่วมตั้งแต่การนำเสนอโครงการกับบริษัทในไทยที่สนใจทำงานด้าน CSR จนได้ทุนจากธนาคารแห่งหนึ่งที่ต้องการสร้างฐานกลุ่มผู้ใช้งานเป็นน้องๆ ที่ต้องการเปิดบัญชีใหม่ งานนี้นอกจากธนาคารจะได้ตั้งบูทของแบรนด์แล้วยังสามารถสร้าง awareness ให้กับคนรุ่นใหม่ผ่านการแนะนำอาชีพในสายงานธนาคาร ถือเป็นการสร้างภาพลักษณ์ทางบวกให้กับองค์กรในอีกทาง

ในโลกธุรกิจและการลงทุน ตัวเลขกำไรเป็นสิ่งที่ทุกคนให้ความสำคัญแต่สำหรับคริษฐ์ เขามองว่าปัจจุบันบริษัทควรให้ความสนใจกับประเด็นทางสังคมไม่แพ้ผลกำไร

“ผมว่ามันเป็นการสร้างแรงกระตุ้นให้พนักงานด้วยเหมือนกัน” เขาเล่าว่าองค์กรที่มีเป้าหมายอยากสร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคมจะเป็นองค์กรที่มีแนวทางที่ชัดเจน และเป็นองค์กรที่น่าดึงดูดสำหรับคนรุ่นใหม่ 

“หลักๆ แล้วสิ่งที่คนรุ่นใหม่สนใจคือ Why we do it. หรือเราทำงานไปเพื่ออะไร นี่เป็นหัวใจสำคัญที่ดึงดูดพวกเขาให้ทำงานเลย”

ระดม Cheewid

ไม่เพียงเงินทุนที่สำคัญ คนทำงานก็เป็นอีกหนึ่งหัวใจที่ขับเคลื่อนงานเพื่อสังคม แต่ปัญหาคือหลายองค์กรนั้นขาดแคลนคนทำงาน แถมคนทำงานมูลนิธิหลายคนในปัจจุบันก็ขาดสกิลในโลกยุคใหม่ เช่น การใช้โปรแกรมเบื้องต้นอย่าง google slide หรือ google meet แพลตฟอร์ม Cheewid จึงทำงานจัดหาอาสาสมัคร (volunteer management) ซึ่งไม่เพียงอุดช่องว่างเรื่องการขาดคนและขาดสกิลยังเติมเต็มคนทำงานที่อยากมาร่วมขยับสังคมไปด้วยกัน

          “เราทำงานกับพนักงานออฟฟิศ (white-collar) จำนวนมากที่ต้องการเติมเต็มความว่างเปล่าในการใช้ชีวิตประจำวัน อยากทำงานที่มีความหมาย เราเลยช่วยเชื่อมต่อเขาเข้ากับมูลนิธิ non-profit ต่างๆ มูลนิธิเองก็จะได้เข้าถึงคนทำงานที่มีสกิลที่ต้องการ เช่น เคยมีมูลนิธิหนึ่งต้องการความช่วยเหลือเรื่องการเงินและบัญชี เราก็มีอาสาสมัครคนหนึ่งที่เขาเรียนบัญชีมาและสามารถสอนได้ ซึ่งสิ่งนี้มันมีประโยชน์กับอาสาสมัครหลายคนที่ต้องการเรซูเม่ไปเรียนต่อต่างประเทศด้วย” 

ในอีกด้าน Cheewid ยังได้ทำงานกับพาร์ตเนอร์ด้านเทคโนโลยีอีกหลายแห่งที่พร้อมจะเข้ามาช่วยเหลือคนทำงานเพื่อสังคม ไม่ว่าจะเป็นงานออกแบบเว็บไซต์และงานดีไซน์ระบบจัดเก็บข้อมูล นอกจากนี้ Cheewid ยังสร้างคอมมิวนิตี้คนทำงานเพื่อสังคม ชักชวนผู้เชี่ยวชาญในบริษัทชั้นนำของประเทศและของโลกมาให้คำแนะนำและความรู้แก่อาสาสมัครและองค์กรเพื่อสังคมที่ Cheewid ทำงานอยู่ด้วย

Cheewid ที่แตกต่าง

หย่อนเงินลงกล่องหรือโอนเงินช่วยเหลือ การบริจาคดูเป็นสิ่งที่คนไทยคุ้นเคยอยู่แล้ว หลายคนคงสงสัยว่าอะไรที่ทำให้แพลตฟอร์ม Cheewid แตกต่างจากองค์กรทั่วไป

