นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้คุกกี้

บริษัท ทุนดี จำกัด (“บริษัท”) มีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์เพื่อรับประกันการให้บริการของเว็บไซต์ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทรับประกันว่าจะใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎ หมายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการใช้คุกกี้บางประเภทที่อาจดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก ทั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ บริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและตกลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์นี้... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

The Pioneer of Luxury Luggage

126 ปีของ RIMOWA แบรนด์กระเป๋าเดินทางลักชูรีที่ได้แรงบันดาลใจการออกแบบจากเครื่องบิน

หากคุณอยากออกแบบกระเป๋าเดินทาง แรงบันดาลใจที่มองหาในการออกแบบกระเป๋าจะเป็นอะไร

RIMOWA (ริโมว่า) แบรนด์กระเป๋าเดินทางสัญชาติเยอรมันมีแรงบันดาลใจในการออกแบบเป็นเครื่องบินแอร์คราฟต์ ทำให้กลายเป็นจุดกำเนิดของกระเป๋าจากวัสดุอลูมิเนียมที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการทั้งในแง่ฟังก์ชั่น ความทนทาน และดีไซน์

จากธุรกิจครอบครัวเล็กๆ ที่เยอรมนี ตอนนี้ RIMOWA เป็นแบรนด์อายุ 126 ปีและกลายเป็นผู้นำด้านการบุกเบิกนวัตกรรมในการผลิตกระเป๋าจนกลายเป็นแบรนด์ลักชูรีที่อยู่ในเครือ LVMH และบางคอลเลกชั่นพิเศษที่คอลแล็บกับแบรนด์ชื่อดัง เช่น Supreme ก็มีราคาพุ่งสูงถึงหลักแสนบาทโดยยังมีคำกล่าวว่าหากจะมีกระเป๋าเดินทางสักใบที่เป็นไอเทมแฟชั่น กระเป๋าแบรนด์นั้นก็คงจะเป็น RIMOWA

เบื้องหลังราคาที่สูงของแบรนด์คือความพิถีพิถันและการพัฒนานวัตกรรมในการผลิตอย่างไม่หยุดยั้ง รายละเอียดเล็กๆ เป็นสิ่งที่ RIMOWA ไม่เคยปล่อยผ่าน ทั้งล้อที่ต้องหมุนได้ 360 องศาเพื่อความสะดวกในการเดินทาง วัสดุกันน้ำได้ ช่องเก็บของข้างในกระเป๋า การ customize ดีไซน์กระเป๋าได้ ฟังก์ชั่นต่างๆ เหล่านี้กลายเป็นมาตรฐานที่ทำให้แบรนด์ต่างๆ ยึดถือตามกัน โดยลาย Groove ที่มักพบเห็นได้ทั่วไปในกระเป๋าเดินทางแบรนด์ต่างๆ ในทุกวันนี้ก็ยังมีที่มาจาก RIMOWA อีกด้วยเช่นกัน

เบื้องหลังการสร้างตำนานมากมายเหล่านี้คือการใช้ศาสตร์ทางศิลปะผสมกับวิศวกรรมทั้งในแง่การออกแบบและคิดโมเดลธุรกิจใหม่ๆ เพื่อปรับตัวกับโลกยุคใหม่อยู่เสมอ และ Biztory ตอนนี้ก็อยากชวนทุกคนย้อนไปดูวันแรกของแบรนด์และเส้นทางอันยาวไกลที่ทำให้ RIMOWA กลายเป็นแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงจนถึงทุกวันนี้

1. เริ่มจากผลิตกระเป๋า Trunk ด้วยไม้และหนัง

RIMOWA ก่อตั้งขึ้นใน ค.ศ. 1898 โดยชาวเยอรมันชื่อ Paul Morszeck และ Heinrich Görtz โดยเริ่มจากการเป็นบริษัทขายอานม้าจากหนังก่อนจะเปลี่ยนมาผลิตกระเป๋าช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ในยุคนั้นยังไม่มีการคิดค้นการผลิตรถยนต์และเครื่องบิน ผู้คนยังคงเดินทางท่องโลกด้วยเรือและรถไฟ กระเป๋าเดินทางใบแรกของแบรนด์จึงเป็นกระเป๋าทรง trunk ที่ทำจากหนังและไม้สำหรับนักเดินทางที่ร่ำรวย

