ประกัน-สังคม
ส่อง ‘shopping list’ ประกันสังคม กับเงิน 875 บาทที่คนไทย 25 ล้านคนต้องจ่ายเพิ่ม
เงินประกันสังคมที่พนักงานออฟฟิศอย่างพวกเราต้องจ่ายในทุกเดือน ถูกนำไปใช้ทำอะไรบ้าง? สิทธิประโยชน์ที่ได้รับคุ้มค่าจริงไหม? และสุดท้ายกองทุนประกันสังคมจะล้มละลายหรือไม่?
คำถามเหล่านี้ผุดขึ้นมาหลังจากมีการเปิดเผยถึงงบประมาณและการลงทุนของประกันสังคม ที่ดูจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ประกันตนสักเท่าไหร่ เช่น การทำปฏิทิน, ซื้อตึก SKYY9 Centre, ลงทุนหุ้น TU Dome, ปรับปรุงโรงอาหารที่กระทรวงแรงงาน, การสั่งตัดชุดสูทให้กับเจ้าหน้าที่ประกันสังคม และล่าสุดอย่างเรื่องการใช้เงินประกันสังคมจ่ายให้เจ้าหน้าที่นั่ง Business Class บินไปดูงานที่ต่างประเทศ
ยิ่งเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นมา เหล่ามนุษย์เงินเดือนที่ได้รับค่าจ้างตั้งแต่ 17,500 บาทขึ้นไป จะต้องส่งเงินสมทบเพิ่มขึ้นจากเดิมสูงสุด 750 บาทต่อเดือน เป็น 875 บาทต่อเดือน ส่วนผู้ที่มีค่าจ้างไม่ถึงเกณฑ์นี้จะต้องจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้างจริง ยิ่งทำให้กองทุนประกันสังคมเป็นหนึ่งในกองทุนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในไทย โดยมีเงินสะสมและเงินลงทุนรวมสูงกว่า 2.8-2.9 ล้านล้านบาทต่อปี เกือบจะเทียบเท่ากับงบประมาณแผ่นดินที่มี 3.3 ล้านล้านบาทต่อปี
แต่สิทธิประโยชน์ที่ได้รับกลับดูจะไม่สมน้ำสมน้ำกับเงินก้อนนี้สักเท่าไหร่ แล้วแบบนี้ถ้าไม่จ่ายประกันสังคมได้หรือไม่ การนำเงิน 875 บาทไปซื้อประกันสุขภาพเองดูจะคุ้มค่ากว่าหรือเปล่า คำตอบคือไม่ได้ เพราะตาม พ.ร.บ. ประกันสังคม พ.ศ. 2533 ในมาตรา 33 กำหนดให้ลูกจ้างในระบบทุกคนต้องส่งเงินสมทบ เพราะรัฐบาลต้องการสร้างตาข่ายรองรับเพื่อไม่ให้คนล้มละลายจากการเจ็บป่วยหรือตกงาน ซึ่งจะกลายเป็นภาระงบประมาณแผ่นดินในระยะยาว

ประกันสังคมจึงกลายเป็นไฟต์บังคับที่เราไม่มีสิทธิ์เลือกเอง ไม่มีโอกาสแม้แต่จะนำไปเปรียบเทียบความคุ้มค่ากับประกันเจ้าอื่นๆ และไม่มีสิทธิ์ที่จะกด Unsubscribe ตราบใดที่ยังเป็นมนุษย์เงินเดือนอยู่ เมื่อประกันสังคมคือการบังคับหักเงิน ในฐานะเจ้าของกองทุนก็มีสิทธิ์ตั้งคำถามต่อเงินที่จ่ายไปได้อย่างเต็มที่
Recap ตอนนี้จึงขอพามาผ่าระเบิดเวลาที่ชื่อว่าประกันสังคม ซึ่งกระทบต่อชีวิตคนไทยกว่า 25 ล้านคน ว่าสุดท้ายแล้วเงินที่ต้องจ่ายทุกเดือนนั้นถูกนำไปใช้ทำอะไรกันแน่ โดยเฉพาะการลงทุนอะไรของประกันสังคมที่ทำให้ประชาชนมองว่าไม่คุ้มค่าและส่อแววทุจริต อีกทั้งทางสำนักงานประกันสังคมได้มีการออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหานั้นยังไงบ้าง
🔴 จ่าย 875 บาทต่อเดือน ได้สิทธิประโยชน์อะไรเพิ่มบ้าง
