คู่มือเปิดกะลามะพร้าว พาสินค้าไทยไปตลาดโลก ฉบับน้ำมะพร้าวไทย Thai Coco
หากเปรียบมะพร้าวเป็นใครสักคน…
คนคนนั้นต้องเป็นคนที่ ‘อดทน’ ท่ามกลางแดดที่ร้อนจ้า หรือแม้ต้องฝ่าพายุที่โหมกระหน่ำ แต่ก็เติบโตขึ้นมาได้อย่างเข้มแข็ง
คนคนนั้นยังเป็นคน ‘ใจกว้าง’ ยินดีที่จะให้ทุกอย่าง และทุกอย่างที่ให้ก็ล้วนเป็นประโยชน์เสมอ
เมื่อทุกองค์ประกอบผสานเข้าด้วยกัน จึงทำให้คนคนนั้น ‘มีเสน่ห์’ ผู้คนทั่วทุกมุมโลกต่างหลงรักเอกลักษณ์ของความเป็นมะพร้าว
เช่นเดียวกันกับคนคนหนึ่งที่หลงรักความธรรมดาที่แสนพิเศษของ ‘มะพร้าวน้ำหอม’ จนนำพามะพร้าวไทยเดินทางไปไกลสู่ตลาดโลก กับ จั๋ม–นภัสสร ชิ้นปิ่นเกลียว Chief Marketing Officer บริษัท ไทย โคโคนัท จํากัด (มหาชน) หรือ Thai Coco แบรนด์ผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวและสินค้าเกษตรแปรรูปชั้นนำระดับโลก วางขายบนตลาดมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก และเป็นผู้ส่งออกอันดับ 1 ของน้ำมะพร้าวในประเทศไทย
ในงาน WTF Festival มหกรรมความรู้ Marketing Fest และคอมมิวนิตี้สำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เมื่อวันที่ 23-24 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา จั๋มได้บอกเล่าเรื่องราวเส้นทางชีวิตที่เธอเติบโตมากับธุรกิจครอบครัว พร้อมแชร์คู่มือที่จะพาสินค้าไทยไปตลาดโลก ซึ่งเราได้สรุปสิ่งที่เธอเล่าในคอลัมน์ Recap ครั้งนี้ให้ทุกคนได้อ่านกัน

จากตำแหน่ง Marketing ในวันนั้น
สู่การเป็น Chief Marketing Officer ดูแลยอดขาย 5,000 ล้าน อยู่ทุกวันนี้
กว่าจะเป็นแบรนด์ ‘มะพร้าวน้ำหอม’ ที่คนทั่วโลกได้ลิ้มลอง จั๋มเติบโตมากับธุรกิจเล็กๆ ของครอบครัวในตึกแถว ซึ่งเป็นธุรกิจส่งน้ำมะพร้าวและกะทิเข้าโรงงานไอศกรีม สิ่งที่เธอเห็นอยู่ทุกวันจึงเป็นภาพของคุณพ่อที่เอาแต่ชิมน้ำมะพร้าว ชิมกะทิ ชิมแล้วชิมอีก เพื่อความมั่นใจในรสชาติก่อนส่งให้ลูกค้า กระทั่งธุรกิจได้เติบโตขึ้นเรื่อยๆ และได้ขยายโรงงานเพิ่ม
หลังจากเรียนจบ Food Science ด้วยความมุ่งมั่นที่จะต่อยอดธุรกิจครอบครัว งานแรกของชีวิตจั๋มคือการได้ทำตำแหน่ง Business Development (BD) ของบริษัท ประสบการณ์แรกในการพัฒนาสินค้า Coconut Bite ซึ่งเป็น energy bar เป็นความท้าทายที่ต้องเผชิญความล้มเหลว สินค้าขายไม่ออก เปลี่ยนสูตรอยู่หลายครั้งกว่าจะเอาออกมาขายได้
เพราะชั่วโมงบินยังไม่สูงพอ จึงต้องอาศัยการฝึกมือเพิ่ม หลังจากยืนอยู่ในจุดที่เป็นคนผลิต เธอผันตัวมาเป็นคนขายในตำแหน่ง Sale Export เพื่อมองหาโอกาสของบริษัท ด้วยการเดินทางไปหลายประเทศ ลงสนามคุยกับลูกค้าด้วยระยะเวลาถึง 3 ปี
กระทั่งในวันที่ตัดสินใจเรียนต่อด้าน Global Marketing ความฝันก็ได้วาดลงบนเส้นทางชีวิต คือการที่ได้ส่งออกน้ำมะพร้าวไทยให้คนทั้งโลกได้ชิม
เส้นทางที่แสนไกลกว่า 30 ปี มีทั้งวันที่ฟ้าเป็นใจและวันที่ฟ้ามัวหมอง แต่ท้ายที่สุดก็ผ่านมาได้ ครั้งหนึ่งเธอเคยใจร้อนจนละเลยความละเอียดของเอกสารทำให้ถูกปรับเงินกว่า 50 ล้าน ประสบการณ์ครั้งนั้นจึงเป็นบทเรียนสำคัญที่จำไม่ลืม

