K-Pop’s College Festival
ในวันที่สู้ฟีดอัลกอริทึมไม่ไหว ค่ายเพลงเคป๊อปใช้เวทีมหา’ลัยช่วยให้ศิลปินอยู่ในกระแสได้ยังไง?
ในยุคที่หลายแบรนด์ หลายบริษัท ต่างบ่นว่าโพสต์โปรโมตอะไรบนโลกออนไลน์ก็เหมือนเทน้ำทิ้งไปเปล่าๆ ทุกสิ่งทุกอย่างแทบกลืนหายไปกับทะเลข้อมูลข่าวสาร ทุกคนต้องหาวิธีเอาใจ ‘อัลกอริทึม’ ของแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อทำให้สินค้าหรือบริการของตัวเองเข้าไปอยู่ในความสนใจของผู้คนให้ได้
อุตสาหกรรมเคป๊อปก็เช่นกัน ศิลปินไอดอลเกาหลีเผชิญกับปัญหาการโปรโมตเพลงบนโลกออนไลน์ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ พวกเขาเคยได้ประโยชน์จากการสร้างกระแสไวรัลผ่านโซเชียลมีเดีย แฟนๆ ใช้แฮชแท็กดันวงที่ชอบให้ขึ้นเทรนด์จนกลายเป็นหน้าข่าว ช่วยดึงให้คนนอกด้อมมาสนใจมากขึ้น
แต่ทุกวันนี้ กลยุทธ์แบบเดิมไม่ได้ให้ผลลัพธ์เหมือนเก่าแล้ว วงการเคป๊อปก็พยายามมองหาแนวทางใหม่อยู่เรื่อยๆ และดูเหมือนว่าจะมีกิจกรรมหนึ่งที่กลายเป็นช่องทางให้ค่ายเพลงเคป๊อปขยายกลุ่มฐานคนฟังมากขึ้น
พื้นที่นั้นคือ เทศกาลดนตรีในมหาวิทยาลัย ที่เกิดขึ้นทุกๆ เดือนพฤษภาคม ตามรั้วมหาวิทยาลัยของเกาหลีมีเสียงเชียร์ดังสนั่นไปทั่ววิทยาเขต นักศึกษามารวมตัวกันหน้าเวทีเพื่อติดตามศิลปินที่ชื่นชอบ อย่างเช่นในปีนี้ มหาวิทยาลัยอินชอนและมหาวิทยาลัยแห่งชาติชอนบุกได้ชวนวง RIIZE, fromis_9, WINNER, KISS OF LIFE และ FTISLAND มาร่วมงาน ส่วนมหาวิทยาลัยโฮซอและมหาวิทยาลัยดังกุกวิทยาเขตชอนัน มี Apink, KickFlip, UNIS และ fromis_9 มาแสดงบนเวที
ในช่วงปลายเดือน มหาวิทยาลัยยอนเซยังมีเทศกาล Akaraka โดยมีรายชื่อศิลปินคือ KARA, Hwasa และ FTISLAND ส่วนมหาวิทยาลัยแห่งชาติคยองพุกก็มี Zico, NCT WISH และ Lee Young-ji

และผู้ชมเหล่านั้นกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด ฝูงชนในมหาวิทยาลัยอ่อนไหวต่อกระแสและมีอคติน้อยกว่ากลุ่มแฟนคลับที่ภักดี นั่นหมายความว่าเสียงร้องที่ทรงพลัง การแสดงบนเวที และการมีส่วนร่วมกับผู้ชมอย่างแท้จริง สามารถเปลี่ยนแปลงความคิดเห็นของสาธารณชนได้เกือบจะในทันที
สำหรับเหล่าไอดอลและบริษัทบันเทิงต่างๆ เทศกาลดนตรีในมหาวิทยาลัยได้กลายเป็นตัวชี้วัดความคิดเห็นของสาธารณชนอย่างไม่เป็นทางการไปแล้ว ด้วยจำนวนผู้เข้าร่วมงานนับหมื่นคน ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาหรือบุคคลทั่วไป ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ค่ายเพลงแทบจะไม่สามารถเข้าถึงได้ผ่านช่องทางการโปรโมตออนไลน์ตามปกติ (เว้นแต่ว่าเขาจะเป็นชาวด้อมต่างๆ กันอยู่แล้ว) เวทีนี้จึงช่วยขยายฐานแฟนคลับได้ กลายเป็นโอกาสอันมีค่าสำหรับไอดอลในการสร้างความประทับใจให้กับสาธารณชนนอกด้อมได้โดยตรง ต่างจากรายการเพลงหรือคอนเสิร์ตที่จะมีเพียงแฟนคลับตัวยงที่เข้ามามีส่วนร่วม
นั่นคือเหตุผลที่เวทีดนตรีในมหาวิทยาลัยกลายเป็นการทดสอบความนิยมของศิลปินต่อหน้าผู้ชมวัยรุ่นนับพันคนแบบเรียลไทม์ และยังช่วยทลายกำแพงอัลกอริทึมในโลกออนไลน์ให้กลายเป็นพื้นที่ตกแฟนคลับนอกด้อม
แล้วอะไรที่ทำให้คนนอกด้อมสนใจศิลปินเหล่านี้ได้?