ถึงแม้กระเป๋ายุคบุกเบิกจะทำจากไม้ แต่ RIMOWA ขึ้นชื่อเรื่องการทำกระเป๋าให้มีน้ำหนักเบาและแข็งแรงทนทานตั้งแต่ยุคแรก แถมยังสร้างข้อแตกต่างจากกระเป๋าแบรนด์อื่นๆ ในยุคนั้นคือภายในกระเป๋าถูกออกแบบมาให้สามารถจัดระเบียบได้เพื่อให้สามารถหาของได้ง่ายขณะท่องเที่ยวและเก็บของได้เรียบร้อย

จุดเริ่มต้นของแบรนด์เริ่มจากการเป็นธุรกิจครอบครัวเล็กๆ ที่เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี โดยชื่อ RIMOWA เป็นชื่อย่อของ Richard Morszeck ลูกชายของพอล ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งคนแรก ตามบันทึกในประวัติแบรนด์ที่ไม่มีการยืนยันแน่ชัดนั้นว่ากันว่าต่อมาในช่วงค.ศ. 1937 ธุรกิจพบกับวิกฤตครั้งใหญ่คือเกิดไฟไหม่ที่โรงงานทำกระเป๋า เมื่อวัสดุหลักที่ใช้เป็นไม้ ทุกอย่างก็หายไปพร้อมกับกองเพลิง เหลือเพียงโครงกระเป๋าจากอลูมิเนียม ทำให้ริชาร์ดและเหล่าวิศวกรของ RIMOWA เริ่มสังเกตเห็นความทนทานของอลูมิเนียมนับตั้งแต่นั้น

2. มีแรงบันดาลใจในการใช้วัสดุอลูมิเนียมจากเครื่องบินแอร์คราฟต์

หลังจากที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบดูราลูมิน โลหะผสมหรืออลูมิเนียมอัลลอยที่ทนทานและมีน้ำหนักเบาภายนอกเมืองโคโลญก็เริ่มมีการนำวัสดุนี้มาใช้ในการผลิตเครื่องบินแอร์คราฟต์ที่เยอรมนีอย่างแพร่หลาย และเครื่องบินในยุคนี้เองที่เป็นแรงบันดาลใจต้นแบบให้ RIMOWA เริ่มนำอลูมิเนียมมาผสมในวัสดุสำหรับผลิตกระเป๋าตั้งแต่ ค.ศ. 1927 และพัฒนาเรื่อยมาจนในที่สุดก็ผลิตกระเป๋ารุ่นไอคอนิกจากอลูมิเนียมทั้งหมดสำเร็จ

เครื่องบินในตำนานลำที่เป็นแรงบันดาลใจของ RIMOWA คือรุ่น Junkers F 13 ซึ่งเป็นเครื่องบินแอร์คราฟต์ลำแรกของโลกที่ทำจากโลหะทั้งลำ ประดิษฐ์โดยวิศวกรชื่อ Hugo Junkers ใน ค.ศ. 1919 โดยดีไซน์ของเครื่องบินมีผิวสัมผัสแบบ Groove เพื่อให้น้ำสามารถไหลผ่านพื้นผิวได้สะดวกเวลาเดินทาง นับว่าวิศวกรของ RIMOWA เป็นแบรนด์แรกที่นำดีไซน์ Groove ไปจนถึงวัสดุอลูมิเนียมน้ำหนักเบาของเครื่องบินมาใช้กับการออกแบบกระเป๋าเดินทาง จนทุกวันนี้ลาย Groove กลายเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ที่กระเป๋าหลายแบรนด์นำไปใช้อย่างแพร่หลาย อีกทั้งราวครึ่งหนึ่งในยอดขายทั้งหมดของ RIMOWA ในทุกวันนี้ก็ยังคงมาจากกระเป๋าเดินทางอลูมิเนียมอีกด้วย

นอกจากนี้การใช้วัสดุอลูมิเนียมยังทำให้ RIMOWA ขึ้นชื่อว่าเป็นแบรนด์ที่มีความทนทานอย่างมาก แม้เมื่อกาลเวลาผ่านไป กระเป๋าจะเริ่มมีรอยบุ๋มและขีดข่วน แต่องค์ประกอบเหล่านี้กลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระเป๋าที่เล่าเรื่องราวการเดินทางอันยาวไกลเหมือนเครื่องบินแอร์คราฟต์ ที่มีรอยขีดข่วนจากการบินมาหลายน่านฟ้าซึ่งแสดงให้เห็นถึงความทนทานแข็งแกร่งและคุณภาพที่ไว้ใจได้

