นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้คุกกี้

บริษัท ทุนดี จำกัด (“บริษัท”) มีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์เพื่อรับประกันการให้บริการของเว็บไซต์ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทรับประกันว่าจะใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎ หมายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการใช้คุกกี้บางประเภทที่อาจดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก ทั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ บริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและตกลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์นี้... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

Amazon Employees

CEO Amazon ส่งข้อความถึงพนักงาน เตรียมปลดคนเพิ่ม 9,000 คน จากมกราคมที่ประกาศปลดไป 18,000 คน

เมื่อวานนี้ แอนดี้ แจสซี่ (Andy Jassy) ซีอีโอของ Amazon บริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่ของโลกได้ส่งข้อความถึงพนักงานว่าในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าบริษัทมีแผนที่จะปลดพนักงานกว่า 9,000 ตำแหน่งซึ่งจะกระทบต่อคนในแผนก Twitch, แผนก Cloud Computing, แผนกโฆษณา และแผนก HR 

โดยในข้อความดังกล่าว แอนดี้ แจสซี่ ได้บอกว่านี่ถือเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก แต่ก็เป็นการตัดสินใจที่คิดว่าดีที่สุดสำหรับบริษัทในระยะยาว และนี่เป็นการประกาศลดพนักงานเพิ่มจากเมื่อ 2 เดือนก่อนหน้าที่ Amazon ได้ประกาศปลดพนักงานกว่า 18,000 คนไปแล้ว

ทั้งนี้ต้องบอกว่าการปลดพนักงานล็อตใหญ่ไม่ว่าจะเป็นรอบ 9,000 คน หรือ 18,000 คนนั้นไม่ใช่การปลดแบบฟ้าผ่า เพราะแอนดี้ แจสซี่ ได้มีการส่งสัญญาณมาตั้งแต่ปีก่อนหน้าแล้วว่าในปี 2023 บริษัทจะมีการปลดพนักงาน ‘หลักหมื่นคน’ 

ด้วยเหตุผลที่ว่าในช่วงโควิด-19 ที่คนออกจากบ้านไม่ได้ทำให้ธุรกิจการขนส่งเติบโตจน Amazon ต้องเร่งหาพนักงานจำนวนมากมาเติมเต็มให้ทันความต้องการของลูกค้า ทำให้ในปี 2021 พนักงานทั่วโลกของ Amazon นั้นมีจำนวนกว่า 1.6 ล้านคน เพิ่มขึ้นมากว่าเท่าตัวจากปี 2019 ซึ่งมีจำนวนอยู่ที่ 798,000 คน 

แต่เมื่อสถานการณ์โควิดคลี่คลาย ผู้คนเริ่มออกมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ บริษัทจึงจำเป็นต้อง lean องค์กรเพื่อทำให้ธุรกิจเดินต่อไปในระยะยาวได้

และก็เป็นไปได้ว่าการปลดพนักงานของ Amazon ในครั้งนี้ อาจยังไม่ใช่การปลดบิ๊กล็อตครั้งสุดท้าย

ไม่เพียงแค่ Amazon เท่านั้น เพราะหากไล่เรียงมาตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2023 ซีอีโอของเหล่าบริษัทเทคฯ ยักษ์ใหญ่ก็ล้วนแต่ทยอยออกมาประกาศปลดคนเป็นจำนวนมาก 

เริ่มตั้งแต่ 18 มกราคม Microsoft ประกาศจะเลิกจ้างพนักงาน 10,000 คนในปีนี้ ซึ่งคิดเป็น 5% ของพนักงานทั้งหมด

เพียง 2 วันถัดมาคือวันที่ 20 มกราคม Google ก็ได้ประกาศลดคนจำนวน 12,000 คน หรือคิดเป็น 6% ของพนักงานทั้งหมด 

23 มกราคม Spotify ประกาศว่าจะลดพนักงาน 600 คน คิดเป็น 6% ของพนักงานทั้งหมด 

31 มกราคม  PayPal ประกาศลดพนักงาน 2,000 คน คิดเป็นจำนวน 7% ของพนักงานทั้งหมด

7 กุมภาพันธ์ Zoom–บริษัทที่เติบโตเป็น 3 เท่าในช่วงโควิด ก็ได้ออกมาส่งข้อความถึงพนักงานว่าจะเลิกจ้างพนักงาน 1,300 คน คิดเป็น 15% ของพนักงานทั้งหมด

14 มีนาคม มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอ Meta ก็ได้ประกาศปลดพนักงานเพิ่มอีก 10,000 คน จากที่ในเดือนพฤศจิกายนปี 2022 ได้ประกาศปลดพนักงานจำนวนกว่า 11,000 คนไปแล้ว 

ส่วนเหตุผลในการปลดคนของแต่ละบริษัทก็ไม่ต่างกันมาก คืออยาก lean องค์กร ทำให้บริษัทยังสามารถเดินต่อไปได้อย่างคล่องตัว ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกที่กำลังถดถอย

ย้อนกลับไปเมื่อราว 2-3 ปีก่อนหน้าในช่วงโควิดระบาดหนัก หุ้นที่มาแรงและเติบโตเป็นอย่างมากก็คือหุ้นของบริษัทเทคฯ ทั้งหลาย แต่เมื่อหลายอย่างเริ่มกลับสู่สภาวะปกติ บวกกับการที่เฟดขึ้นดอกเบี้ยเพื่อชะลอเงินเฟ้อ จนทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวลง ก็ย่อมทำให้การเติบโตของบริษัทเทคฯ ชะลอตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

จึงน่าจับตามองกันต่อ ว่าในยุคที่การเผาเงินในบริษัทสตาร์ทอัพเริ่มหมดไป นักลงทุนเริ่มหันมามองหา ‘กำไร’ ในธุรกิจมากกว่าจำนวนยูเซอร์ รายได้ หรือการขยายตัว 

แล้วแบบนี้ในปี 2023 บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ทั้งหลาย จะ lean คนในองค์กรกันอีกมากขนาดไหน 

อ้างอิง 

Tagged:

Writer

บรรณาธิการธุรกิจ มีความสนใจเรื่องกลยุทธ์ธุรกิจ-การตลาด และชื่นชอบการเข้าโรงงานเพื่อดูเบื้องหลังการผลิตเป็นอย่างยิ่ง

You Might Also Like