นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้คุกกี้

บริษัท ทุนดี จำกัด (“บริษัท”) มีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์เพื่อรับประกันการให้บริการของเว็บไซต์ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทรับประกันว่าจะใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎ หมายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการใช้คุกกี้บางประเภทที่อาจดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก ทั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ บริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและตกลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์นี้... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

มรดกแก้ไข้ ซุปไก่สกัด

จากตำรับซุปไก่ในครัวเรือน อาหารแก้ไข้ของมนุษยชาติสู่ของขวัญทุกเทศกาลและของฝากเยี่ยมไข้ 

ถ้าย้อนกลับไปสมัยเด็กๆ อีกเมนูแก้ไข้ง่ายๆ ที่กลายเป็นหนึ่งในกลิ่นรสของบ้านและความอบอุ่นคือ ‘ซุปไก่’ ซุปใสสีทองที่ต้มจากไก่ในหม้อร้อนๆ แต่ถ้านึกถึง ‘ซุปไก่’ ยามเป็นผู้ใหญ่วัยทำงานที่ต้องหาของขวัญไปฝากผู้ใหญ่แล้ว ‘ซุปไก่สกัด’ บรรจุสวยงามในกระเช้าคือหนึ่งในของขวัญแทนความห่วงใยที่นึกถึง 

เมื่อย้อนกลับไปส่องเส้นทางของซุปเข้มข้นชนิดนี้ เรากลับพบว่าการกิน ‘ซุปไก่’ เพื่อสุขภาพถือเป็นวัฒนธรรมอาหารอันเก่าแก่ และ ‘ซุปไก่สกัด’ บรรจุขวดก็นับเป็นอีกวัฒนธรรมอาหารที่ค่อนข้างสากล จนกลายเป็นคำถามว่าซุปไก่ (ในที่นี้หมายถึงซุปไก่เป็นหม้อๆ) สามารถช่วยรักษาเยียวยาเวลาเราป่วยไข้ได้จริงหรือ

คอลัมน์ ‘ทรัพย์คัลเจอร์’ ขอชวนผู้อ่านท่องไปในหม้อของซุปไก่ ซุปที่แสนจะพื้นฐานที่อยู่คู่กับอารยธรรมการเลี้ยงสัตว์ปีกและการประกอบอาหารอย่างง่าย ไปจนถึงซุปพิเศษที่ปรุงขึ้นเพื่อเป็นพระกระยาหารในราชสำนักอังกฤษ พัฒนาเป็นสินค้าแทนใจที่ได้รับความนิยมในแถบเอเชีย  

‘ไก่และการต้ม’ พื้นฐานอารยธรรม

จากหลักฐานล่าสุด มนุษย์เราเริ่มเลี้ยงไก่ในครัวเรือนราวยุคสำริด คือประมาณ 3,600 ปีที่แล้ว ไทยเองเป็นแหล่งหลักฐานกำเนิดไก่บ้านคือเริ่มเลี้ยงไก่เป็นที่แรกๆ การทำซุปจากไก่จึงเป็นหนึ่งในกิจกรรมในครัวเรือนที่เกิดมาพร้อมๆ กับอารยธรรมมนุษย์ 

อาจด้วยเงื่อนไขพื้นฐานของการมีซุปจากไก่ทำให้หลายวัฒนธรรมมีซุปไก่เป็นอาหารสามัญเวลาป่วยไข้ โดยทั่วไปถ้าเราพูดถึงซุปไก่หรือ Chicken Soup ในฐานะอาหารแก้ไข้ ตำรับสำคัญมักเกี่ยวข้องกับซุปไก่แบบจีน

ในคัมภีร์หวงตี้เน่ย์จิง (Huangdi Neijing) คัมภีร์การแพทย์ที่เก่าแก่ที่สุดเล่มหนึ่งของโลกได้นิยามว่าซุปไก่เป็นอาหารประเภทหยาง มีฤทธิ์เย็น เหมาะกับการส่งต่อพลังงานเข้าสู่อวัยวะต่างๆ ของร่ายกาย ดังนั้นอาหารธาตุหยางจึงเหมาะกับคนป่วย ผู้หญิงตั้งครรภ์ และผู้สูงอายุ

