นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้คุกกี้

บริษัท ทุนดี จำกัด (“บริษัท”) มีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์เพื่อรับประกันการให้บริการของเว็บไซต์ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทรับประกันว่าจะใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎ หมายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการใช้คุกกี้บางประเภทที่อาจดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก ทั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ บริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและตกลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์นี้... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

Send Over

การบริหารความเสี่ยงของ ‘ไปรษณีย์ไทย’ ในวันที่มีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาท้าทายตลอดเวลา

เวลาคนเราจะตัดสินใจเลือกใช้บริการขนส่งพัสดุสักหนึ่งชิ้น เราตัดสินใจด้วยเหตุผลอะไร

ความรวดเร็ว สิ่งของไม่พังเสียหาย ราคาถูก สะดวกสบายคำตอบเหล่านี้น่าจะเป็นเหตุผลแรกๆ ที่ใครๆ ก็นึกถึง

เมื่อมองไปในตลาดขนส่งและโลจิสติกส์มูลค่าแสนล้าน เราเห็นผู้ให้บริการหน้าเก่าหน้าใหม่มากมายที่ต่างแข่งขันกัน เล่นเกมราคา และแก้สารพัด pain point เพื่อสร้างความประทับใจดึงดูดให้ผู้คนมาใช้บริการ 

แต่ดูเหมือนว่าสิ่งเหล่านี้จะไม่ง่าย

ไปรษณีย์ไทย องค์กรอายุ 140 ปี ที่ให้บริการส่งพัสดุคู่ประเทศไทยมาอย่างยาวนาน มีบุคลากรทั้งองค์กรรวมกว่า 40,000 คน ปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลงยังไงให้สามารถอยู่ในตลาดการแข่งขันที่ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นตลาดเรดโอเชียน หรือหากเจ็บตัวในเรื่องการทำธุรกิจที่ต้องขาดทุน ก็เอาตัวรอดมาได้

เราจึงชวนคนที่ให้คำตอบได้ดีที่สุด หัวเรือใหญ่อย่าง ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด มาเปิดมุมมองทำความเข้าใจ พร้อมเรียนรู้กลยุทธ์การบริหารจัดการความเสี่ยงไปพร้อมๆ กัน

ตอนนี้อะไรคือความท้าทายในตลาดธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ที่หลายคนบอกว่าเป็น ‘ตลาดเรดโอเชียน’ 

ถ้ามองถึงอุตสาหกรรมขนส่งและโลจิสติกส์ 2-3 ปีที่ผ่านมา มีเรื่องของโควิด-19 เกิดขึ้น ปริมาณการส่งพัสดุมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างมาก พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์เกิดขึ้นมหาศาล การช้อปปิ้งออนไลน์เพิ่มขึ้นมาก แต่สิ่งที่ตามมาคือการติดเชื้อ คนที่ทำงานในอุตสาหกรรมขนส่งโลจิสติกส์ก็มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อเช่นกัน ความท้าทายคือจะทำยังไงให้การบริการเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง

หลังจากที่โควิด-19 เริ่มซาลง สิ่งที่เราเห็นคือกำลังซื้อของผู้คนเริ่มตก คนออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น จับจ่ายใช้สอยแบบออฟไลน์มากขึ้น ส่วนการจับจ่ายผ่านออนไลน์ไม่ได้เพิ่มเท่าไหร่ จะเห็นได้ว่าปริมาณการส่งของไม่ได้เติบโตขึ้นอย่างแต่ก่อน ต้องบอกว่าช่วงที่เติบโต e-Commerce บูมมากๆ มันมีทั้งความเสี่ยงและโอกาส เพราะพออุตสาหกรรมโตมากๆ ก็มีผู้ให้บริการเจ้าใหม่เข้ามาให้บริการมากขึ้นตาม ทำให้ปริมาณขนส่งพัสดุของผู้ให้บริการแต่ละรายไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่ละรายที่มีอยู่ในตลาดก็แชร์ตัวเลขปริมาณขนส่งกันไป

เพราะพัสดุสิ่งของที่อยู่ในระบบขนส่งนั้น ต้องเข้าใจว่าเราไม่ได้ทำขึ้นเอง เพราะฉะนั้นวันนี้ลูกค้าอาจจะมาใช้บริการเจ้านึง พรุ่งนี้ก็อาจจะเปลี่ยนใจไปใช้อีกเจ้าก็ได้

