Women in Leadership
ถอดรหัส Leadership ผู้นำหญิงแกร่ง จากเสียงของผู้นำหญิงหลากวงการ
คุณเคยกลัวความล้มเหลว กลัวการออกนอกคอมฟอร์ตโซน หรือสับสนกับเส้นทางข้างหน้าและยังตามหาว่าจะลุกขึ้นมาเป็น best version ของตัวเองได้ยังไงไหม ผู้หญิงหลายคนล้วนเคยผ่านความรู้สึกนี้มาก่อน และนั่นคือเหตุผลที่ wisdom แห่งชีวิตมีไว้เพื่อแบ่งปัน โดยเฉพาะในคอมมิวนิตี้ที่ผู้หญิงสนับสนุนกันและกัน
เนื่องในโอกาสวันสตรีสากลที่เพิ่งผ่านไป บทสนทนาจากผู้นำหญิงในหลากหลายวงการได้ถูกถ่ายทอดผ่านสองเวทีสำคัญโดยเหล่าผู้นำหญิง ทั้งจาก EmpowerHER Asia Leadership Forum 2026 เวทีระดับภูมิภาคที่รวมวิสัยทัศน์ของผู้บริหารกับนักธุรกิจหญิงชั้นนำ และ Women Evolving Together กิจกรรมที่สร้างบทสนทนาอันทรงพลังในคอมมิวนิตี้ผู้หญิง จัดโดย IRL แพลตฟอร์มที่สนับสนุนการสร้างมิตรภาพและการสร้างสายสัมพันธ์ในชีวิตจริง มาฟังกันว่าพวกเธอค้นพบและพัฒนาความเป็นผู้นำที่แข็งแกร่งได้อย่างไร

1. วิสัยทัศน์ของผู้นำหญิงจากเวที EmpowerHER Asia Leadership Forum 2026 จัดโดย The CrestHaus
Our Voices, Our Power : สตรีในบทบาทคณะกรรมการบริษัทกับพลังในเสียงของตนเอง
ใครๆ ก็บอกว่าการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งกรรมการบริษัทเป็นเรื่องยาก ทำให้หลายคนหลีกเลี่ยงตำแหน่งนี้ แต่แท้จริงแล้วการนั่งในห้องประชุมบอร์ดคือโอกาสในการเรียนรู้ ขยายมุมมอง และสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับองค์กรอย่างแท้จริง เวทีเสวนานี้ร่วมพูดคุยโดย กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการ KASIKORNBANK และ Toshiba Thailand, มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ กรรมการอิสระ Muang Thai Life และผู้บริหารชาย กุลเวช จันวัฒนาวิทย์ กรรมการผู้อำนวยการ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย IOD Thailand ซึ่งได้มีการแลกเปลี่ยนมุมมองที่ทรงคุณค่าเกี่ยวกับบทบาทของสตรีในฐานะคณะกรรมการบริษัท
สิ่งที่ผู้นำทุกท่านเห็นตรงกันคือ กรรมการบริษัทในยุคนี้ไม่ได้มีหน้าที่แค่ยกมือเห็นด้วย แต่ต้องกล้าตั้งคำถาม มีความกล้าหาญที่จะแสดงจุดยืนแม้จะแตกต่างจากเสียงส่วนใหญ่ โดยงานวิจัยชี้ให้เห็นว่าสตรีมักมีทักษะในการรับฟัง การประมวลความคิด และการมองภาพรวมได้อย่างละเอียดรอบคอบ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่มีคุณค่าอย่างยิ่งในห้องประชุมคณะกรรมการ ทั้งนี้สิ่งสำคัญของการเป็นผู้นำที่ดีอยู่ที่ความถ่อมตนและการเคารพความเห็นที่แตกต่าง เพื่อให้ทุกคนในที่ประชุมรู้สึกได้รับการรับฟัง และมุ่งสู่เป้าหมายร่วมกันเพื่อประโยชน์สูงสุดขององค์กร นอกจากนี้บทบาทการเป็นแม่ยังส่งผลดีต่อภาวะผู้นำในองค์กร เพราะลูกคือผู้ให้ฟีดแบ็กที่ตรงไปตรงมาที่สุดในแบบที่ทีมงานหรือเพื่อนร่วมงานมักไม่กล้าบอก ประสบการณ์การเลี้ยงดูลูกจึงช่วยฝึกความเห็นอกเห็นใจ และการมองโลกในมุมที่กว้างขึ้น ซึ่งล้วนเป็นคุณสมบัติที่ส่งเสริมการทำงานในบทบาทคณะกรรมการได้อย่างลึกซึ้ง
Write It Bold : การวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์เพื่อก้าวสู่บทต่อไปของความเป็นผู้นำ