3. พัฒนาฟังก์ชั่นให้พร้อมลุยท่องโลกกับกระเป๋าได้ ทั้งกันน้ำได้ ไปขั้วโลกได้ แถมล้อหมุนได้ 360 องศา

RIMOWA ยังเป็นผู้นำการพัฒนาฟังก์ชั่นของกระเป๋าเดินทางหลายอย่าง โดยรุ่น Tropicana Case ใน ค.ศ. 1976 เป็นกระเป๋ากันน้ำรุ่นแรกที่ออกแบบมาสำหรับช่างภาพและทีมถ่ายทำภาพยนตร์ ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางไปทำงานในที่อากาศหนาวเย็นหรือมีความชื้นและต้องขนอุปกรณ์การถ่ายทำไปมากมาย โดยกระเป๋ารุ่นนี้จะมีคุณสมบัติทนทานและปกป้องของที่ใส่ข้างในได้เป็นพิเศษไม่ว่าจะบุกเข้าป่าหรือท่องขั้วโลกจึงได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ช่างภาพ

การออกแบบฟังก์ชั่นเฉพาะที่จับลูกค้าเฉพาะกลุ่มยังถือเป็นอีกจุดเด่นหนึ่งของ RIMOWA ที่ผ่านมาแบรนด์ยังเคยออกแบบกระเป๋าสำหรับให้นักไวโอลินใส่เครื่องดนตรีโดยเฉพาะ ไปจนถึงกระเป๋าสำหรับใส่ขวดไวน์สำหรับ sommelier (ผู้แนะนำไวน์) ด้วยความตั้งใจอยากให้ลูกค้าได้พกพาของมีค่าระหว่างเดินทางแบบไร้กังวลว่าของจะเสียหาย

นอกจากนี้ RIMOWA ยังถือเป็นแบรนด์แรกที่นำโพลีคาร์บอเนต พลาสติกคุณภาพสูงที่มีน้ำหนักเบากว่ากระเป๋าเดินทางรุ่นก่อนและทนทานในหลายสภาพอากาศมาใช้ผลิตกระเป๋า และตลอดศตวรรษที่ 20 แบรนด์ยังบุกเบิกการยกระดับนวัตกรรมในการผลิตกระเป๋าอย่างต่อเนื่องมากมาย ตัวอย่างเช่น การจดสิทธิบัตรระบบ multiwheel หรือล้อรถที่หมุนได้ 360 องศาในปี 2001 และร่วมมือกับสายการบินลุฟต์ฮันซาของเยอรมนีเพื่อพัฒนาแถบชิปอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้โดยสารสามารถเช็กอินกระเป๋าเดินทางผ่านแอพพลิเคชั่นได้เพื่อลดขั้นตอนการต่อคิวติดสติ๊กเกอร์บนกระเป๋าที่เคาน์เตอร์

4. เป็นแบรนด์กระเป๋าเดินทางลักชูรีที่เคยคอลแล็บกับ Supreme, Off-White และแบรนด์ไฮเอนด์นับไม่ถ้วน

ในปี 2016 เครือ LVMH ที่ประกอบด้วยแบรนด์ลักชูรีระดับโลกมากมายอย่าง Louis Vuitton, Celine, Christian Dior, Givenchy, Fendi ได้ซื้อหุ้นของ RIMOWA ถึง 80% หรือเทียบเป็นเงินมูลค่าราว 705.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และผู้ที่รับตำแหน่ง CEO คือ Alexandre Arnault ที่มีอายุเพียงยี่สิบปลายในช่วงที่เริ่มต้นดูแล RIMOWA

การย้ายเข้ามาอยู่ในเครือ LVMH ทำให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นมากขึ้น ทั้งสามารถชักชวนเหล่านักกีฬาชื่อดัง เช่น Roger Federer, LeBron James มาปรากฏในแคมเปญโฆษณาของแบรนด์และยังคอลแล็บกับแบรนด์ไฮสตรีทมากขึ้นหลายแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น Supreme, Fendi, Dior ฯลฯ