อีกเรื่องคือการแข่งขันในตลาด ต้องเข้าใจว่าตลาดขนส่งพัสดุและโลจิสติกส์ไม่ได้มี regulator กำกับดูแลที่ชัดเจน เพราะฉะนั้นความยากคือ เราไม่สามารถควบคุมจำนวนผู้เข้าแข่งขันได้ ผู้เข้าแข่งขันต่างชาติอาจมีความสนใจและเข้ามาเป็นผู้เล่นรายใหม่ในอุตสาหกรรมอีกเรื่อยๆ อันนี้อาจคาดเดายาก แต่ domestic consumption หรือกำลังซื้อของคนไทยมีแค่กว่า 60 ล้านคน ตราบใดที่มีผู้เล่นมากเกินไปก็ทำให้ผู้เล่นในตลาดที่มีอยู่เดิมต้องแชร์สัดส่วนปริมาณการขนส่งชิ้นงาน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ 

แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือ ทุกครั้งที่มีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาแบบยังไม่มีใครรู้จัก เมื่อไม่มีใครรู้จัก ถามว่าเขาจะทำยังไงให้ผู้คนรู้จัก คำตอบคือ ‘สงครามราคา’ มาในราคาที่แตกต่าง เพราะเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุด พอมาด้วยราคาที่แตกต่าง สงครามราคาจึงเกิดขึ้น ผู้เล่นรายเดิมก็ต้องปรับราคาลง เพื่อที่จะดึงฐานลูกค้า ครองส่วนแบ่งในตลาดเอาไว้ให้ได้

สำหรับตัวไปรษณีย์ไทยเองอะไรคือความเสี่ยงและความท้าทาย

แม้ไปรษณีย์ยังถือเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดนี้อยู่ มีเครือข่ายไปรษณีย์กว่า 10,000 แห่งที่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศไทย รวมถึงศักยภาพเครือข่ายบุรุษไปรษณีย์กว่า 20,000 คน มีจำนวนชิ้นงานปริมาณการขนส่งคิดเป็นราวๆ 50 เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมด แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าความเสี่ยงขององค์กรคือเรื่องของภาพลักษณ์ 

ต้องยอมรับว่าไปรษณีย์ไทยเป็นองค์กรเก่าแก่ เพราะปีนี้เป็นปีที่ 140 ที่ได้ให้บริการมา พอเป็นองค์กรที่เก่าแก่ ก็อาจจะมีภาพลักษณ์ที่ไม่ได้ดูทันสมัยมาก เพราะเป็นบริษัทโลจิสติกส์ ขนส่งพัสดุมาตั้งแต่แรกเริ่ม แล้วพัฒนานำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ 

ขณะที่บริษัทขนส่งพัสดุรายใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นตอนนี้คือบริษัทที่เป็น tech company แล้วมาทำโลจิสติกส์ ไม่ว่าจะเป็นช้อปปี้หรือลาซาด้า เพราะฉะนั้นมันมาคนละทางเรามาตั้งแต่เทคโนโลยียังไม่มี 

ภาพของไปรษณีย์ไทยในมุมมองของผู้คนมันอาจจะไม่ได้ใหม่มาก และไม่ได้ทันสมัย เราเริ่มต้นมาจากการส่งจดหมาย ซึ่งแต่ก่อนไม่ได้มีการขนส่งพัสดุมากมายขนาดนี้ จดหมายอย่างแรกเลยคือราคาถูก และไม่ได้ส่งด่วน แต่พอในวันที่ไปรษณีย์ไทยมีบริการส่งด่วนหรือ EMS ภาพจำของผู้คนอาจจะมองว่า การส่ง EMS ไม่ได้ด่วนมาก ภาพการส่งด่วนของไปรษณีย์เลยถูกมองว่าไม่ได้เร็วเท่ากับผู้เล่นที่เข้ามาในธุรกิจ และมีบริการส่งด่วนอย่างเดียว

รวมถึงเมื่อการส่งจดหมายมีราคาถูก พอมีส่งด่วนขึ้นมาปุ๊บเลยกลายเป็นบริการที่ดูมีราคาแพง ซึ่งจะทำยังไงให้คนลบภาพตรงนี้ออกไปให้ได้

เมื่อกี้คุณพูดถึงเรื่องสงครามราคา ไปรษณีย์ไทยเล่นสงครามราคาด้วยไหม

สงครามราคาไม่ดีกับใครเลย มันเกิดขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ที่มีการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ผู้ให้บริการทุกรายบาดเจ็บกันหมด ผมมองว่ามันไม่ได้เป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน ทำให้เคยชินกับกลไกราคาที่ผิดๆ 