เมื่อรู้สึกสับสนหรือมองไม่เห็นหนทางในเส้นทางการงาน สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดอย่างหนึ่งคือการมีเมนเทอร์ที่ใช่ ศุภณี อนุวงศ์วรเวท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และแชนนอน กัลยาณมิตร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด สองผู้ร่วมก่อตั้ง The CrestHaus แพลตฟอร์มและคอมมิวนิตี้ที่มุ่งพัฒนาภาวะผู้นำแบบองค์รวมสำหรับผู้หญิง ได้แบ่งปันกรอบแนวคิดสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาผู้นำหญิง โดยเริ่มจากการวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ในเส้นทางงานของตนเองเพื่อให้ผลงานได้รับการมองเห็น ควบคู่ไปกับการมีเมนเทอร์จากเพื่อนร่วมวิชาชีพที่เข้าใจความท้าทายในระดับเดียวกัน
อีกสองเสาหลักที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การพัฒนาความเชี่ยวชาญ (mastery) และการสร้างพลังให้ตนเองและผู้อื่น (empower) ทั้งนี้ความเชี่ยวชาญที่แท้จริงไม่ได้วัดจากการเอาชนะผู้อื่น แต่มาจากความเชี่ยวชาญในสายงานของตน โดยการ empower แบ่งออกเป็นสองมิติ ได้แก่ การเป็นเจ้าของชีวิตตนเองอย่างรับผิดชอบ พร้อมรับมือกับความท้าทายด้วยวุฒิภาวะ และการส่งต่อโอกาสให้คนรุ่นถัดไป

2. บทสนทนาที่สร้างพลังจากงาน Women Evolving Together จัดโดย Nida Leardprasopsuk
The Future of Female Friendship : มิตรภาพเพื่อนหญิงพลังหญิงคือพลังในการเติบโต
ถ้า kindness คือ superpower ของผู้หญิง จะเกิดอะไรขึ้นหากเราใช้พลังนั้นสนับสนุนกันด้วยมิตรภาพและเติบโตไปพร้อมๆ กัน นิดา เลิศประสพสุข โค้ชทางธุรกิจ นักบำบัดด้านความสัมพันธ์ นักเขียน ผู้จัดงาน TEDxThonglorWomen และผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพด้านการพัฒนาความสัมพันธ์ นำเสนอมุมมองที่น่าสนใจว่ามิตรภาพที่ดีต่อใจระหว่างผู้หญิงคือสิ่งที่เราทุกคนเลือกได้อย่างตั้งใจ เธอชวนให้ทุกคนกำหนดคุณค่าหลักของตนเองเพื่อระบุว่าอยากมีเพื่อนแบบไหนในชีวิต ลงทุนเวลาในคอมมิวนิตี้ที่ใช่ กล้าเปิดใจทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ ไปจนถึงจัดหมวดหมู่ความสัมพันธ์เพื่อให้แน่ใจว่าพลังงานที่ทุ่มเทไปนั้นอยู่กับคนที่สอดคล้องกับคุณค่าของตนเอง เพราะมิตรภาพที่ดีไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่ต้องบริหารจัดการอย่างมีสติ โดยอาจเรียกได้ว่าเป็น friendship management ซึ่งต้องมีกลยุทธ์ไม่ต่างจากการทำธุรกิจ และเมื่อผู้หญิงเติบโตไปพร้อมกัน พลังนั้นจะยิ่งทวีคูณและยิ่งใหญ่กว่าการเดินทางคนเดียวเสมอ
Wayfinding : ศิลปะแห่งการนำทางตัวเองในวันที่หลงทาง
คุณเคยรู้สึก lost หรือหลงทางในชีวิตไหม Jenn Weidmanผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Space Bangkok องค์กรเพื่อสังคมที่มุ่งพัฒนาภาวะผู้นำและความสามารถในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ชวนคุยถึงเรื่อง wayfinding หรือการหาเส้นทางชีวิตในวันที่รู้สึกหลงทาง บทสนทนาบนเวทีสะท้อนให้เห็นว่า การหลงทางกับการยังไม่รู้ว่าจะไปทางไหนนั้นต่างกัน เพราะตราบใดที่ยังรู้จักตัวเองและรู้ว่าตอนนี้อยู่ตรงไหน ก็ไม่มีวันหลงทางอย่างแท้จริง โดยเปรียบเทียบว่าการพึ่งพา GPS ก็เหมือนกับการใช้ชีวิตตามคำสั่งโดยไม่ได้สร้างแผนที่ในใจของตัวเอง สิ่งสำคัญจึงเป็นการพัฒนาเข็มทิศภายในหรือ inner compass ที่ช่วยให้เราตัดสินใจเส้นทางต่างๆ ในชีวิตด้วยคุณค่าหลัก สัญชาตญาณ และความกล้าที่จะสำรวจเส้นทางใหม่ เพราะเส้นทางชีวิตที่ดีที่สุดมักไม่ใช่เส้นทางที่มีคนเดินมาก่อนเสมอไป
