Silver

หรือ ‘เงิน’ จะเป็นสินทรัพย์ที่น่าเก็บ ในยุคที่อะไรก็ไม่แน่นอน?

เปิดศักราชใหม่เป็นที่เรียบร้อย หลายคนเริ่มวางแผนทบทวนชีวิตอีกครั้งโดยเฉพาะเรื่องของ ‘การลงทุน’ ที่ทำให้ชีวิตรุดหน้าเร็วขึ้นพร้อมๆ กับการเก็บหอมรอมริบจากการทำงาน บางคนเลือกลงทุนกับการเทรดหุ้น เหนือหน่อยอาจลงทุนกับสินทรัพย์ดิจิทัล หรือจะออมทองที่ผู้หลักผู้ใหญ่บอกมานานนมว่ามีแต่คุ้ม แต่เมื่อขวบปีมีอีกหนึ่งสินทรัพย์ที่น่าสนใจคือ ‘เงินบริสุทธิ์’ หรือ ‘ซิลเวอร์’ (silver) ที่จู่ๆ มาแรงกว่าใครเขา

น่าสนใจว่าปี 2026 ซิลเวอร์จะยังเป็นสินทรัพย์ที่น่าลงทุนอยู่หรือไม่ ปัจจัยใดที่ส่งให้สินทรัพย์ชนิดนี้ราคาขึ้น แล้วถ้าลงทุนต้องรู้อะไรบ้าง ไปหาคำตอบได้พร้อมกันจาก Recap ตอนนี้

🪙 เพราะความ ‘ไม่แน่นอน’ ของโลกใบนี้จึงเป็นเหตุให้การออมซิลเวอร์บังเกิด

จากข้อมูลของเว็บไซต์ Binance ระบุว่า ณ ปัจจุบัน ทองคำคืออันดับ 1 ของสินทรัพย์ที่น่าเก็บที่สุดในโลก ตามมาด้วยหุ้นของ NVIDIA, Microsoft, Apple, Alphabet และซิลเวอร์ในฐานะอันดับ 6 เรียกว่าเหนือกว่า Bitcoin หรือหุ้นจาก Amazon และ Meta เสียอีก 

ใครติดตามมาตั้งแต่ต้นปีจะเห็นว่า ซิลเวอร์เคยทำ all-time high พุ่งสูงถึง 70% จนมาถึงล่าสุดคือเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2025 ที่สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ซิลเวอร์ทลายเพดานแตะมูลค่า 75.14 ดอลลาร์สหรัฐ (2,378.93 บาท) ต่อออนซ์ และมีแนวโน้มจะพุ่งสูงต่อไปเรื่อยๆ 

สาเหตุที่ซิลเวอร์ราคาพุ่งสูสีพอๆ กับทองคำจนต้องขยี้ตามาจากการที่ผู้คนมองหา ‘safe-haven asset’ หรือ ‘สินทรัพย์ปลอดภัย’ ในยุคที่ค่าเงินผันผวนจากปัจจัยที่ไม่แน่นอนต่างๆ เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่กินระยะมายาวนาน, สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ไปจนถึงการปรับอัตราดอกเบี้ยอย่างรุนแรงของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) 

เหตุนี้หากสังเกตจะเห็นว่าทั้งทองคำและซิลเวอร์ล้วนมีราคาขึ้น-ลงสัมพันธ์กันอย่างมีนัยยามเกิดภาวะเงินเฟ้อ หรือยามเกิดสถานการณ์โลกที่ไม่แน่นอน เพียงแต่ในยุคที่คนเล่นแห่กันไปเล่นทองคำจนราคาพุ่งเป็นระยะ ในช่วงแรกราคาของซิลเวอร์ยังอยู่ในเกณฑ์ที่จับต้องได้ผู้คนจึงหันไปลงทุนแทน

🪙 มากกว่าสินทรัพย์ที่มีมูลค่าแต่เป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมยุคใหม่

“ทุกคนยังซื้อเงิน (ซิลเวอร์) ได้ในเวลานี้ แต่ไม่ใช่ในอนาคต” 

ข้างต้นคือประโยคที่โรเบิร์ต คิโยซากิ (Robert Kiyosaki) โพสต์บนแอ็กเคานต์ส่วนตัวในแพลตฟอร์ม X เมื่อช่วงต้นปี 2025 เขาประมาณการว่า ในอนาคตนักลงทุนส่วนใหญ่จะเลือกเก็บซิลเวอร์ไว้ในพอร์ต ที่เป็นเช่นนั้นเพราะมีปัจจัยหลักมาจากเรื่องของ ‘ปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาค’ (monetary policy)

