Created in China
4 แบรนด์จีนโมเดิร์น ที่สลัดภาพจำ Made in China ด้วยดีไซน์ จนแมสและ go viral ในตลาดโลก
ย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน สินค้าชิ้นไหนที่ติดป้ายว่า Made in China มักถูกมองว่าเป็นสินค้าราคาถูก ที่คุณภาพไม่ค่อยดี แต่ถ้ามาดูทุกวันนี้จะเห็นคนถือแก้วน้ำแบรนด์ราคาเหยียบพัน ใช้กระเป๋าแบรนด์จีนใบละเกือบหนึ่งหมื่นบาท ใส่เสื้อผ้าที่มีโลโก้ประกาศว่าเป็นแบรนด์จีนแบบไม่เขินอายอีกต่อไป
นั่นก็เพราะว่าสินค้าจีนหลายแบรนด์เริ่มหันมาปั้นแบรนดิ้งอย่างจริงจัง ให้ความสำคัญกับงานดีไซน์และฟังก์ชั่น มากกว่าแค่ฟาสต์แฟชั่นราคาถูก เพื่อสลัดภาพจำจาก Made in China สินค้าที่ผลิตในประเทศจีนและมีคุณภาพต่ำ มาเป็น Created in China สินค้าที่เน้นความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และมีการทำ brand storytelling ซึ่งเป็นกลยุทธ์การตลาดที่ใช้การเล่าเรื่องมาสื่อสารคุณค่าของแบรนด์
การปรับตัวครั้งใหญ่นี้มีปัจจัยสำคัญหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการมาถึงของเทรนด์ Guochao หรือกระแสวัฒนธรรมจีน ที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมของจีนเข้ากับเทรนด์สมัยใหม่ ทั้งแฟชั่น ดนตรี หนัง ซีรีส์ ทำให้มีงานวิจัยจาก Daxue Consulting บริษัทที่ปรึกษาด้านการวิจัยตลาดและกลยุทธ์สำหรับตลาดจีน เผยว่าคนรุ่นใหม่ในจีนหันมานิยมใช้สินค้าแบรนด์ท้องถิ่นกันมากขึ้น โดยเน้นไปที่คุณภาพ และการออกแบบที่ทันสมัย และต้องการเป็นผู้กำหนดเทรนด์มากกว่าเป็นเพียงผู้ตามเทรนด์
ประกอบกับนโยบายของภาครัฐที่ทุ่มงบมหาศาล เพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาในอุตสาหกรรมสำคัญ กระตุ้นให้หลายธุรกิจหันมาทำแบรนด์ของตัวเองและคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ แบรนด์จีนจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่ในประเทศ แต่นักท่องเที่ยวทั่วโลกแม้แต่ชาวไทยก็แห่ช้อปจนหลายแบรนด์แมสติดตลาด และขยายสาขาออกนอกประเทศ
Recap ตอนนี้จึงขอบินลัดฟ้าพามาดูแบรนด์จีนโมเดิร์นที่น่าสนใจ และเป็นกรณีตัวอย่างของการปั้นแบรนด์ท้องถิ่นให้กลายเป็นแบรนด์ที่คนอินไปทั่วโลก
🔴 CHAKO LAB
แบรนด์แก้วน้ำและกระติกน้ำ ที่เกิดขึ้นในปี 2020 จากเหล่าดีไซเนอร์คนรุ่นใหม่ในจีนที่เชื่อว่าของใช้ในชีวิตประจำวันต้องตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชั่น มีสไตล์ และใส่ใจเรื่องสุขภาพไปพร้อมๆ กัน จึงเลือกดีไซน์ลักษณะแก้วน้ำให้ต่างจากแบบเดิมๆ ที่เคยใช้กัน ถึงแม้จะไม่มีลวดลาย ก็โดดเด่นได้จากการมิกซ์แอนด์แมตช์สีสันสดใสมาไว้ด้วยกัน จนเคยคว้ารางวัล Red Dot Design Award 2023


แบรนด์ยังเลือกใช้สเตนเลส 316 เกรดเครื่องมือการแพทย์ ทำให้ทนต่อการกัดกร่อนได้ดีขึ้น เก็บความเย็นได้ยาวนาน บางรุ่นนานถึง 36 ชั่วโมง และบางรุ่นเคลือบเซรามิกด้านใน ทำให้ใส่ชา กาแฟแล้วไม่เป็นคราบติดด้านในแก้ว จึงไม่แปลกใจว่าทำไมหลัง CHAKO LAB เปิดตัวมาเพียง 5 ปี ขายแก้วน้ำในราคาหลักร้อยปลายๆ ไปจนถึงหลักพัน ซึ่งก็ถือว่าราคาสูงถ้าเทียบกับแก้วน้ำทั่วไป แต่ก็กลายเป็นที่ฮอตฮิตในจีน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และอีกหลายประเทศอย่างรวดเร็ว รวมถึงในไทยก็มีจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำหลายแห่งเลยทีเดียว
🔴 Tagi.
แบรนด์สินค้าแนวไลฟ์สไตล์ ที่รวมสารพัดของกุ๊กกิ๊กไว้มากมาย เกิดขึ้นในปี 2019 พร้อมคอนเซปต์ว่าพวกเขากำลังขาย Dopamine Tax หรือภาษีโดปามีน เพื่อเติมเต็มฮอร์โมนแห่งความสุขให้กับลูกค้า ของทุกชิ้นในร้านเน้นไปที่ดีไซน์น่ารัก เห็นปุ๊บแล้วยิ้มตามได้ไม่ยาก ทั้งเคสโทรศัพท์ แก้วน้ำ กระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า หมวก และอื่นๆ อีกมากมาย


