SUGARRAY GROUP
การสร้างอาณาจักรบาร์ที่ไม่เคยหยุดนิ่งของ SUGARRAY GROUP กับก้าวล่าสุดที่เปิดรูฟท็อปบาร์
ใครชื่นชอบการไปบาร์ น่าจะต้องเคยไปบาร์สักแห่งของ SUGARRAY GROUP ซึ่งมีธุรกิจบาร์ในเครือกว่าสิบแห่ง และล่าสุดปีนี้เปิด The NORM รูฟท็อปบาร์ดีไซน์สวยที่ชั้น 42 ของ Dusit Central Park Office
เบื้องหลังการปั้นธุรกิจเหล่านี้นำโดย คุณเติร์ก–สิทธานต์ สงวนกุล Managing Director ของ SUGARRAY BANGKOK Co., LTD. ผู้หลงใหลในบาร์ ค็อกเทล ดนตรีแจ๊ส และเรียกได้ว่าเป็นตัวจริงเสียงจริงที่ปั้นธุรกิจบาร์ชื่อดังย่านทองหล่อ สีลม และย่านสำคัญในเมืองมาแล้วหลายแห่ง
ในโอกาสที่บาร์น้องใหม่อย่าง The NORM เพิ่งเปิดตัวมาได้ไม่นานและกำลังบริหารบาร์หลายแห่งพร้อมกัน เราจึงถือโอกาสนี้ชวน คุณดี–แวววดี เมฆรุ่งโรจน์ Project Coordinator and Assistant to Managing Director มาคุยถึงความสนุกในการบริหารและสร้างสรรค์คอนเซปต์บาร์แต่ละแห่ง
โดยคุณดีเล่าถึงเรื่องราวความเป็นมาของเครือ SUGARRAY GROUP ที่เกิดขึ้นในช่วง 13 ปี ว่าจุดเริ่มต้นมาจากร้านเล็กๆ ที่ชื่อ Sugarray You’ve just been poisoned ที่ซอยแจ่มจันทร์ โดยคุณเติร์กคัดสรรบุคลากรคุณภาพอย่างคุณต่อ–วิภพ จินาพันธ์ แชมป์ World Class คนแรกของประเทศไทย และคุณโจ๊ะ–ปริศสรัญ สงวนกุล ที่ช่วยดูแลการผลิตต่างๆ จนถึงปัจจุบันมีร้านในเครือถึง 6 ร้าน ได้แก่ Thaipioka, Alonetogether, Last Call Bar, The NORM และเร็วๆ นี้จะมีโปรเจกต์น้องใหม่เกิดขึ้นในย่านทองหล่อช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ด้วย ทั้งนี้คุณเติร์กชอบริเริ่มและสร้างสิ่งใหม่อยู่เสมอ บ่อยครั้งที่คุณเติร์กบอกว่าการเริ่มต้นยากมากกว่าการปิดสิ่งที่สร้างขึ้นมาแล้วเสียอีก


Where Rooftop Views Don’t Interrupt
ส่วนใหญ่แล้ว เวลาใครตั้งใจแวะมาที่รูฟท็อปบาร์ก็มักจะนึกถึงที่นั่งมุมไฮไลต์ที่มองเห็นวิวท้องฟ้าและวิวเมือง แต่คอนเซปต์ที่ลึกซึ้งของ The NORM คือบรรยากาศของโซนชมวิวภายนอกต้องไม่รบกวนบรรยากาศภายในบาร์
การออกแบบของที่นี่เล่นกับความสูงต่ำของเพดานอย่างมีชั้นเชิง เมื่อเดินเข้ามาจะพบกับเพดานที่ค่อนข้างต่ำ แต่เมื่อเดินมานั่งจิบเครื่องดื่มที่เคาน์เตอร์บาร์ในโซน The Main Hall จะพบเพดานที่สูงโปร่งขึ้น รู้สึกผ่อนคลายและดื่มด่ำกับบรรยากาศในร้านได้ไม่แพ้โซนเอาต์ดอร์เลย
The NORM จึงกลายเป็นบาร์ที่ลูกค้าสนุกกับการเปลี่ยนที่นั่งไปเรื่อยๆ เพราะมีเคาน์เตอร์บาร์หลายโซนซ่อนอยู่ข้างใน ไม่ว่าจะเป็นการเดินออกไปชมวิวที่บาร์โซน The Terrace และเอนกายบนเก้าอี้ Egg Chair ในโซน The Main Hall ชมวิวพระอาทิตย์ตก สำหรับชาวอินโทรเวิร์ตที่อยากนั่งเงียบๆ ก็มีโซนห้องลับอย่าง The Whispering Room ซ่อนอยู่หลังบานประตู เรียกได้ว่าอยู่ในบาร์เดียว แต่ให้ความรู้สึกเหมือนได้เปิดประตูไปเจอบาร์อีกหลายแห่งที่ซ่อนอยู่ข้างใน