ไปรษณีย์ไทยเองเน้นในเรื่องคุณภาพของการขนส่ง การสร้างประสบการณ์ที่ดี มีบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้ามากที่สุด คือสิ่งที่ไปรษณีย์ไทยให้ความสำคัญมากที่สุด สร้างคุณค่าที่คุ้มค่าให้กับผู้บริโภค

นั่นคือเงินที่ผู้บริโภคจ่ายต้องแมตช์กับการบริการที่คุ้มค่า เพราะฉะนั้นเราต้องมองว่าเราทำอะไรให้กับผู้บริโภคและลูกค้าได้บ้าง 

ยกตัวอย่างให้ฟังหน่อยได้ไหม

อย่างพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่เติบโตต่อเนื่อง ในวันที่ไลฟ์ขายของพวกเขามีหลายอย่างที่ต้องทำมาก เราในฐานะผู้ให้บริการขนส่งจะทำอย่างไรให้เขาเหล่านั้นมีเวลาเยอะขึ้นในการคุยกับลูกค้า มีเวลาเยอะขึ้นในการไปไลฟ์ขายของ สิ่งที่ไปรษณีย์ทำเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าคือการเพิ่มบริการคลังสินค้า Fulfillment รองรับตั้งแต่การจัดเก็บสินค้า จัดการคำสั่งซื้อ แพ็กสินค้าและจัดส่งสินค้าอย่างครบวงจร

แล้วจุดเด่นที่สำคัญของไปรษณีย์ไทยคืออะไร

ไปรษณีย์ไทยมี trust กับสังคมไทย ไปรษณีย์ไทยรู้จักทุกที่ ไปไหนก็ไปถูกไม่ต้องโทรถามทาง อันนี้คือจุดแข็งของไปรษณีย์ แต่หากลองกลับมาถามว่า ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์นั้นจุดแข็งที่ไปรษณีย์มีไม่ใช่จุดขายที่ผู้บริโภคจะนึกเวลาจะไปใช้บริการ เพราะเวลาเราจะใช้บริการส่วนใหญ่จะนึกถึงความสะดวก หันซ้ายหันขวาแล้วเจอพอดี ดูเรื่องของราคาเป็นยังไง และของที่ส่งไม่เสียหายและถึงเร็ว อันนี้คือ perception ไม่มีใครคิดหรอกว่ามาส่งกับเจ้านี้เพราะ อ่อ คนส่งรู้จักทุกบ้าน

พอจุดแข็งที่มีไม่ใช่จุดขาย แล้วไปรษณีย์ไทยทำยังไง

เราก็ต้องทำจุดแข็งให้เป็นจุดขาย ตั้งแต่วันนี้ไป ไปรษณีย์ไทยจะเป็น the network of sustainable growth เราใช้ความสัมพันธ์ ความน่าเชื่อถือทำอีกหลายงาน หลายเซอร์วิสที่ทำให้ไปรษณีย์สามารถให้บริการกับผู้บริโภคได้ดีขึ้น โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่

คืออยากเป็น top-of-mind ของคนรุ่นใหม่

ตอนนี้เรายังไม่ใช่ ชาเลนจ์คือไปรษณีย์ไทยเกิดขึ้นมานาน ณ วันนี้คนรุ่นใหม่บางคนไม่รู้หรอกว่าแสตมป์คืออะไร เพราะเขาไม่ต้องใช้ คนรุ่นใหม่จะมองหาอะไรที่ใหม่ๆ แบรนด์ต่างชาติเข้ามาก็อยากลองใช้ เพราะมีภาพที่คิดว่าน่าจะบริการดี ถามว่าจะทำยังไงให้องค์กรอายุ 140 ปีเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ เพราะฉะนั้นเราก็เลยต้องเข้าใจและรู้ว่าอะไรเกี่ยวข้องกับคนรุ่นใหม่บ้าง อย่างเทรนด์สินทรัพย์ดิจิทัล ไปรษณีย์ไทยเห็นโอกาสในการต่อยอดสินค้าดั้งเดิม คือ ตราไปรษณียากรหรือแสตมป์ ให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ด้วยการทำ NFT แสตมป์ 

เราพยายามทำให้คนรุ่นใหม่เข้าถึง และเข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น เพิ่มความสะดวกในการให้บริการ ด้วยการให้บริการส่งพัสดุ 365 วัน ทุกวันนี้เราก็ให้บริการที่ไม่ต่างจากเอกชนเลย

กลยุทธ์ในการบริหารธุรกิจของไปรษณีย์ไทยมีอะไรบ้าง

เราเชื่อในการนำส่งคุณค่า ด้วยราคาที่คุ้มค่า หมายความว่าเราทำอะไรที่มีความคุ้มค่าที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กับผู้บริโภค เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพราะฉะนั้นเราต้องตามไปตลอด ต้องรู้ว่าคุณค่าอะไรที่เขามองเห็น อะไรคือสิ่งที่เขาต้องการ นี่คือหลักการในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทั้งหมด 

