Techsauce Healthspan Festival 2026
แบรนด์ปรับตัวสู่ Wellbeing ยังไง ในวันที่ Longevity ไม่ใช่แค่มีอายุยืนแต่ต้องสุขภาพดี
ในทุกวันนี้คนไม่เพียงแต่ตั้งคำถามว่าจะทำยังไงให้มีอายุที่ยืนยาว แต่คนมองไปถึง ‘การมีสุขภาพดียาวนานเท่ากับช่วงอายุขัยของเรา’ ทำให้ Techsauce แพลตฟอร์มเทคโนโลยีและธุรกิจชั้นนำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้จัดงาน ‘Techsauce Healthspan Festival 2026’ เมื่อวันที่ 27-28 มีนาคม 2026 ที่ผ่านมา ณ พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน
เพื่อเชื่อมโยงโลกธุรกิจ เทคโนโลยี ภาครัฐ บุคลากรทางการแพทย์ และผู้สนใจเรื่องสุขภาพ มาสร้างระบบนิเวศและคอมมิวนิตี้สุขภาพให้แข็งแกร่ง ผลักดันให้ประเทศไทยได้เป็น medical hub หรือศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ
หนึ่งในเซสชั่นที่น่าสนใจคือ ‘คนไทยกายใจแข็งแรงแค่ไหน เมื่อวัดกับเพื่อนๆ เอเชีย?’ โดย ขนิษฐา ตั้งวรพจน์วิธาน Executive Advisor จากบริษัท อินเทจ (ประเทศไทย) บริษัทวิจัยอินไซต์ชั้นนำในเอเชีย ได้นำเสนอผลสำรวจ Wellbeing Index 2026 พร้อมแนะนำว่าถ้าธุรกิจอยากปรับตัวสู่ wellbeing ต้องรู้เรื่องอะไรและทำยังไงบ้าง ตามมาอ่านกันผ่านคอลัมน์ Keynote ครั้งนี้กันได้เลย

เมื่อประเทศที่อายุยืนที่สุด ไม่ใช่ประเทศที่มี wellbeing ดีที่สุด
ข้อมูลจาก GWI ชี้ให้เห็นว่าตลาด wellness กำลังจะแตะ 9 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2028 ซึ่งถือว่าเป็นตลาดที่มีกำลังเติบโตมหาศาล แต่ผลสำรวจากคน 1,200 คนใน 4 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน เวียดนาม และไทย กลับชี้ให้เห็นว่าประเทศที่อายุยืนที่สุด กลับไม่ใช่ประเทศที่มี wellbeing ดีที่สุด
🇯🇵 ประเทศญี่ปุ่น
เป็นประเทศที่มีประชากรอายุยืนที่สุดในโลก โดยเฉพาะในโอกินาวา เนื่องจากการกินอาหารเพื่อสุขภาพ เน้นผักและปลา มีวิถีชีวิตที่ขยับตัวตลอดเวลา แต่ก็มีความเครียดสูงจากวัฒนธรรมการทำงานหนัก และการแคร์สายตาผู้อื่น ทำให้ wellbeing ของญี่ปุ่นดีในเรื่อง social หรือการเป็นที่ยอมรับในสังคม แต่ก็ทำให้คนญี่ปุ่นรู้สึกโดดเดี่ยว สังเกตได้จากที่เราเห็นข่าวอยู่เสมอว่ามีคนญี่ปุ่นเสียชีวิตอยู่ในบ้านเป็นเวลานานโดยไม่มีใครรู้
🇨🇳 ประเทศจีน
ขึ้นชื่อเรื่องการเป็นประเทศที่เทคโนโลยีล้ำสมัย จนมหาอำนาจอย่างอเมริกาตามแทบไม่ทัน แต่ตัวแปรสำคัญที่ทำให้คนจีนมี wellbeing ที่ดีคือการมี spiritual หรือมีเป้าหมายในชีวิตและมีสุขภาพจิตที่ดี ก้าวต่อไปของคนจีนจึงเป็นการเดินกลับมาหา inner peace หรือการรักษาความสงบสุขในใจ แม้ต้องเผชิญกับปัญหาและความเครียด หลังจากที่วิ่งไปสร้างนวัตกรรมมาเนิ่นนาน
🇻🇳 ประเทศเวียดนาม
เป็นประเทศที่มี ambitious soul หรือจิตวิญญาณที่ทะเยอทะยาน ในการผลักดันประเทศให้ทัดเทียมกับไทย แต่สิ่งที่คนเวียดนามทุกเจเนอเรชั่นมองหาคือเรื่อง wellbeing คือการสร้างสมดุลในชีวิต
🇹🇭 ประเทศไทย
ที่น่าสนใจคือคนต่างจังหวัดมี Wellbeing Index หรือดัชนีชี้วัดความอยู่ดีมีสุข สูงถึง 5.81 ซึ่งถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าการมีชีวิตที่เรียบง่ายกว่า ได้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน อาจเป็นปัจจัยสำคัญของ wellbeing ที่ดีของคนไทย