การคอลแล็บครั้งสำคัญครั้งหนึ่งของแบรนด์คือคอลเลกชั่นที่ทำร่วมกับ Supreme ซึ่งสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ช่วงปี 2017-2018 ด้วยทั้ง RIMOWA และ Supreme เป็นแบรนด์มีชื่อเสียงที่เปิดตัวสินค้าอะไรก็ป๊อปทั้งคู่ ทำให้คอลเลกชั่น RIMOWA Topas Multiwheel รุ่นสีแดงและดำที่นำโลโก้ Supreme มาไว้บนกระเป๋าขายหมดภายในเวลาไม่กี่นาทีด้วยราคาขายปลีกที่สูงลิบลิ่วในยุคนั้น โดยช่วงราคาอยู่ระหว่าง 1,600-1,800 ดอลลาร์สหรัฐ จากราคากระเป๋าทั่วไปของ RIMOWA ที่มีราคาตั้งแต่ 1,070-1,340 ดอลลาร์สหรัฐ โดยในปัจจุบันกระเป๋ารุ่นนี้มีการขายต่อในราคาที่พุ่งสูงขึ้นมากกว่า 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ

อีกหนึ่งคอลแล็บกับแบรนด์สตรีทแวร์ชื่อดังคือคอลเลกชั่นที่ทำร่วมกับ Off-White ของ Virgil Abloh ในปี 2018 โดยนำเอกลักษณ์ของแบรนด์ Off-White เช่น ลายลูกศรและลายทาง สายรัดสีเหลือง มาอยู่บนกระเป๋าและออกแบบกิมมิกให้เป็นกระเป๋าเดินทางแบบโปร่งใสที่มองเห็นสัมภาระข้างใน โดยเปรียบกระเป๋าเป็นงานอาร์ตที่จัดแสดงข้าวของที่ใส่ข้างในกระเป๋า

เหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างส่วนหนึ่งเท่านั้นของการคอลแล็บและคอลเลกชั่นเหล่านี้ก็เจาะกลุ่มลูกค้าอายุน้อยที่มีกำลังซื้อสูง โดยเฉพาะกลุ่ม Hypebeast หรือผู้ที่หลงใหลในป๊อปคัลเจอร์ที่นิยมซื้อสินค้าแฟชั่นในราคาสูงและกระเป๋าเดินทางแบรนด์ RIMOWA ก็กลายเป็นไอเทมแฟชั่นและ status symbol ของเหล่าคนรักแฟชั่นผู้อยากส่งเสริมสไตล์ของตัวเองให้มีลุคสุดคูล

5. ไม่ได้ขายแค่กระเป๋าเดินทางแต่เพิ่มหมวดสินค้าในชีวิตประจำวันตามการใช้ชีวิตในโลกยุคใหม่

นอกจากการคอลแล็บแล้ว LVMH ยังเปลี่ยนทิศทางจากที่ RIMOWA เป็นแบรนด์สินค้าสำหรับนักเดินทางล้วน ไปเป็นแบรนด์ที่เชื่อมโยงกับการเดินทางในชีวิตประจำวันทุกรูปแบบมากขึ้น นั่นหมายถึงการขยายไลน์สินค้าเป็น personal bag หรือกระเป๋าสำหรับใช้ส่วนตัว เช่น เคสใส่นาฬิกา เคสโทรศัพท์ไอโฟน คอลเลกชั่นแว่นกันแดด ไปจนถึง soft product อย่างเป้แบ็กแพ็กสะพายหลังและกระเป๋าเดินทางสำหรับสุดสัปดาห์ที่สามารถใช้ได้ทุกวันในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่ในโอกาสเดินทางไกล

การเปลี่ยนทิศทางนี้เป็นเพราะแบรนด์มองว่าทุกวันนี้แทบจะไม่เห็นใครถือแค่กระเป๋าเดินทางอย่างเดียวในสนามบินอีกต่อไป ผู้คนมักถือกระเป๋าถือหรือเป้สะพายหลังใบเล็กขึ้นเครื่องด้วย และการเดินทางในทุกวันนี้ก็มีหลายรูปแบบมากขึ้นนอกเหนือจากการเดินทางไกล ทั้งการเดินทางไปทำงาน ไปเที่ยว ไปเยี่ยมเพื่อนฝูงและครอบครัว

อเล็กซองดร์ อาร์โนลต์ ผู้เป็น CEO หนุ่มได้เคยกล่าวไว้ว่าถึงแม้ RIMOWA จะเป็นแบรนด์ที่แข็งแรงแต่เมื่ออยู่ภายใต้ LVMH ก็มีหลายส่ิงในภาคธุรกิจที่ต้องทรานส์ฟอร์มใหม่แทบจะทั้งหมด จากแต่ก่อนที่แบรนด์ขายหนักไปทาง B2B ค่อนข้างมากก็ปรับการขายเข้าหากลุ่มลูกค้าที่เด็กลง สร้างสรรค์สินค้าที่มีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้นและขายในช่องทางรีเทลอย่าง specialty store ที่มีความเอกซ์คลูซีฟมากขึ้น