ไปรษณีย์เราส่งของหลากหลายไม่ว่าจะเป็นส่งของใหญ่ ส่งของยาก เราส่งหมด ไปรษณีย์ไทยมีความเชื่อว่าจริงๆ แล้ว บริษัทโลจิสติกส์ที่มีสมรรถนะที่สูงต้องมีการปรับระบบโลจิสติกส์ให้เหมาะสมกับพัสดุนั้นๆ parcel defind logistic ไปรษณีย์ไทยมีการศึกษาในเรื่องนี้ ของที่ส่งกับไปรษณีย์ไทยเลยมีการแตกหักชำรุดที่น้อยมากๆ

แล้วอะไรคือแผนบริหารความเสี่ยงของไปรษณีย์ไทยในการรับมือการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ไปรษณีย์ไทยไม่ได้หยุดแค่ขนส่งและโลจิสติกส์ เรามองว่าขนส่งและโลจิสติกส์เป็นหนึ่งใน value chain การใช้เน็ตเวิร์กของเรา เพราะฉะนั้นการที่เราจะเป็น  the network of sustainable growth หมายความว่ามันจะมีอีกหลายสิ่งอย่างที่เน็ตเวิร์กนี้สามารถทำได้ ด้วยความที่อยู่มานาน รู้จักทุกอย่างดี เรามีดาต้ามหาศาลในการต่อยอดธุรกิจอื่นๆ

เน็ตเวิร์กของเรามีจุดแข็งอยู่ 2-3 อย่าง เราเป็นเน็ตเวิร์กที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วไทย เราเป็นเน็ตเวิร์กที่มีความสม่ำเสมอในการเจอกับคนไทย เราเป็นเน็ตเวิร์กที่เข้าใจคนไทยอย่างลึกซึ้งนั่นคือดาต้าที่เรารู้ เพราะฉะนั้นสองสามอย่างนี้ทำให้เราพร้อมที่จะเปิดให้กับพาร์ตเนอร์หรือใครที่เข้ามามีส่วนร่วมกับเน็ตเวิร์กนี้ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจของเขา เพื่อเป็นช่องทางในการนำส่งผลิตภัณฑ์และบริการไปสู่ผู้บริโภค และเติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน

แล้วปีที่ผ่านมาจนถึงปี 2566 นี้ ไปรษณีย์ปรับ และมีอะไรมาเติมเต็มใหม่บ้าง

เรื่องคุณภาพเราทำมาอย่างต่อเนื่อง เราเห็นเทรนด์ในเรื่องของดิจิทัลมากขึ้น จากการส่งเอกสารในรูปแบบกระดาษแบบเดิมๆ ไปรษณีย์ไทยเองมีการออกบริการใหม่ นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเสริมการให้บริการด้านการขนส่งเอกสารสำคัญต่างๆ ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์หรือ e-Document  การทำธุรกรรมออนไลน์ต่างๆ ผ่านระบบของไปรษณีย์ไทย เป็นตัวกลางในการรับ-ส่งเอกสารสำคัญผ่าน Digital Mailbox การแจ้งหนี้และรับชำระเงิน e-Payment 

หลายคนถามว่า Digital Mailbox ต่างกับ E-mail อย่างไร Digital Mailbox ของระบบไปรษณีย์ผู้ใช้ทุกคนที่มาต่อเชื่อมใช้บริการไม่ว่าจะจะเป็นองค์กรหรือหน่วยงาน จะผ่านการ register เข้ามาหมด เพราะฉะนั้น source ที่ส่งไปก็จะไม่มี spam ไม่มี junk mail

ยังมีการรับรองการลงลายมือชื่อแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถยืนยันความเป็นตัวตนได้หรือจะเป็นการประทับรับรองเวลาอิเล็กทรอนิกส์ให้เอกสารสำคัญการันตีตัวจริง ผ่านระบบ  e-Timestamp ที่ได้มาตรฐานและมีผลทางกฎหมาย 

มีการเปิดตัวบริการบางอย่างออกไปแล้ว และกำลังจะเปิดตัวบริการใหม่ให้ได้ใช้เร็วๆ นี้อย่าง Digital Post ID ที่เป็นการปรับเปลี่ยนการระบุข้อมูลตำแหน่งที่อยู่ให้เป็นที่อยู่ดิจิทัล QR Code โดยใช้รหัสไปรษณีย์ 5 หลัก มาแปลงเป็นพิกัดที่ตั้งบนพื้นผิวโลกในประเทศไทย มีหลักการทำงานเดียวกันกับระบบ GPS ซึ่งจะทำให้ระบุที่อยู่ได้แม่นยำกว่าเดิม เจนเนอเรทออกมาเป็น QR Code ได้เลย