อีกกระแสของซุปไก่ในฐานะยาคือความเชื่อของวัฒนธรรมชาวยิวที่ถึงขนาดเรียกซุปไก่ว่าเป็นยาแก้ปวดของชาวยิว (Jewish penicillin) วัฒนธรรมซุปไก่ของชาวยิวค่อนข้างสัมพันธ์กับวัฒนธรรมอาหารของยุโรป ในช่วงปลายยุคกลาง นักปรัชญาชาวยิวและแพทย์ชื่อ Moses Maimonides ได้เสนอให้ผู้ป่วยหรือคนขี้โรคอ่อนแอบริโภคซุปไก่ 

ส่วนยุโรปเองก็มีร่องรอยของซุปไก่เพื่อคนป่วยด้วย ในสมัยกรีกมีแพทย์ที่ให้คนไข้กินน้ำซุปต้มจากไก่เพื่อช่วยรักษาบางโรค เช่น ไมเกรน ลมชัก ท้องผูก แต่ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 15 ที่สังคมมนุษย์เริ่มเกิดการเลี้ยงไก่กันอย่างจริงจังเพื่อทดแทนเนื้อสัตว์อื่นๆ ซุปไก่ก็ยังไม่ได้เป็นเมนูอาหารที่เป็นที่นิยมมากนัก 

กระทั่งช่วงศตวรรษที่ 15 ที่ประเทศแถบยุโรปเริ่มเลี้ยงไก่มากขึ้นรวมถึงการมาถึงของความรู้และวัฒนธรรมตะวันออก บางพื้นที่เช่นโปรตุเกสซึ่งส่งอิทธิพลต่อไปยังวัฒนธรรมอาหารของบราซิลเริ่มพูดถึงซุปไก่ เริ่มปรากฏในคำบอกเล่าและตำราอาหาร ตรงนี้เองที่ซุปไก่มีความหลากหลายมากขึ้น ในบันทึกของโปรตุเกสพูดถึงซุปไก่ที่ใส่ในข้าวที่ต้มจนเปื่อย ซุปไก่ใส่มันฝรั่ง หรือในสูตรอื่นๆ พูดถึงซุปไก่ที่เราอาจคุ้นเคยเช่น ซุปไก่ใส่ผักหัวแบบฝรั่ง ใส่มันฝรั่ง แคร์รอต เซเลอรี และอื่นๆ 

ในปัจจุบันถ้าเราพูดถึง Chicken Soup ในบางพื้นที่ เช่น อเมริกาที่ได้รับอิทธิพลจากชาวยิวสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ชาวยิวอพยพไปยังอเมริกา และได้รับวัฒนธรรมชาวจีน ซุปไก่กินตอนป่วยอาจหมายถึงซุปไก่ใสๆ ที่มาพร้อมเส้นบะหมี่ ซึ่งเป็นตำรับเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่ยุคราชวงศ์ซ่ง หรือราวศตวรรษที่ 10-13 ที่เส้นหมี่ยังเป็นแป้งที่ให้พลังงาน บะหมี่ยังเป็นตัวแทนของการมีอายุมั่นขวัญยืนด้วย

หลังจากเนื้อไก่กลายเป็นเนื้อสัตว์หลักอย่างหนึ่ง ซุปไก่ก็ค่อยๆ กลายเป็นอาหารจานธรรมดาและอาจกลายเป็นอาหารที่ปรุงตามวาระโอกาสต่างๆ รวมเวลาป่วยไข้ด้วย 

‘ซุปบะหมี่ไก่’ ซุปกระป๋องชุดแรกของเคมป์เบลส์

การผสมผสานของซุปไก่ทั้งของชาวยิว และซุปบะหมี่ของชาวจีนค่อนข้างสะท้อนในอุตสาหกรรมอาหาร หนึ่งในนวัตกรรมคือซุปกระป๋อง ยี่ห้อเคมป์เบลส์ที่เริ่มต้นในปี 1860 ในฐานะโรงงานอาหารกระป๋องและเริ่มบรรจุซุปเข้มข้นลงกระป๋องในช่วงปลายทศวรรษ 1800 จนในปี 1900 ซุปกระป๋องเข้มข้นของเคมป์เบลส์ก็เริ่มเป็นที่นิยมและอยู่ในทุกครัวเรือนอเมริกัน

ในปี 1922 บริษัทเคมป์เบลส์ก่อตั้งบริษัทซุปกระป๋องเคมป์เบลส์ขึ้นและในปี 1934 จึงได้ออกผลิตภัณฑ์หลักซึ่งเป็นซุประดับตำนานและยังคงขายถึงทุกวันนี้ 2 ประเภท อย่างแรกคือซุปเห็ดและอีกซุปคือซุปบะหมี่ไก่ (Chicken Noodle soup) แนวคิดหลักของซุปกระป๋องเคมป์เบลส์คือการเพิ่มทางเลือกอาหารที่ทั้งอร่อยและราคาถูก  