There Is No Neutral : ทุกเช้าที่แต่งตัวคือการส่งสัญญาณเชิงกลยุทธ์
Joelle Cecilia Quek ผู้เชี่ยวชาญด้านภาพลักษณ์ (Personal Image Director) ท้าทายความคิดที่ว่าแฟชั่นเป็นเรื่องผิวเผินด้วยแนวคิด There Is No Neutral หรือการแต่งกายทุกครั้งคือการส่งสัญญาณ (signal) ต่อผู้อื่น เธอชวนให้ทุกคนมองการแต่งตัวในแต่ละเช้าเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่สื่อสารคุณค่า ความเชี่ยวชาญ และทิศทางที่ผู้หญิงต้องการจะไป โดยยกประสบการณ์ของตัวเองที่เปลี่ยนจากช่างภาพรายได้น้อยมาเป็นมืออาชีพที่ได้รับค่าตัวสูงขึ้นเพียงจากการปรับภาพลักษณ์ให้สอดคล้องกับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการ โดยการแต่งตัวไม่ใช่แค่การสื่อสารกับผู้อื่น แต่ยังเป็นการเสริมสร้างความมั่นใจให้ตัวเองด้วย
The Status Game : การหาวิธี unsubscribe จากสเตตัสเกมที่เราไม่ได้เลือกเล่น
หัวข้อนี้เริ่มด้วยการตั้งคำถามที่ชวนให้ทุกคนหยุดคิดว่า เรากำลังเล่นเกมสถานะแบบไหนอยู่โดยไม่รู้ตัว และแต่ละคนจะมีวิธีกด unsubscribe จากสเตตัสเกมยังไง บทสนทนานี้นำโดย Charissa Meesriyong Global Operations Leader นักเล่าเรื่องและนักสร้างคอมมิวนิตี้ เธออธิบายว่าสเตตัสเกมคือกับดักของการเปรียบเทียบ การแข่งขัน และการรอการยืนยันคุณค่าจากภายนอกผ่านตำแหน่งหรือความสำเร็จ ซึ่งมักทำให้มองคนรอบข้างเป็นคู่แข่งมากกว่าพันธมิตร เราจึงควรเปลี่ยนมุมมองจากการรอการยอมรับจากภายนอกมาสู่การเขียนเรื่องราวชีวิตด้วยตนเอง เปลี่ยนคนรอบข้างให้กลายเป็นแรงบันดาลใจแทนที่จะเป็นภัยคุกคาม เปลี่ยนจากสนามแข่งขันเป็นคอมมิวนิตี้ที่ทุกคนเติบโตได้พร้อมกัน
No More Waiting : หยุดรอแล้วลงมือออกแบบบทต่อไปของชีวิต
ทุกวันนี้คุณมีความฝันที่ยังไม่ได้ลงมือทำและกำลังรอให้พร้อมอยู่หรือเปล่า ไม่ว่าจะรอจังหวะที่ใช่ รอให้เก่งกว่านี้ รอการยอมรับและอนุมัติจากสังคมรอบข้าง จนกลายเป็นผัดผ่อนในสิ่งที่อยากทำและจมกับความกลัว Maria Clancy โค้ชแนะนำเส้นทางอาชีพและนักออกแบบโครงการพัฒนาผู้นำหญิงด้าน Climate Action ชวนให้ทุกคนหยุดสิ่งที่กำลังผัดวันประกันพรุ่งอยู่ โดยแนะนำให้นำแนวคิด design thinking หรือทักษะการคิดเชิงออกแบบมาปรับใช้กับชีวิตและอาชีพ โดยเฉพาะหลักการของการทดลองหรือ prototyping ที่ไม่จำเป็นต้องรอให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบก่อนลงมือ แค่เริ่มเล็กๆ ในพื้นที่ที่ความเสี่ยงต่ำ แล้วเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้นจริง เพราะความตั้งใจที่ไม่มีการลงมือทำจะเป็นแค่ความฝัน และก้าวแรกไม่ว่าจะเล็กแค่ไหนคือสิ่งที่สร้างแรงส่งให้กับทุกก้าวถัดไป
leadership หรือภาวะผู้นำเป็นดั่งทักษะล่องหนที่เราทุกคนมองไม่เห็นมัน อีกทั้งยังเป็นทักษะนามธรรมที่ไม่มีเกณฑ์วัดผลอย่างชัดเจน แต่ทักษะเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นความกล้าหาญที่แม้รู้สึกหลงทางก็ยังหาทางไปต่อ กล้าล้มและรับผิดชอบในปัญหาของตัวเอง มองคู่แข่งเป็นพันธมิตรที่ร่วมมือกันได้ กล้ายกมือแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง และยื่นมือสนับสนุนคนรอบข้าง ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นพลังที่มองไม่เห็นแต่สร้างความแข็งแกร่งและหล่อหลอมความเป็นผู้นำอย่างแท้จริง