นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้คุกกี้

บริษัท ทุนดี จำกัด (“บริษัท”) มีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์เพื่อรับประกันการให้บริการของเว็บไซต์ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทรับประกันว่าจะใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎ หมายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการใช้คุกกี้บางประเภทที่อาจดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก ทั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ บริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและตกลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์นี้... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

ส่องโอกาสตลาดสเต๊กอันหอมหวาน จากมุมมองผู้นำตลาดอย่าง ‘Sizzler’

‘วันนี้กินอะไรดี’ คำถามโลกแตกที่ทำให้คิดไม่ตกอยู่บ่อยครั้ง ในฐานะผู้บริโภคที่จำเป็นต้องจับจ่ายใช้สอยไปกับค่าอาหารเป็นเรื่องปกติ รวมถึงในช่วงนี้ที่นักท่องเที่ยวกลับเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น ยิ่งทำให้หลายธุรกิจเริ่มฟื้นตัวได้ โดยเฉพาะ ‘ธุรกิจอาหาร’ ที่คาดว่าในปี 2567 มูลค่าตลาดจะเติบโตถึง 11%

แต่ใช่ว่าธุรกิจอาหารทุกกลุ่มจะเติบโตได้ อย่างในปีนี้กลุ่มอาหารที่น่าจับตามองอย่างมากคือ ‘ตลาดร้านอาหารประเภทสเต๊ก’ ด้วยแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2566 จากมูลค่าตลาดร้านอาหาร 1.5 แสนล้านบาท แบ่งเป็นมูลค่าตลาดสเต๊กถึง 9,000 ล้านบาท

เทรนด์สเต๊กในไทยที่โตสวนตลาดอเมริกา

ผู้นำตลาดสเต๊กอย่าง ‘Sizzler’ ในเครือ เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้เล่าให้ฟังว่าภาพรวมทั้งในภูมิภาคเอเชียเติบโตขึ้นกว่า 5% สวนทางกับตลาดสเต๊กในอเมริกาที่โดนผลกระทบจากการรุกตลาดของเชนธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน 

จากที่ Sizzler ในอเมริกามี 300 สาขา กลับเหลือแค่ 80 สาขา ในขณะที่ไทยมี 64 สาขา และยังมีแผนการขยายสาขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างในปีที่แล้วมีการขยายสาขาไป 5 สาขา ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยเน้นไปที่หัวเมืองรอง เพราะมองเห็นช่องว่างทางการตลาดที่เปิดกว้างอีกมาก

เทรนด์สเต๊กพรีเมียมโอกาสทองของร้านอาหาร 

Sizzler ยังเล่าว่าผู้บริโภคในไทยมองหาสเต๊กที่มีคุณภาพในระดับพรีเมียมมากขึ้น และยอมจ่ายแพงมากขึ้น หากได้กินอาหารคุณภาพในราคาที่สมเหตุสมผล ส่วนหนึ่งมาจากการได้เดินทางไปท่องเที่ยวและลิ้มลองรสชาติสเต๊กในต่างประเทศที่มีความพรีเมียมมากกว่า สังเกตได้จากยอดการจ่ายค่าอาหารในร้าน Sizzler ที่เมื่อก่อนจะอยู่ที่ประมาณ 700 บาทต่อบิล แต่ในปัจจุบันเพิ่มขึ้นมาประมาณ 800 บาทต่อบิล

การเติบโตของตลาดพรีเมียมไม่ได้เป็นแค่โอกาสทองของร้านที่อยู่ในเชนธุรกิจนี้อยู่แล้วเท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้น ผู้เล่นอย่าง SANTA FE’ และโอ้กะจู๋ ก็เข้าสู้ด้วยการออกเมนูสเต๊กพรีเมียม

ทาง Sizzler เองก็ได้ปรับกลยุทธ์ เปิดเกมรุกจากตอนแรกที่เป็นร้านอาหารประเภทสเต๊กและสลัดบาร์ ก็ได้เน้นไปที่ตลาดสเต๊กพรีเมียมมากขึ้น ด้วยการใช้ 5 กลยุทธ์หลัก ได้แก่

1. หัวใจหลักคือความสดใหม่ ความพรีเมียม และคุณภาพ

ตั้งแต่การคัดสรรเมนูในสลัดบาร์ ที่มีการนำผลไม้ตามฤดูกาลมาเพิ่มในเมนู และเพิ่มเมนูที่มีความพรีเมียมมากขึ้น จัดจานให้ดูโมเดิร์นยิ่งขึ้น