เมื่อ wellbeing ไม่ใช่แค่มีสุขภาพกายและใจที่ดี
จากผลสำรวจชี้ให้เห็นว่าเวลาพูดคำว่า wellbeing ไม่ได้หมายถึงแค่เรื่อง physical หรือเรื่องทางกาย และ medical หรือเรื่องทางใจเพียงเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึง 6 มิติสำคัญ ได้แก่
1. Physical คือการมีร่างกายที่แข็งแรง
2. Mental คือการมีจิตใจที่มีความสุขและเครียดน้อย
3. Social คือการมีครอบครัว ชุมชน และสังคมที่ยอมรับ
4. Financial คือความมั่นคงทางการเงิน
5. Environmental คือสภาพแวดล้อมที่ไม่ทำร้ายเรา
6. Spiritual คือการมีเป้าหมายในชีวิต
ซึ่งมิติสุดท้ายแทบไม่มีใครพูดถึง แต่กลับเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้คนเอเชียหลายประเทศมี wellbeing ต่างกันอย่างน่าสนใจ

แบรนด์ก้าวสู่ wellbeing ยังไง
ขนิษฐาแนะนำว่าต้องเน้นพัฒนาสินค้าหรือบริการที่ช่วยเรื่อง Healthspan หรือการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงก่อนเจ็บป่วย มากกว่าเรื่อง sick care หรือการรักษาเมื่อเป็นโรคแล้ว เพราะผู้คนจะหันมาให้ความสำคัญกับช่วงระยะเวลาที่คนเรามีชีวิตอยู่อย่างแข็งแรง มีคุณภาพชีวิตดี ไม่มีโรคเรื้อรังร้ายแรงมากวนใจ และสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาผู้อื่น หรือถ้าสรุปง่ายๆ คือการเน้น ‘คุณภาพชีวิตที่ดีตลอดอายุขัย’ มากกว่า ‘อายุยืนแต่มีอาการเจ็บป่วย’
พร้อมทิ้งท้ายกฎ 3 ข้อผ่านตัวย่อ ACT ที่แบรนด์หยิบไปปรับใช้ได้ ได้แก่
🟢 A-Align & Integrate คือการที่ wellbeing ต้องครอบคลุมทั้ง 6 มิติ จะขาดเรื่องใดเรื่องหนึ่งไปไม่ได้
🟢 C-Create Communities คือการที่คอมมิวนิตี้สำคัญกว่าแคมเปญ เพราะการสร้างชุมชนที่ยั่งยืนย่อมดีกว่าการทำกิจกรรมเป็นครั้งคราวแล้วจบไป
🟢 T-Trigger Generational Motivation/Plain คือการที่ทุกเจเนอเรชั่นให้ความสำคัญกับ wellness
แต่ความท้าทายคือแต่ละเจนฯ ก็มีโจทย์ที่แตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องเข้าใจโจทย์และ pain point เหล่านั้นเพื่อให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและก้าวเข้าสู่กระแสของ wellbeing ให้ได้