คุณดีเล่าถึงความตั้งใจของคุณเติร์ก เบื้องหลังการออกแบบว่า “เราอยากให้ลูกค้าที่ขึ้นมาได้สัมผัสประสบการณ์ตามสโลแกนของเราที่ว่า ‘Here, You Belong’ ซึ่งเป็นคอนเซปต์ที่ผสมผสานกลิ่นอายของกรุงเทพฯ ยุค Nostalgic Modern และ Progressive เข้าไว้ด้วยกัน”
สำหรับเมนูค็อกเทลขายดี เช่น ‘SONGWAT FASHIONED’ มีรสที่สัมผัสซับซ้อนและอยากให้ลูกค้าสัมผัสได้ถึงคอนเซปต์ที่ตั้งใจสื่อ รสชาติจะเป็นแนวเปรี้ยวหวาน แต่จะมีความซับซ้อนด้วยกลิ่นเผ็ดเล็กน้อยซ่อนอยู่ เวลาดื่มเข้าไป จิบแรกจะรู้สึกว่าต่อมรับรสเริ่มเปิด จากนั้นในจิบที่สองที่สามก็จะเริ่มเข้าใจรสชาติที่ทางบาร์ต้องการจะสื่อสารมากขึ้น


คุณดีพูดถึงความแตกต่างของ The NORM กับบาร์อื่นๆ ในเครือ The NORM จะเป็นบาร์แห่งเดียวที่เริ่มต้นจากการออกแบบจากเฟอร์นิเจอร์ก่อน แต่ถ้าเป็นร้านอื่นๆ ในเครือ ส่วนใหญ่เริ่มออกแบบร้านกับเฟอร์นิเจอร์ไปพร้อมๆ กัน เนื่องจากคุณเติร์กมีความชื่นชอบและใช้เฟอร์นิเจอร์ของแบรนด์ Fritz Hansen เป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว เลยมีความคิดที่อยากทำร้านที่ใช้เฟอร์นิเจอร์ของแบรนด์ Fritz Hansen แบบครบวงจรสักครั้ง
The NORM จึงโดดเด่นด้วยเฟอร์นิเจอร์ชิ้นไอคอนิกจาก Fritz Hansen กว่า 100 ชิ้น ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้และโซฟาระดับตำนานที่ออกแบบโดย Poul Kjærholm เช่น PK22™, PK9™ และ PK31™
หลายท่านอาจสงสัยว่าทำไมคุณเติร์กถึงกล้าเอาเฟอร์นิเจอร์แพงๆ มาวางตกแต่งให้ลูกค้าได้สัมผัสและใช้งานจริง เหตุผลก็เพราะคุณเติร์กมีวิสัยทัศน์และให้ความสำคัญในเรื่องของงานดีไซน์ความสวยงาม และอยากให้ลูกค้าที่มาได้สัมผัสประสบการณ์ที่หาที่ไหนไม่ได้ คุณเติร์กใส่ใจในรายละเอียดทุกๆ ขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแสงสว่างการเดินไฟต่างๆ ต้องวางในมุมองศาเท่านี้ แสงจะตกกระทบได้สวยงาม แม้กระทั้งวัสดุที่เลือกใช้จะเป็นไม้ หิน หรือปูน มีความพิถีพิถันในทุกๆ ขั้นตอน รายละเอียดเล็กๆ ทั้งหมดเหล่านี้เริ่มต้นมาจากความชอบของคุณเติร์ก ทำให้ไอเดียการออกแบบบาร์ทั้งทรงพลังและไม่เหมือนใคร