แต่ไม่ว่าจะขยายไลน์สินค้าหรือเปลี่ยนโมเดลธุรกิจแค่ไหน สิ่งหนึ่งที่ RIMOWA แทบไม่แตะเลยคือกระบวนผลิตในโรงงานที่สืบทอดมาหลักศตวรรษ โดยในบรรดาหมวดหมู่สินค้าที่มีเพิ่มขึ้นมากมายจะเห็นได้ว่าเอกลักษณ์ของแบรนด์อย่างลาย Groove ก็ยังคงความโดดเด่นนี้ไว้ในหลายคอลเลกชั่นหลักของแบรนด์

6. สร้าง personality และเรื่องราวให้กระเป๋า

สำหรับแบรนด์ RIMOWA มีคำกล่าวที่วิศวกรและ craftsman ผู้ทำกระเป๋าของแบรนด์มักพูดกันคือ ‘aluminium has Persönlichkeit’ โดยคำว่า Persönlichkeit เป็นภาษาเยอรมันที่แปลว่า personality นั่นเอง ความหมายคือยิ่งใช้กระเป๋าอลูมิเนียมไปนานเท่าไหร่ก็ยิ่งมีเรื่องราวมากขึ้นและกระเป๋านั้นจะสะท้อนตัวตนของเจ้าของและกลายเป็นบันทึกการเดินทางท่องเที่ยวคู่ใจตลอดเส้นทางการเดินทาง

คำกล่าวนี้ไม่ใช่เพียงคำกล่าวลอยๆ เพราะกระเป๋าแต่ละใบของ RIMOWA สามารถสั่งซื้อแบบ customize ตามความชอบส่วนตัวของแต่ละคนได้ ทั้งสามารถเลือกสีล้อและสีของที่ถือกระเป๋า สั่งทำป้ายกระเป๋าเป็นสีและชื่อของตัวเองหรือคำที่อยากใส่ได้ ไปจนถึงมีหมวดสติ๊กเกอร์รูปเมืองต่างๆ ขายสำหรับติดสะสมว่าเคยเดินทางไปที่ไหนมาแล้วบ้าง ซึ่งแบรนด์บอกว่าการติดสติ๊กเกอร์เหล่านี้เป็นการเพิ่ม personal touch ที่ใส่เรื่องราวของผู้เดินทางทำให้กระเป๋าแต่ละใบไม่เหมือนกันเลย

ทั้งนี้หากใครที่ใช้กระเป๋ามาเนิ่นนานแล้วอยากซ่อมหรืออยากขาย ทางแบรนด์ก็มีโครงการชื่อ Re-Crafted ซึ่งมีทางเลือกคือสามารถนำกระเป๋า RIMOWA ที่ผ่านการใช้งานมาอย่างหนักมาให้ทีมผู้เชี่ยวชาญของแบรนด์ซ่อมแซมให้เหมือนใหม่ได้ หรือหากกระเป๋าใบโปรดกลายเป็น pre-loved ที่อยากขายต่อก็สามารถเอากลับมาขายที่ร้านของ RIMOWA เพื่อรับ voucher ส่วนลดสำหรับซื้อกระเป๋าของแบรนด์ใบใหม่ได้เช่นกัน

พิเศษกว่านั้นคือในเว็บไซต์ของแบรนด์ระบุไว้ว่ามี lifetime guarantee สำหรับทุกคนที่ซื้อกระเป๋าเดินทาง RIMOWA ตั้งแต่ 25 กรกฎาคม 2022 เป็นต้นไปซึ่งครอบคลุมการซ่อมแซมฟังก์ชั่นในทุกส่วนของกระเป๋า ซึ่งการที่แบรนด์หนึ่งจะการันตีขนาดนี้ได้แปลว่าต้องมั่นใจในคุณภาพของสินค้าที่ผลิตมากๆ ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมผู้คนถึงรู้สึกคุ้มค่าที่จะลงทุนในการซื้อกระเป๋าเดินทางคุณภาพดีแบบ RIMOWA

ภาพ :

อ้างอิง :

Tagged:

Writer

Craft Curator, Chief Dream Weaver, Lifestyle Columnist, Editor-in-Cheese, Design Researcher 'Instagram : @rata.montre'

You Might Also Like