ข้อมูลจาก Nasdaq ระบุว่า แนวโน้มของอุปสงค์ในอุตสาหกรรมยุคใหม่มีความต้องการซิลเวอร์เป็นวัตถุดิบในการผลิตโปรดักต์ที่เป็นที่ต้องการสูง เช่น ชิป AI, รถยนต์ไฟฟ้า, แผงโซลาร์เซลล์ และเทคโนโลยีเครื่องจักรทันสมัยอื่นๆ ซึ่งแน่นอนว่าซิลเวอร์คือผลผลิตจากธรรมชาติที่มีวันหมดไป แต่ภาคอุตสาหกรรมที่กล่าวมายังคงเดินหน้า ซิลเวอร์ในมือของคนที่ครอบครองก็จะยิ่งสูงขึ้น  

เรียกว่าซิลเวอร์ ณ เวลานี้เป็นสินทรัพย์ที่มีราคาผันผวนกว่าทอง แต่หากวัดใจระยะยาวก็มีแววที่จะทำกำไรได้เช่นกันจากสถานการณ์อุตสาหกรรมโลกที่เป็นอยู่

🪙 ลงทุนได้แต่ต้องมีสติ

ถึงตรงนี้ใครที่คิดจะลงทุนเก็บซิลเวอร์ไว้ในพอร์ตจำต้องรู้พื้นฐานคร่าวๆ นั่นคือ

1. ซิลเวอร์ที่ลงทุนกันจะเป็นลักษณะ ‘เงินแท่ง’ (Silver Bullion) ที่มีอัตราความบริสุทธิ์ 99.9% โดยใครที่คิดจะซื้อมาครอบครองจะต้องจ่ายค่า VAT 7% เพราะตามกฎหมายบ้านเรายังไม่มีการละเว้นภาษีแร่เงินเหมือนในฝั่งของทองคำ โดยคำนวณราคาจากค่าโลหะเงินและค่ากำเหน็จหรือค่าทำแท่ง

2. อีกวิธีลงทุนคือ Silver Online Futures หรือการทำสัญญาซื้อ-ขายล่วงหน้าในลักษณะเดียวกับทองคำในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของประเทศไทย (TFEX) ซึ่งซื้อขายในหน่วยดอลลาร์สหรัฐ ต่อซิลเวอร์ 1 ทรอยออนซ์ (โดยวางเงินลงทุนเป็นสกุลเงินบาท)

ถึงตรงนี้เรารู้พื้นฐานเบื้องต้นของการออมซิลเวอร์แล้ว แต่ช้าก่อน ใครที่คิดจะลงทุนสินทรัพย์ชนิดนี้เราขอชวนย้อนกลับไปอ่านตรงหัวข้อที่ 2 เพราะว่ามูลค่าของซิลเวอร์จะพุ่งทะยานเท่าไหร่ยิ่งต้องวัดจากภาพรวมของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีปีหน้าว่าจะเติบโตขนาดไหน คนยังต้องการรถไฟฟ้า? มีความต้องการโซลาร์เซลล์จริงๆ? หรือ AI จะยังครองโลก? ยังไม่มีใครกล้าฟันธง 100% มีแต่การคาดการณ์เท่านั้น 

ดังนั้นสื่อธุรกิจต่างประเทศหลายสำนักจึงบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ให้ลงทุนอย่างมี ‘สติ’ เพราะการลงทุนซิลเวอร์ไม่ใช่การลงทุนหวังเอากำไร แต่เป็นการลงทุนของคนยุคใหม่เพื่อกระจายความเสี่ยงทางสินทรัพย์ในมือ เพราะแม้แต่แร่อื่นๆ อย่างแพลตตินัม (Platinum) และพาลาเดียม (Palladium) ที่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ต่างมีมูลค่าพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์เช่นกัน

ฉะนั้นปี 2026 นี้พอจะเห็นภาพแล้วว่า คงจะไม่ได้มีแค่ทองคำหรือซิลเวอร์เท่านั้นที่ราคาขึ้น แต่มนุษย์พร้อมที่จะเล่นแร่แปรธาตุหาสินทรัพย์อื่นๆ มาเป็นหลักประกันค้ำคุณภาพชีวิตในยุคที่อะไรก็ดูจะไม่แน่นอนไปเสียหมด

อ้างอิง

Writer

นักเขียนผู้หลงใหลโลกของฟุตบอล สนีกเกอร์ และกันพลา

You Might Also Like