เมื่อไม่ต้องจ่าหน้าเป็นตัวหนังสือ ก็จะทำให้ช่วยปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลได้ ป้องกันการโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคล ทำให้การขนส่งมีประสิทธิภาพ แม่นยำมากขึ้น

และจะมีบริการที่ตอบโจทย์พ่อค้า แม่ค้าออนไลน์มากขึ้น ไปรษณีย์ไทยมองตัวเองคือ Channel ที่จะทำให้ร้านค้าขยายตลาดได้ดีขึ้นด้วยดาต้าที่เรามี 

นอกจากแผนการบริหารธุรกิจแล้ว เราบริหารบุคคลากรจำนวนมากในองค์กรอย่างไร

ไปรษณีย์ไทยเป็นรัฐวิสาหกิจ ข้อดีคือการ trun over ของบุคคลากรไม่เยอะ ทุกคนรู้จักพื้นที่ คนที่เข้ามาทำงานมองเรื่องของความมั่นคง อาจจะทำให้เด็กรุ่นใหม่ตอนนี้ไม่ได้สนใจกับงานที่มองว่าไม่ค่อยมีอะไรตื่นเต้นมาก เลยทำให้การดึงดูดคนรุ่นใหม่เลยมีความชาเลนจ์นิดหน่อย

การขับเคลื่อนองค์กรไซส์ขนาดนี้ไม่ได้ง่าย และด้วยความที่เราเข้ามาใหม่ มาอยู่เป็นเฮดสูงสุดในการบริหารบุคคลากรกว่า 40,000 คน  แน่นอนว่าคนในองค์กรยังไม่ได้รู้จักเรามาก สิ่งที่เราต้องทำคือการมีเป้าหมาย นโยบายที่ชัดเจน สื่อสารกับบุคคลากรให้ตรงกัน เราสื่อสารด้วยความจริงใจ ทำอย่างนี้ด้วยเหตุผลนี้ ทำแบบนั้น ด้วยเหตุผลนั้น

คนเรามีหลากหลายเป็นเรื่องปกติ แต่ในแง่ของความชัดเจน และตรงไปตรงมาเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะถ้าองค์กรไม่ให้ความเชื่อใจกับพนักงานการทำงานก็คงจะเป็นไปได้ยาก เราลงไปดูหน้างาน ดูปัญหาและแก้ไขให้ เป็นสิ่งที่เราทำอย่างต่อเนื่อง 

หนึ่งในนโยบายที่ไปรษณีย์ใช้กับการบริการลูกค้าคือมาตรการ Zero Complain ไม่ได้หมายความว่าลูกค้าทุกคนจะต้องแฮปปี้กับเรา แต่เวลาลูกค้ามีปัญหาอะไร เราจะต้องแก้ไขให้เร็ว แล้วการคอมเพลนจะไม่มี และไม่ใช่ใช้เฉพาะกับลูกค้า แต่มาตรการ  Zero Complain ยังใช้ภายในองค์กรด้วย ทุกคนต้องตื่นตัว ไม่มีการโทษใครทั้งสิ้น แต่เราต้องรู้ปัญหาและแก้ไขปัญหาให้หมดไป เราไม่เคยกลัวปัญหา แต่เรากลัวมากที่สุดคือปัญหาซ้ำซากที่ไม่ได้แก้ไข

นอกเหนือจากนี้ไปรณีย์ไทยมีการปรับทีมตามความสามารถที่ถนัด ในแต่ละหน่วยงานเราเน้นการกระจายอำนาจที่ให้แต่ละหน่วยงานกล้าที่จะตัดสินใจเองด้วย

กำลังจะก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 ในการขึ้นมาเป็นหัวเรือใหญ่ของไปรษณีย์ไทย ยังมีความท้าทายเหมือนเดิมไหม

ผมว่ามันท้าทายขึ้นเรื่อยๆ เพราะทุกวันนี้ในอุตสาหกรรมไม่มี  Boundery  มีแต่คำว่า  Customer Centric  ที่จะเห็นการก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่ๆ การสปินออฟธุรกิจใหม่ของไปรษณีย์ไทยมากขึ้น

Writer

กองบรรณาธิการธุรกิจ

Photographer

ช่างภาพที่สนุกกับการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลง และหลงรักในความทรงจำ Ig : mocfirst

You Might Also Like