Not Just a Bar, A Conceptual Vibe
นอกเหนือจากการคัดเลือกเฟอร์นิเจอร์และตกแต่งร้านแล้ว คุณเติร์กยังให้ความสำคัญกับการองค์ประกอบต่างๆ ในบาร์ ทั้งดนตรี เครื่องดื่ม การให้บริการ ซึ่งเปรียบเสมือนลายเซ็นของ SUGARRAY GROUP ที่แต่ละร้านมีรายละเอียดลึกซึ้งซ่อนอยู่เสมอ “ทุกร้านในเครือจะมีทีมดีเจของเราเอง ในนาม Socrates Sounds คุณเติร์กจะคุยกับ Music Director เพื่อกำหนดมู้ดแอนด์โทนของแต่ละร้าน ทำให้แนวเพลงไม่ทับซ้อนกันเลย”
คุณดียกตัวอย่างว่า Alonetogether เป็นบาร์แจ๊สที่เล่นดนตรีสดสำหรับคอดนตรีแจ๊สโดยเฉพาะ ขณะที่ Thaipioka ช่วงพีคเวลา 4-5 ทุ่ม จะเน้นเพลงและบรรยากาศสนุกสนาน มีชีวิตชีวา มีความเป็นกันเอง สำหรับ Last Call Bar จะมีคอนเซปต์ที่มีความมินิมอลและอบอุ่นเป็นกันเอง “เครื่องดื่มจะเรียบง่ายมากๆ แต่รับประกันความอร่อย เมนูวาดด้วยมือที่เป็นความน่ารักน่าหลงใหลของบาร์นี้ หรือวันดีคืนดีคุณต่ออยากจะทำชาบูแจกลูกค้า จึงทำให้บรรยากาศภายในร้านแตกต่างกันออกไปโดยสิ้นเชิง” และแต่ละบาร์จะมีเมนูพิเศษตามเทศกาลและมักมีกิมมิกที่ใส่ใจซ่อนอยู่เสมอ




เบื้องหลังการสร้างสรรค์บาร์แต่ละแห่งในเครือ SUGARRAY GROUP เป็นมากกว่าธุรกิจบาร์และธุรกิจบริการ ซึ่งในเชิงธุรกิจ คุณดีเล่าว่าคุณติร์กและทีมผ่านการลองผิดลองถูกมาไม่น้อยเช่นกัน ทีม SUGARRAY เมื่อพบเจอปัญหาก็พร้อมเรียนรู้และปรับปรุงแก้ไขเสมอ และพบว่าการมีทีมงานที่ดีเป็นสิ่งที่โชคดีที่สุดของการทำงาน SUGARRAY GROUP ไม่ใช่แค่ที่ทำงาน แต่เป็นครอบครัวที่เป็นที่พักพิงให้กันและกัน เป็นที่ทำงานที่ให้อิสระทางความคิดและมีอะไรท้าทายให้ทำอยู่เสมอ
เมื่อถามถึงความท้าทายที่สุดในการทำงานของคุณเติร์กและทีม คุณดีมองว่าความท้าทายที่สุดคือการทำสิ่งที่คิดให้เกิดขึ้นจริงตามภาพที่วาดไว้ แม้จะต้องเจอกับข้อจำกัดต่างๆ ทั้งในแง่การตกแต่งบาร์ให้สวยตามภาพที่อยากให้เป็น คงลายเซ็นของบาร์ในเครือ โดยยังต้องฉีกกรอบและมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกันเลย
“เราไม่ได้บอกว่าเราดีที่สุด แต่เรามั่นใจว่าสิ่งที่เราทำนั้นมีความแตกต่างให้ลูกค้าอยากมาสัมผัส”


ขอบคุณรูปเพิ่มเติมจาก SUGARRAY GROUP
The Norm ชั้น 42 ของ Dusit Central Park เปิดให้บริการทุกวัน
จันทร์-พฤหัสบดี 17:00-02:00 น.
ศุกร์-อาทิตย์ 17:00-02:30 น.