เจ้าซุปบะหมี่ไก่ของเคมป์เบลส์นี้ขึ้นอันดับ 10 สินค้าขายดีมานับตั้งแต่ที่เริ่มวางขายบนชั้น ในปี 2013 ในอเมริกา ซุปบะหมี่ไก่ของเคมป์เบลส์มียอดขายสูงถึง 200 ล้านกระป๋อง ยิ่งตอกย้ำว่าซุปบะหมี่ไก่เป็นนวัตกรรมของวงการอาหารกระป๋องและเป็นตัวแทนของวัฒนธรรมอาหาร เป็นรสชาติอาหารที่เชื่อมโยงความอิ่มท้องเข้ากับความอิ่มใจ

‘ปริศนาซุปไก่’ กับงานศึกษาจริงจัง

พลังซุปไก่เป็นที่สนใจถึงขนาดมีงานศึกษาตามมาหลายชิ้น เช่นงานศึกษาในปี 1987 ทดลองให้กลุ่มตัวอย่างดื่มซุปจากไก่เทียบกับกลุ่มตัวอย่างที่ดื่มน้ำ พบว่ากลุ่มที่ดื่มซุปไก่หายป่วยเร็วกว่า ในปี 1980 มีงานศึกษาว่าซุปไก่ช่วยลดความหนืดของเสมหะในปอด ในบางงานทดลองพบว่าซุปไก่ที่ต้มนานเข้า แคลเซียมในน้ำซุปที่เพิ่มขึ้นอาจมีฤทธิ์ช่วยต้านการอักเสบ

นอกจากงานศึกษาที่อาจจะชัดเจนในตัวเองเช่นว่ากินอาหารดีกว่ากินน้ำเฉยๆ แล้ว คำอธิบายเรื่องซุปไก่ที่เชื่อมโยงเข้ากับการรักษาโรคหวัดหรือโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจส่วนบน อาจมาจากลักษณะของเจ้าซุปไก่คือเวลาที่เราป่วย ความอยากอาหารของเราอาจลดลง ตรงนี้เองที่รสอูมามิจากการเคี่ยวเป็นเวลานานเข้ามามีบทบาท  

ผลที่เรียบง่ายของซุปไก่จึงคือการกระตุ้นความอยากอาหารผ่านเจ้ารสอูมามินั่นเอง การเพิ่มความอยากอาหารนำไปสู่การบริโภคอาหารและได้รับสารอาหารต่างๆ ที่ร่างกายขาดไป ทั้งนี้รสอูมามิยังมีงานวิจัยว่าช่วยกระตุ้นการดูดซึมโปรตีนในลำไส้ด้วย

‘ซุปไก่สกัด’ ตำรับราชสำนักอังกฤษและความนิยมในเอเชีย

จากรากฐานประวัติศาสตร์อันยาวนานซึ่งหนึ่งในต้นธารการกินซุปไก่เป็นยาคือประเทศจีนซึ่งกระจายตัวในแถบเอเชีย ปัจจุบันถ้าเราพูดถึงซุปไก่ อาหารของความห่วงใย เราย่อมนึกถึงกระเช้าซุปไก่สกัดซึ่งส่วนหนึ่งก็น่าจะมีรากฐานในวัฒนธรรมอาหาร

ซุปไก่สกัดแบบขวดก็มีที่มาคล้ายกันคือมาจากการปรุงอาหารเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วย แต่ซุปไก่สกัดสำคัญคือ ‘แบรนด์ซุปไก่’ มีที่มาจากตำรับซุปไก่หลวง ย้อนไปในทศวรรษ 1820 วันหนึ่งพระเจ้าจอร์จ (King George) รู้สึกไม่กระฉับกระเฉงและมีอาการเบื่อพระกระยาหาร ในตอนนั้นพ่อครัวแห่งบัคกิ้งแฮมชื่อ H.W. Brand ลงมือปรุงซุปจากไก่เข้มข้น (chicken consommé) ซึ่งเป็นซุปไก่อย่างใส ไม่มีมันและรับประทานง่าย 