ก่อนอื่นขอพามาทำความเข้าใจก่อนว่าในกองทุนประกันสังคม ไม่ได้มีแต่ลูกจ้างที่ต้องจ่ายเงินสมทบเพิ่มเป็น 875 บาทต่อเดือนหรือ 5% ของเงินเดือนเท่านั้น ยังมีเงินสมทบจากนายจ้างเพิ่มให้อีก 5% ของเงินเดือน และรัฐบาลจ่ายเพิ่มอีก 2.75% รวมเป็น 12.75% ถูกจัดสรรออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ คือ ดูแลยามเจ็บป่วย เงินประกันการว่างงาน และเงินออมยามเกษียณ
โดยสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น ได้แก่
1. ในกรณีเจ็บป่วยหรือทุพพลภาพ รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 8,750 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้นจากเดิม 1,250 บาทต่อเดือน
2. รับเงินทดแทนการขาดรายได้ กรณีลาออกได้ 30% ของค่าจ้าง ไม่เกิน 90 วัน สูงสุด 15,750 บาท และในกรณีถูกเลิกจ้างได้ 60% ของค่าจ้าง นานไม่เกิน 180 วัน สูงสุด 63,000 บาท
3. กรณีคลอดบุตร ได้เงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตร 26,250 บาทต่อครั้ง เพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 3,750 บาท
4. กรณีเสียชีวิต ผู้ที่ส่งเงินสมทบ 36-119 งวด จะได้รับ 35,000 บาท และผู้ที่ส่งเงินสมทบ 120 งวดขึ้นไป จะได้รับ 105,000 บาท เพิ่มขึ้นจากเดิม 5,000-15,000 บาท
5. กรณีชราภาพเพิ่มเป็น 1,050 บาทต่อเดือน จากเดิม 900 บาท
🔴 ย้อนรอยเงินประกันสังคมที่ผ่านมาถูกใช้ทำอะไรบ้าง
หลายคนเรียกร้องว่าสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนได้รับนั้นดูไม่คุ้มค่ากับเงินที่ต้องจ่ายทุกเดือน ยิ่งถ้าย้อนไปดูถึงการใช้เงินของกองทุนประกันสังคมยิ่งทำให้ผู้คนเกิดความสงสัยในเรื่องความโปร่งใส ตั้งแต่การนำเงินไปลงทุนแบบความเสี่ยงสูงในธุรกิจที่ดูจะไม่ทำกำไร ตลอดจนการนำเงินไปใช้โดยที่ผู้ประกันตนไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ โดยเราจะหยิบยกบางประเด็นที่ถูกพูดถึงมา Recap กัน ดังนี้
1. การซื้อตึก SKYY9 Centre
สำนักงานให้เช่าย่านพระราม 9 ที่ราคาประเมินในตลาดอยู่ที่ราว 3,000 ล้านบาท แต่ประกันสังคมควักเงินกว่า 7,000 ล้านบาทมาลงทุนซื้อตึกนี้ โดยให้เหตุผลว่า เป็นการลงทุนผ่านกองทรัสต์และใช้การประเมินมูลค่าจากรายได้ ซึ่งประเมินไว้ 7,300 ล้านบาท แต่ถึงอย่างนั้นจวบจนปี 2568 ที่ผ่านมา มีผู้เซ็นสัญญาเช่าตึกเป็นพื้นที่ 45% แต่ใช้จริงเพียง 25% ทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกเช่า
2. การลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ TU Dome
ในโครงการหอพักมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยได้รับสิทธิการเช่า 30 ปี ด้วยเงินลงทุน 800 ล้านบาท ถือหุ้นอยู่จำนวน 80 ล้านหุ้น ซึ่งข้อมูลจาก SET พบว่าตอนนี้มูลค่าตกเหลือหุ้นละ 1 บาท ทำให้มูลค่าหุ้นที่ประกันสังคมถือตอนนี้เหลือไม่ถึง 100 ล้านบาท แต่ทางประกันสังคมชี้แจงว่าเป็นการลงทุนระยะยาวเพื่อกระจายความเสี่ยง และได้รับเงินทุนคืนจากการลงทุนครั้งนี้กว่า 159 ล้านบาท
3. การปรับปรุงโรงอาหารในกระทรวงแรงงาน
ด้วยงบประมาณจากประกันสังคมกว่า 12 ล้านบาท ภายหลังสำนักงานประกันสังคมชี้แจงว่าโครงการนี้ผ่านการอนุมัติและตรวจสอบจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้ประกันตนและสาธารณชนรับรู้มาโดยตลอด และยังมีผู้คนมาใช้บริการ 300-400 คนต่อวัน
4. การทำฏิทิน
ตลอด 8 ปีที่ผ่านมาสำนักงานประกันสังคมใช้งบประมาณทำปฏิทินในแต่ละปีสูงถึง 50-70 ล้านบาท รวมแล้วใช้งบกว่า 450 ล้านบาท ทั้งที่ผู้ประกันตนหลายคนออกมาบอกว่าไม่เคยได้รับปฏิทินนี้เลย ทำให้ทางประกันสังคมออกมาชี้แจงว่าการทำปฏิทินถือเป็นการประชาสัมพันธ์สิทธิประโยชน์ของประกันสังคม แต่ถึงอย่างนั้นก็ประกาศว่าจะยกเลิกการจัดทำปฏิทินในปี 2569 นี้
5. การตัดชุดสูทให้กับเจ้าหน้าที่ประกันสังคม
ชุดยูนิฟอร์มของสำนักงานประกันสังคมกว่า 7,000 ตัว ใช้งบประมาณ 35 ล้านบาท หารเฉลี่ยต่อตัวเป็นมูลค่ากว่า 5,000 บาท เมื่อวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา ทางประกันสังคมแจ้งว่าการตัดสูทถือเป็นสัญลักษณ์ว่าเป็นพนักงานประกันสังคม คนจะได้เข้ามาถามข้อมูล ถามเรื่องสิทธิประโยชน์ได้ โดยใน 1 ชุดมีทั้งเสื้อ กางเกง และอื่นๆ ไม่ใช่ราคาสูทต่อตัว นอกจากนี้ยังเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายในพระราชบัญญัติประกันสังคม ที่ระบุว่าสามารถจัดสรรเงินในการบริหารงานมาใช้ได้ 10% ของเงินสมทบประจำปี ซึ่งใช้จริงอยู่ประมาณ 2-3% เท่านั้น
6. การนั่งเครื่องบินชั้นธุรกิจไปดูงานที่ต่างประเทศ
ประเด็นร้อนล่าสุดคือการใช้เงินประกันสังคมจ่ายค่าดูงานและไปประชุมหารืองานถึงต่างประเทศ โดยมีทั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ เจ้าหน้าที่ และผู้ที่เกี่ยวข้อง แต่ประเด็นที่คนเพ่งเล็งที่สุดคือการนั่ง Business Class หรือชั้นธุรกิจกว่า 17 ที่นั่ง คนละ 355,000 บาท และยังมีค่าที่พัก ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าของที่ระลึก และค่าอื่นๆ รวมกันประมาณ 10,229,700 บาท ทางประกันสังคมออกมาชี้แจงว่าใช้เงินอย่างประหยัดและจำเป็น เพื่อประโยชน์ต่อทุกฝ่าย
🔴 ก้าวต่อไปของประกันสังคมจะก้าวยังไงไม่ให้ล้มละลาย
ที่ผ่านมาการแก้ปัญหาของประกันสังคมมักวนเวียนคือ 2 วิธีหลักๆ คือเพิ่มเงินสมทบและขยายอายุเกษียณ ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา ได้มีการประชุมบอร์ดประกันสังคม ถึงแผนนโยบายการลงทุนฉบับใหม่ หรือ SAA เฟส 2 ที่จะดำเนินการในปี 2570-2574 เพื่อปรับสูตรพอร์ตการลงทุน