เคล็ดลับ 4 รู้ คู่มือที่จะพาสินค้าไทยไปตลาดโลก
การรู้จักตัวเองเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการทำธุรกิจ ด้วยการรู้ว่าตัวเองเก่งอะไร แต่นอกจากจะรู้จักตัวเองแล้ว การไม่ลืมที่จะรับฟังคนรอบข้าง ออกไปมองโลกภายนอกจะช่วยให้เรารู้จักตลาดโลกมากขึ้น เพื่อให้สินค้ามีลู่วิ่งที่จะพาไปถึงเส้นชัยของตลาดโลก ด้วยเคล็ดลับ 4 รู้ จากแบรนด์ Thai Coco ผู้ลองผิดลองถูกและพาน้ำมะพร้าวไทยไปสู่ตลาดโลก
‘รู้รสนิยม’ เพราะสิ่งที่โลกมองกับสิ่งที่เรามองนั้นต่างกัน การออกไปสำรวจซูเปอร์มาร์เก็ตของแต่ละประเทศ เป็นสิ่งที่คนทำธุรกิจควรทำ อย่างตลาดยุโรปที่มักจะชอบความ natural ตลาดอเมริกาที่มักจะเล่นกับความสนุก หรือแม้แต่เอเชียที่ชอบความ functional
‘รู้กติกา’ สินค้าเดียวไม่สามารถขายได้ทั้งโลก จึงต้องให้ความสำคัญกับกติกาที่แตกต่างกันไป
อย่าง ‘ตลาดอเมริกา’ ที่มีความเป็นตลาดใหญ่ และมีดีมานด์ค่อนข้างสูง สิ่งที่ต้องทำคือ จดทะเบียน FDA (The United States Food and Drug Administration) ซึ่งเป็นการลงทะเบียนโรงงานที่ผลิตสินค้าเพื่อประกอบการส่งออก และจดทะเบียน SID (Submission Identifier) กระบวนการผลิต
ส่วน ‘ตลาดยุโรป’ มักให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงเรื่อง traceability หรือระบบการตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อติดตามประวัติ แหล่งที่มา หรือสถานะของวัตถุดิบและสินค้า ตลอดห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) ตั้งแต่ต้นทางจนถึงมือผู้บริโภค
ขณะที่ ‘ตลาดจีน’ ต้องขึ้นทะเบียน GACC (General Administration of Customs of the People’s Republic of China) เพื่อควบคุมและตรวจสอบคุณภาพสินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐานของจีน รวมถึงฉลาก CIQ (China Inspection and Quarantine) ตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย สุขอนามัย และกฎหมายของรัฐบาลจีนอย่างถูกต้อง เธอยังแนะนำว่า สินค้าที่ส่งออกควรมีภาษาจีนด้วย เพราะถ้าผู้บริโภคไม่ทราบว่าสินค้าเราคืออะไร ก็จะขายไม่ออก
‘รู้ราคา’ รู้ต้นทุนที่แท้จริง ว่าต้นทุนที่เราทำได้ คู่แข่งทำได้แค่ไหน โดยเฉพาะการกำหนดโครงสร้างราคา จะเกิดจากต้นทุนประมาณ 30% ค่าชิปปิ้ง15% ภาษีนำเข้าขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศ อยู่ที่ประมาณ 10-15% มี distributor ประมาณ 15% GP ของห้าง 30-40% ทุกประเทศทั่วโลกจะอยู่ในช่วงเรนจ์นี้ ถ้าเราไปตลาดโลก อย่ามองแค่คู่แข่งในประเทศเรา แต่ต้องมองคู่แข่งในระดับโลกด้วยว่าใครสามารถทำสินค้าแบบเดียวกับเราได้บ้าง
‘รู้ภาษา’ เพราะการสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะธุรกิจสินค้าส่งออก ล้วนต้องใช้ทักษะการสื่อสารในการตีตลาด รวมถึงการเข้าหาลูกค้า

ธุรกิจครอบครัว
สายใยความรักที่ไม่ลืมคนข้างหน้าและคนข้างหลัง
ธุรกิจครอบครัว ต้องอาศัยความ ‘รู้ใจ’ ด้วยการดูแลลูกค้าเหมือนคนในครอบครัว และไม่ลืมคนที่อยู่ต้นทางอย่าง ‘ชาวสวน’ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่พวกเขาเผชิญมรสุมชีวิตจากมะพร้าวราคาตก การที่เราคอยใส่ใจและคอยดูแลเขา จะเป็นการสร้าง relationship ในระยะยาว
ปีนี้จึงเป็นปีแห่งการเริ่มต้น นอกจากจะเป็นปีที่ Thai Coco กลับมาเปิดที่ประเทศไทย เธอยังได้จัดตั้ง ‘สมาคมอุตสาหกรรมมะพร้าวแห่งประเทศไทย’ ด้วยการรวบรวมผู้คนในอุตสาหกรรมมะพร้าวเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาระดับชาติ
จั๋มยังมองว่า สิ่งสำคัญของการทำธุรกิจที่จะลืมไม่ได้คือ ไม่มีใครเก่งทุกอย่าง แต่ทุกคนมีจุดแข็งของตัวเอง สิ่งที่ต้องทำคือหาจุดแข็งให้เจอ เพื่อให้ทุกคนเดินไปในทิศทางเดียวกัน และทุกอย่างจะสำเร็จได้