พระเจ้าจอร์จมันยอดมาก! ผลคือพระเจ้าจอร์จทรงกลับมาเสวยอาหารได้มากและได้รับกำลังวังชากลับมาอย่างรวดเร็ว ข่าวเรื่องซุปไก่ที่แก้ไขพระอาการได้อย่างรวดเร็วจึงแพร่ไปทั่วเมือง ทำให้คนอังกฤษอยากได้สูตรปรุงซุปไก่แบบเดียวกัน และเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ซุปไก่กลายเป็นที่รู้จัก 

เวลาผ่านพ้นไปจนถึงปี 1835 คุณแบรนด์เกษียณจากการเป็นพ่อครัวหลวงซึ่งเกษียณปุ๊บก็ออกมาเปิดร้านเป็นซุปไก่สกัดตำรับหลวง ในช่วงแรกซุปตุ๋นไก่ของคุณแบรนด์เป็นซุปไก่เข้มข้นบรรจุในกระป๋องดีบุก เป็นอาหารที่เน้นเรื่องการฟื้นฟูจากความเจ็บป่วย และในปี 1897 ได้รับตราการันตีหลวง (Royal Warrant) หรือการที่ราชสำนักยกย่องและร่วมประกันคุณภาพว่าเป็นสินค้ายอดเยี่ยม 

สิ่งที่น่าสนใจคือความนิยมของแบรนด์กระจายกลับมายังประเทศแถบเอเชียในพื้นที่อาณานิคมของอังกฤษเช่นสิงคโปร์และมาเลเซีย เป็นพื้นที่ที่ชาวจีนอพยพตั้งรกรากและขยายตัวขึ้น ตรงนี้เองที่ทำให้ซุปไก่กลับมาบรรจบกับพลังของซุปไก่ในวัฒนธรรมของชาวจีนอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้มาในรูปแบบสินค้าที่ได้รับการพัฒนาแล้ว เคี่ยวสารออกมาอย่างเข้มข้น เก็บง่าย ดื่มสะดวกไม่ต้องต้ม 

ภายหลังบริษัทเจ้าของแบรนด์ซุปไก่สกัดตั้งสำนักงานใหญ่ที่สิงคโปร์ แน่นอนว่าชาวเอเชียเป็นหนึ่งในผู้บริโภคสำคัญของซุปไก่สกัด ภายหลังเจ้าซุปไก่ได้รับการโปรโมตในฐานะอาหารที่ช่วยฟื้นฟูจากอาการเหนื่อยล้าทั้งทางร่างกายและจิตใจ ไปจนถึงช่วยฟื้นฟูจากความเครียด

จากซุปไก่ในครัวเรือน อารยธรรมอาหารที่แสนจะเรียบง่าย ค่อยๆ วิวัฒนาการและมีความหลากหลายขึ้น จากโจ๊กไก่ ถึงบะหมี่ในซุปใสๆ ต้มซุปไก่ใส่สารพัดผัก จนเจ้าซุปไก่ถูกนำมาใส่กระป๋อง กลายเป็นของแมสๆ กระทั่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของศิลปะป๊อปของแอนดี้ วอร์ฮอล 

ย้อนไปก่อนหน้านั้นคือการเคี่ยวซุปที่กลายเป็นซุปไก่สกัดเข้มข้นจากราชสำนักอังกฤษ ขยายตัวตามเส้นทางอาณานิคมและกลับสู่การบริโภคของชาวจีนโพ้นทะเล กลายเป็นกระเช้าที่เรานึกถึงเสมอเวลากลับไปเยี่ยมผู้ใหญ่หรือเป็นอาหารพิเศษที่หวังว่าจะช่วยพาเราผ่านความเหนื่อยยากและความเจ็บป่วยได้ในปัจจุบัน

อ้างอิง

Writer

ชื่อว่านครับ ทำงานรับจ้างทั่วไปด้านงานเขียน ส่วนใหญ่เขียนเรื่องการเขียน การอ่าน และวัฒนธรรม เชื่อว่าพื้นที่นามธรรมเป็นสินทรัพย์ที่จะพาเราเติบโตอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

Illustrator

ชื่อกล้วยค่ะ banana blah blah เป็นนักวาด บางวันจับเม้าส์ปากกา บางวันจับลูกกลิ้งทำภาพพิมพ์ สนใจ Art therapy และการวาดภาพเพื่อ Healing เชื่อว่าการทำงานที่ดีต้องทำให้เราอิ่มทั้งกายและใจ ได้มองเห็นตัวเองเติบโตภายใน

You Might Also Like