Tagi. ยังเปิดตัวสินค้าซีรีส์ใหม่ทุกสองเดือน และมีการกำหนดธีมหรือคาแร็กเตอร์ในแต่ละคอลเลกชั่น เช่น Put-Put: คอลเลกชั่นที่มาพร้อมคาแร็กเตอร์หมาปั๊กสุดน่ารัก, Happy Butter ที่มาพร้อมลายการ์ตูนเนยสีเหลืองสดใส เพื่อให้แบรนด์อยู่ในกระแสและเป็นที่พูดถึงอยู่เสมอ ราคาสินค้าก็มีตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักพัน แต่คนก็ยอมจ่ายซื้อความน่ารักของสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว รวมถึงในจีนเปิดร้านแบบป๊อปอัพสโตร์ในหลายเมืองให้ได้ช้อปกัน ล่าสุดยังมาบุกไทยจากการนำเข้าโดยร้าน IKON อีกด้วย
🔴 Songmont
แบรนด์กระเป๋าสไตล์ quiet luxury ที่เปิดมานานถึง 12 ปี โดยอดีตนักออกแบบ UX ที่เห็นว่ายังไม่ค่อยมีกระเป๋าดีไซน์สวย แต่จุของได้เยอะมาวางขายในท้องตลาด เธอจึงใช้ความรู้ด้านการออกแบบ ทำงานร่วมกับช่างท้องถิ่นอย่างเหล่าคุณย่า คุณยาย ที่เชี่ยวชาญด้านหัตถกรรมหรืองานฝีมือ รังสรรค์ออกมาเป็นกระเป๋าแบรนด์ Songmont


นอกจากจะสนับสนุนแรงงานท้องถิ่นแล้ว ยังใส่ใจโลกด้วยการเลือกใช้วัสดุรีไซเคิลและหนัง full-grain leather คือหนังคุณภาพสูงสุดที่ไม่ผ่านการขัดแต่ง ทำให้คงลวดลาย และตำหนิธรรมชาติไว้ครบถ้วน จึงมีความทนทานใช้งานได้นาน กระเป๋าแต่ละใบก็มีดีไซน์เฉพาะตัว ทำให้ราคาอยู่ที่หลักพันปลายๆ ไปจนถึงหลักหมื่น แต่ก็เป็นที่นิยมทั้งในจีน เอเชีย และฝั่งยุโรป ตอนนี้มีสาขาในไทยเพียง 1 สาขาที่เซ็นทรัลเวิลด์เท่านั้น
🔴 CryingCenter
แบรนด์แฟชั่นสตรีทแวร์ ที่มีให้ช้อปตั้งแต่เสื้อ กระเป๋า และแอ็กเซสซอรีต่างๆ ก่อตั้งขึ้นในปี 2018 โดยกลุ่มดีไซเนอร์รุ่นใหม่ ที่ต้องการแสดงมุมมองและไอเดียผ่านเสื้อผ้าโดยไม่ยึดติดกับสไตล์แบบเดิมๆ และเปิดโอกาสให้ดีไซเนอร์หลายคนผลัดกันออกแบบผลงานในแต่ละซีซั่น ทำให้สไตล์ของแบรนด์หลากหลาย


ที่น่าสนใจคือการสร้าง visual memory point ที่ทำให้คนจำแบรนด์ได้ทันที แม้ว่าจะไม่เห็นชื่อเต็ม โดยเลือกใช้ตัวอักษร C3 มาดีไซน์ใหม่ให้เป็นเอกลักษณ์ และหยิบจับอักษรนี้มาใช้ในการดีไซน์ของหลายๆ ชิ้น และขายในที่เข้าถึงง่ายเริ่มต้นเพียงหลักร้อย ทำให้ CryingCenter มีผู้ติดตามมากกว่า 3 ล้านคนบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซภายในเวลาไม่กี่ปี ถึงแม้จะยังไม่มีสาขาหน้าร้านในไทย แต่แฟนๆ ชาวไทยก็ตามช้อปได้ผ่านโซเชียลมีเดียล @cryingcenter_th
จะเห็นว่าทั้ง 4 แบรนด์นี้ล้วนมีจุดเด่นและใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือให้ความสำคัญในเรื่องงานดีไซน์และมีจุดยืนที่ชัดเจน ทำให้คนไม่เพียงแค่ซื้อสินค้า แต่เป็นเหมือนการซื้อภาพลักษณ์และตัวตนของแบรนด์ไปด้วย ซึ่งแบรนด์ท้องถิ่นในไทยก็สามารถนำไปปรับใช้เพื่อปั้นแบรนดิ้งให้ชัดจนติดตลาดโลกได้