ภูมิใจไทย
เปิดนโยบายปากท้องประชาชนและภาคธุรกิจของภูมิใจไทย หลังผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการชี้ว่ามา No.1
ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการในปี 2569 ชี้ให้เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยเดินเกมได้เข้าเป้าจนได้รับ ‘แต้มต่อ’ สำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล นักวิเคราะห์หลายสำนักมองว่านอกจากการใช้กลยุทธ์ ‘บ้านใหญ่’ ที่ทรงพลังในเชิงพื้นที่แล้ว สิ่งที่ทำให้พรรคกวาดคะแนนเสียงได้เป็นกอบเป็นกำคือการหยิบยกนโยบายเศรษฐกิจที่กินได้และตอบโจทย์ปัญหาปากท้องภายใต้ยุทธศาสตร์ ‘เศรษฐกิจ 10 พลัส’
10 พลัสถูกคิดมาเพื่อแก้ pain point ของผู้คนตั้งแต่ระดับฐานรากไปจนถึงระดับโครงสร้างมหภาค Capital จึงขอพาไปสรุปนโยบายและการหาเสียงที่ผ่านมา แล้วนโยบายไหนที่ ‘ผู้ประกอบการ’ และ ‘ประชาชน’ รอดูมากที่สุด?

1. กลุ่มคนทั่วไป
⚡️ค่าไฟหน่วยละ 3 บาท : ควบคุมราคาสำหรับครัวเรือนที่ใช้ไฟพื้นฐาน 200-300 หน่วยแรก ผ่านการปฏิรูปโครงสร้างราคาและลดต้นทุนแฝง ควบคู่ไปกับโครงการโซลาร์เซลล์ชุมชน
💳 ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ : แก้หนี้เสีย (NPL) ไม่เกิน 100,000 บาท ผ่านกลไก AMC หยุดดอกเบี้ยและผ่อนเฉพาะเงินต้น หรือปิดจบด้วยส่วนลดพิเศษ เพื่อดึงประชาชนกลับเข้าสู่ระบบการเงิน
🛵 คนละครึ่งพลัส & มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า : เติมกำลังซื้อสู่รายย่อยด้วยคนละครึ่งพลัส และไฮไลต์คือการช่วยค่าเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าให้ประชาชน ผ่อนเพียงเดือนละ 300 บาท นาน 60 งวด เพื่อตัดต้นทุนค่าน้ำมัน
👵 สูงวัยพลัสและพยาบาลอาสา : สร้างงาน ‘พยาบาลอาสาดูแลถึงบ้าน’ แบบมีค่าตอบแทน และมาตรการจูงใจภาคธุรกิจ หากจ้างงานผู้สูงอายุสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า สูงสุด 30,000 บาท
🎓 เรียนเพื่อรายได้ : ปรับการศึกษาเน้นทักษะที่ตลาดต้องการจริง จบมามีงานทำทันทีและมีรายได้ระหว่างเรียน

2. กลุ่มผู้ประกอบการ & SMEs
💰 เสริมสภาพคล่อง & ลดต้นทุน : ออกสินเชื่อเมดอินไทยแลนด์ SMEs พลัส, ใช้กลไกค้ำประกันสินเชื่อใหม่, สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ/เงินอุดหนุนเพื่อปรับตัวสู่ Digital & Green และหมัดเด็ดอย่างคืนภาษี fast track เพื่อเพิ่มเงินสดในมือผู้ประกอบการ
🛡️สร้างโอกาส & เปิดตลาดใหม่ : ลดหย่อนภาษี ‘พี่ช่วยน้อง’ ในฝั่ง supply chain เพื่อดึงบริษัทใหญ่มาช่วยสนับสนุนรายย่อย, ให้แต้มต่อสำหรับการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ, จัดตั้ง E-commerce platform และกำกับค่า GP ให้เป็นธรรม

3. ประเทศไทยในภาพใหญ่
📈 เป้าหมายการลงทุน 30% ของ GDP : มุ่งเพิ่มการลงทุนในประเทศให้ถึงสัดส่วน 30% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาว พร้อมดึง FDI สู่กลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
🤝 กลไกร่วมลงทุนใหม่ : เน้นรูปแบบ Public-Private Partnership (PPP), จัดตั้ง Matching Fund เพื่ออุดหนุนเงินท้องถิ่นร่วมลงทุน และใช้กองทุน Thailand Future Fund เพื่อลดการขาดดุลภาคภาครัฐ
🚢 ยกระดับทุนมนุษย์ : เร่งลงทุนในการ Reskill / Upskill ทักษะคนไทยให้เข้าสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ควบคู่ไปกับโครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) และ festival economy ทั่วประเทศ
จะเห็นว่าในภาพรวม นโยบายเหล่านี้ทำให้เรื่องปากท้องของประชาชนและภาคธุรกิจเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม นโยบายหลายข้อยังอยู่ในระดับข้อเสนอและต้องแปลงเป็นมาตรการและงบประมาณจริง หากพรรคได้จัดตั้งรัฐบาล ซึ่งคงต้องติดตามผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการอีกครั้ง และเช็กลิสต์นโยบายเหล่านี้ไปทีละข้อๆ ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้
อ้างอิง
- facebook.com/watch/?v=25663515013302093
- policywatch.thaipbs.or.th/article/economy-211
- tna.mcot.net/tna/th/news/link/143133
- policywatch.thaipbs.or.th/article/government-272
- en.moneyandbanking.co.th/2025/216530
- thairath.co.th/news/politic/2913003
- election.bhumjaithai.com/posts/f1774870-90d5-47a0-90b5-5b85aaa05fc6