“เวทีเทศกาลดนตรีช่วยให้ไอดอลสร้างชื่อเสียงในฐานะศิลปินที่เน้นการแสดงสด
มีความสามารถในการร้องเพลงและมีเสน่ห์บนเวที สำหรับวงที่ต้องการขยายฐานแฟนคลับ เวทีแบบนี้จะช่วยพิสูจน์ให้เห็นถึงพลังบนเวทีของพวกเขาอย่างมาก”
หนึ่งในคนอุตสาหกรรมเคป๊อปให้สัมภาษณ์กับ The Korea Herald
เมื่อการแสดงเริ่มขึ้น กล้องนับหมื่นก็จะเริ่มจับภาพการแสดงของศิลปิน แล้วคลิปเหล่านั้นก็จะได้รับการเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย หรือที่กลุ่มแฟนคลับเรียกว่า ‘คลิปแฟนแคม’ ที่กลายเป็นคลิปไวรัลโปรโมตความสามารถศิลปินในอีกแบบ โดยที่ค่ายเพลงไม่ต้องลงงบประมาณโฆษณาใดๆ เลย
การขึ้นแสดงในงานดนตรีมหาวิทยาลัยช่วยส่งให้เพลงของศิลปินกลับขึ้นชาร์ตอีกครั้ง อย่างไม่นานมานี้ เพลง Who is she ของวง KISS OF LIFE ขึ้นชาร์ตประจำวันใน MelOn หลังจากคนชื่นชมการแสดงสด
กระแสความชอบเสน่ห์และความสามารถในการแสดงสดนี้เองที่ทำให้ค่ายเพลงพยายามผลักดันให้ศิลปินปรากฏตัวในเทศกาลดนตรีต่างๆ แม้กระทั่งในงานดนตรีที่ไม่ใช่เพลงป๊อป เช่น เทศกาลดนตรีแจ๊สโซลที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-24 พฤษภาคม สมาชิกวง Seventeen อย่าง DK และ Seungkwan รวมถึงสมาชิกวง NCT อย่าง Taeyong และ Haechan จะขึ้นแสดง และในงานเทศกาลดนตรี Seoul Park Music Festival ในวันที่ 21 มิถุนายน วง Monsta X จะขึ้นแสดงบนเวทีเช่นกัน
สำหรับผู้จัดงานเทศกาล การดึงศิลปินไอดอลมาแสดงสามารถช่วยเพิ่มยอดขายตั๋วได้ ส่วนในมุมของค่ายเพลง การเข้าร่วมเทศกาลดนตรีก็คุ้มทุนมากกว่าการจัดคอนเสิร์ตเดี่ยวในปัจจุบัน ด้วยยุคเศรษฐกิจซบเซาแบบนี้ หากยอดขายบัตรไม่ปัง ค่ายอาจขาดทุนมากกว่า
ดังนั้น เราคงบอกได้ว่า การแสดงสดในเทศกาลดนตรีกลายเป็นจุดเชื่อมต่อเชิงกลยุทธ์ต่อการสร้างแบรนด์เคป๊อปไปแล้ว ในวันที่โลกออนไลน์ถึงทางตัน การหันกลับมาหาความจริงใจและประสบการณ์ร่วม (human experience) ก็เป็นอีกทางรอดให้กับธุรกิจบันเทิงได้ เวทีมหาวิทยาลัยจึงไม่ใช่แค่พื้นที่โชว์ตัวชั่วคราว แต่เป็นทั้งกลยุทธ์เพิ่มคุณค่าแบรนดิ้งที่ได้ผลลัพธ์ทั้งหน้าฟีดออนไลน์ และเข้าถึงคนฟังใหม่ๆ ผ่านหน้าเวทีไปพร้อมกัน
อ้างอิง