จากเดิมถือสินทรัพย์ความเสี่ยงสูง 60% และสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำ 40% มาเป็นถือสินทรัพย์ความเสี่ยงสูง 50% เท่ากับสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำ ซึ่งมีความเหมาะสมและปลอดภัยกว่า
โดยจะเน้นไปที่การบริหารความเสี่ยงในสินทรัพย์ทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ กองทุนหุ้นนอกตลาด และโครงสร้างพื้นฐาน ที่ผ่านมาได้เริ่มทดลองปรับพอร์ตตามแนวทางใหม่ ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2567 ถึงปี 2568 พบว่าผลตอบแทนการลงทุนของกองทุนประกันสังคมปรับตัวดีขึ้น ประมาณ 6% หรือคิดเป็น 1.7 แสนล้านบาท แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังน้อยกว่าเงินเฟ้อทั่วโลกที่เฉลี่ย 7-9% หรือบางช่วงอาจจะสูงกว่านั้น
ประชาชนบางส่วนแสดงความคิดเห็นให้นำกองทุนประกันสังคมออกจากระบบราชการ ซึ่งจะต้องแก้จาก พ.ร.บ.ประกันสังคม โดยกระบวนการนี้จะเริ่มต้นขึ้นได้หลังมีการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
แต่ก่อนจะถึงวันนั้นทางประกันสังคมได้มีการเปิดให้นายจ้างและผู้ประกันตนร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม – 14 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีการปรับสูตรเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม หนึ่งในประเด็นที่เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์สูงคือการที่ผู้ประกันตน 1 เสียง จะสามารถเลือกบอร์ดได้ 7 คน ใน 21 คน แต่ระเบียบใหม่เสนอให้ 1 เสียง สามารถเลือกบอร์ดได้เพียง 1 คน ใน 21 เท่านั้น ทำให้ฝ่ายลูกจ้างดูจะมีสิทธิมีเสียงน้อยลง
ถึงแม้บอร์ดประกันสังคมชุดปัจจุบันจะครบวาระในเดือนกุมภาพันธ์นี้ และยังไม่มีการกำหนดวันเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมครั้งใหม่ แต่ถึงอย่างนั้นสิ่งที่ผู้คนคาดหวังก็คงหนีไม่พ้นการเปิดเผยการใช้งบประมาณอย่างโปร่งใส นำเงินที่ผู้ประกันตน นายจ้าง และรัฐบาลที่จ่ายในแต่ละเดือนไปใช้อย่างคุ้มค่าและลงทุนให้งอกเงย เพื่อที่กองทุนก้อนใหญ่ในชีวิตอย่างประกันสังคม จะสามารถเป็นที่พึ่งในวันที่เจ็บป่วย เกษียณอายุ และเสียชีวิตได้อย่างแท้จริง
ที่มา :
- facebook.com/ssofanpage/posts/pfbid0a2UuHRd53tS7PeNGaQfeseWGCHxiR4y4Rhr4nxbCVptaoVrCM7vmY4W9XT56D7wSl
- thairath.co.th/scoop/infographic/2848329
- thairath.co.th/scoop/theissue/2909500
- matichon.co.th/local/quality-life/news_5568628
- khaosod.co.th/special-stories/news_10114663
- thaipbs.or.th/news/content/501331