2. เมนูหลากหลายและพัฒนาเมนูใหม่อยู่เสมอ

นอกจากเมนูหลักที่คิดถึง Sizzler ต้องนึกถึงสลัดบาร์และชีสโทสต์แล้ว ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมนูใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคอยู่เสมอ โดยมักจะออกเมนูใหม่ๆ ในวันสำคัญ เช่น วันปีใหม่ วันเด็ก และล่าสุดช่วงก่อนสงกรานต์มีการเพิ่มเมนูที่บอกเล่าถึงสตอรีจุดกำเนิดของ Sizzler ในอเมริกาและยังคงมีกลิ่นไอของอาหารตะวันตกแท้ๆ อย่างเมนูสเต๊กพรีเมียมในรูปแบบบาร์บีคิว 

3. ดึงดูดใจลูกค้าด้วยความคุ้มค่า

Sizzler มักใช้กลยุทธ์การตั้งราคาแบบ Value for Money คือการตั้งราคาให้ลูกค้ารู้สึกว่าเข้าถึงสินค้าคุณภาพดีได้ในราคาที่คุ้มค่า รวมถึงดึงดูดลูกค้าที่เป็นนักเรียน นักศึกษามากยิ่งขึ้น จึงนำเมนูสุดคุ้มกลับมาให้บริการเพื่อเพิ่มยอดผู้บริโภคแบบไดน์อิน เช่น เมนูซี่โครงหมูบาร์บีคิว และเมนูสเต๊กเนื้อนิวยอร์กที่มีการเพิ่มปริมาณ แต่ยังขายในราคาเท่าเดิม

4. จัดโปรโดนใจกระตุ้นยอดขาย

แม้ Sizzler จะพยายามตั้งราคาให้ดูสมเหตุสมผล แต่ก็มีการจัดโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายในช่วงวันสำคัญ อย่างกรณีที่เห็นภาพชัดที่สุดจะเป็นโปรวันที่ 29 กุมภาพันธ์ที่ 4 ปีมีครั้ง ก็ได้จัดโปรเมนูสเต๊กสุดฮิต 1 แถม 1 ในราคา 299 บาท รวมสลัดบาร์ไม่อั้น ทำให้วันนั้นมีคนมาเข้าแถวรอตั้งแต่ก่อนร้านเปิดจนมีคิวทะลุถึง 700 คิวเลยทีเดียว นอกจากจะช่วยกระตุ้นยอดขายแล้ว ยังดึงดูดให้ลูกค้าเก่าที่หายไปนาน กลับมาใช้บริการซ้ำๆ แม้จะหมดโปรโมชั่นไปแล้วก็ตาม

5. สร้างความผูกพันด้วยระบบสมาชิก

ในช่วงต้นปี 2566 Sizzler มีสมาชิกกว่า 250,000 คน แต่ในช่วงปลายปี 2566 กลับมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเกินเท่าตัวถึง 550,000 คน เพราะใช้กลยุทธ์การแจกคูปองและให้สมาชิกสะสมคะแนนเพื่อรับส่วนลด นอกจากจะมีสมาชิกเพิ่มขึ้นแล้ว ยอดขายกว่า 25% ยังมาจากผู้ที่เป็นสมาชิกอีกด้วย

ด้วยตลาดสเต๊กที่โตวันโตคืน ในฐานะผู้ประกอบการก็ถือเป็นทั้งโอกาสทองในการบุกตลาดและพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องงัดกลยุทธ์เด็ดมาแข่งกับแบรนด์อื่นๆ ที่ตั้งใจปาดหน้าสเต๊กแบ่งมูลค่าตลาดชิ้นโตนี้ ส่วนในฐานะผู้บริโภคเองก็ได้มีตัวเลือกเพิ่มมากขึ้น จากหลายร้านที่ปรับตัวมาสู้กันด้วยเมนูที่น่าสนใจและราคาที่ดูคุ้มค่ามากกว่านั่นเอง

Writer

นักเขียนที่อยากเปลี่ยนเรื่องธุรกิจให้เป็นเรื่องสนุก และมีแมวกับกาแฟช่วยฮีลใจในทุกวัน

Illustrator

บรรณาธิการศิลปกรรม Email: y.pongtorn@gmail.com

You Might Also Like