หนึ่งในคำตอบคือเรื่องความโปร่งใส ตรวจสอบได้

“เราคัดกรององค์กรที่จะอยู่บนแพลตฟอร์มด้วยตัวเองโดยคัดจาก social impact หรือความเปลี่ยนแปลงที่พวกเขามีต่อสังคม องค์กรต้องบอกได้ว่าเขาทำงานเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมยังไง ถ้าเป็นนิติบุคคล เราจะขอเอกสารเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย ตั้งแต่หนังสือบริคณห์สนธิ งบดุล งบการเงิน งบกระแสเงินสดมาดูด้วยว่าคุณใช้เงินในทางที่ถูกต้องหรือเปล่า แล้วก็สัมภาษณ์ผู้บริหารและพนักงานเพื่อให้แน่ใจว่าคุณมีตัวตนจริงไม่ใช่เปิดระดมทุนแล้วจะหายไป”

แนวทางดังกล่าวคือความตั้งใจของ Cheewid ที่อยากให้คนบริจาคมีประสบการณ์การบริจาคที่ดี โปร่งใส เห็นว่าเงินที่บริจาคไปถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพ

ถัดจากเรื่องความโปร่งใส อีกหัวใจสำคัญที่ทำให้ Cheewid แตกต่างคือเรื่อง ‘เทคโนโลยี’

วันนี้พวกเขากำลังค่อยๆ เติบโต และทยอยปล่อยฟีเจอร์ต่างๆ ออกมาให้องค์กรเพื่อสังคมได้ใช้งาน เช่น ข้อมูลอันดับผู้บริจาคเงินสูงสุดในประเทศไทย หรือข้อมูลบริษัทที่มีการทำ CSR แต่คริษฐ์เล่าว่าในอนาคต เขาอยากให้ Cheewid เป็นเพื่อนคู่คิดขององค์กรเพื่อสังคมในทุกมิติมากขึ้น ทั้งเรื่องการรับบริจาคเงินที่จะพัฒนาให้สามารถรับเหรียญบิตคอยน์และ ETH ได้ มีการวางแผนให้ Cheewid เป็นธนาคารดิจิทัล (neobank) สำหรับองค์กร non-profit เพื่อลดความยุ่งยากในการกู้เงินจากธนาคารทั่วไป และสนับสนุนให้องค์กรเพื่อสังคมในไทยใช้เทคโนโลยีทางการเงินในองค์กร

และก้าวถัดไปคือการส่งเสริมให้มีการใช้เทคโนโลยีในกิจการเพื่อสังคมมากขึ้น ทั้งในส่วนของการจัดการทรัพยากรบุคคล การใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์หาแนวโน้มผู้บริจาค และการสร้างมาตรวัดผลกระทบทางสังคม (social impact) เพื่อให้การทำงานเพื่อสังคมสามารถวัดผลได้ สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมจริงๆ รวมไปถึงเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของแหล่งทุน 

“ในโลกธุรกิจ digital transformation เกิดขึ้นแล้วเราก็อยากให้มีคนที่ทำงานฝั่ง non-profit เห็นความสำคัญของเทคโนโลยีและดาต้าเช่นกัน

“ทุกวันนี้ ถ้าไปถามมูลนิธิทั่วไปว่าคุณมีตัวเลขการประเมินผลตอบแทนทางสังคม (SROI) เท่าไหร่ คุณมีการประเมินตัวชี้วัดทางสังคม (social impact indicator) ไหม หลายที่ยังไม่มีข้อมูลตรงนี้ เราจึงอยากจะทำเครื่องมือที่จะมาช่วยวัดผลกระทบทางสังคมออกมา” 

ท้ายที่สุด เพื่อช่วยคนทำงานเพื่อสังคมให้เติบโต Cheewid ก็ต้องอยู่ให้ได้อย่างยั่งยืนดังนั้นเพื่อให้มีทุนขับเคลื่อนแพลตฟอร์มคริษฐ์เล่าว่าพวกเขาจึงออกแบบแพ็กเกจบริการสำหรับองค์กรที่ต้องการการสนับสนุนพิเศษในราคา 1,000 ต่อเดือน

แม้ว่าจะเพิ่งเปิดได้ไม่นานแต่ที่ผ่านมา Cheewid ได้ช่วยระดมทุนไปมากกว่า 8 ล้านบาทผ่าน 54 โครงการแล้วและยังคงเดินหน้าทำตามความตั้งใจต่อไป

ชีวิตของ Cheewid จะเติบโตไปช่วยเหลือชีวิตอื่นในแบบใดบ้างเราคงต้องติดตามและเอาใจช่วยกันต่อไป

Photographer

พูดไม่เก่งแต่เล่าด้วยภาพ ig climate_moth

You Might Also Like