นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้คุกกี้

บริษัท ทุนดี จำกัด (“บริษัท”) มีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์เพื่อรับประกันการให้บริการของเว็บไซต์ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทรับประกันว่าจะใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎ หมายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการใช้คุกกี้บางประเภทที่อาจดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก ทั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ บริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและตกลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์นี้... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

Love Coach

ความรักมีปัญหาอยู่ไหม? ส่องธุรกิจเพื่อความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกับภาพยนตร์ Long Live Love!

คำเตือน : บทความเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์

สำหรับคนชอบดูหนังโรแมนติกหวานเยิ้มแบบเรา การได้ดูหนังรักดราม่ารสชาติหวานขมสักเรื่องก็ถือเป็นเมนูตัดเลี่ยนที่นานๆ ได้กินทีก็ดีเหมือนกัน

Long Live Love! คือภาพยนตร์เรื่องล่าสุดที่เข้าข่ายนั้น หนังเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่พาร์ตโรแมนติก-ดราม่าที่ช่วงหวานก็ว้านหวาน แต่พอถึงพาร์ตขมก็ขมเข้ม หนังยังมีความฮาเป็นตัวตัดเลี่ยนและความแฟนตาซีเป็นลูกเล่น 

ยิ่งได้การแสดงจากตัวพ่อตัวแม่อย่าง ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ และอารยา เอ ฮาร์เก็ต รวมถึงดาวรุ่งน่าจับตาของวงการบันเทิงไทยอย่าง รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง ไหนจะ cameo นักแสดงจากเนื้อคู่อยากรู้ว่าใคร–ผลงานสร้างชื่อของผู้กำกับ เท่านี้ก็คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

หนังเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ติดๆ ดับๆ ของสติ (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์) กับเมตตา (อารยา เอ ฮาร์เก็ต) คู่รักที่คบกันมานานถึงขั้นแต่งงานมีลูกด้วยกัน สติเป็นสามีที่เป็นเหมือนฝันร้ายของภรรยา ทั้งมีชู้ ชอบไปอาบอบนวด ไม่ได้ทำตัวเป็นพ่อที่ดี ฯลฯ แต่เมื่อความสัมพันธ์ดำเนินมาถึงจุดที่กำลังจะแตกหัก สติกลับประสบอุบัติเหตุทำให้ความจำเสื่อมชั่วคราว  มากกว่านั้นคือเขาค้นพบพลังวิเศษที่จะเรียกความทรงจำในอดีตให้กลับมาได้ผ่านภาพถ่ายเก่า ลำบากทั้งเมีย ทั้งลูก ทั้งคนรอบข้างที่ต้องช่วยกันเรียกความทรงจำในอดีตกลับมา ระหว่างทางนั้นชายหนุ่มก็ได้เรียนรู้คุณค่าของความสัมพันธ์ครอบครัวที่ตัวเขาเองทำให้มันร้าวฉาน ซึ่งเขาอาจจะไม่มีโอกาสได้ซ่อมแซมมันแล้วก็ได้

แน่นอนว่าเรื่องราวของสติกับเมตตานั้นไม่ได้เป็นภาพแทนของคู่รักทุกคู่ แต่อย่างน้อย Long Live Love! ก็ทำให้เราได้เห็นทั้งแง่งามและไม่งามของความสัมพันธ์ โดยเฉพาะความสัมพันธ์แบบคนรักที่คบกันมานานว่าต้องประสบพบเจออะไรบ้าง ที่สำคัญ หนังทำให้เห็นว่าการแต่งงานไม่ใช่จุดสูงสุดของความสัมพันธ์ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ที่จะมีบททดสอบตามมาอีกเป็นพรวน 

ในความเป็นจริง เชื่อได้เลยว่ามีคู่รักหลายคู่ที่กำลังประสบปัญหาในความสัมพันธ์แบบสติกับเมตตา ในทำนองที่ว่าจะมูฟออนก็ไม่ได้ แต่จะให้กลับไปรักกันเหมือนเดิมก็ลำบาก  ซึ่งเชื่อไหมว่าในโลกของธุรกิจ มีบริการที่เกิดขึ้นเพื่อแก้ pain point ของความสัมพันธ์แบบนี้อยู่มากมาย ตอบโจทย์ได้ไม่ว่าคุณจะอยากซ่อมความสัมพันธ์หรือเลือกจะจบมัน บางบริการกำลังเป็นกระแส บางบริการก็ทำให้อุทานว่าคิดได้ไง 

และหากสติกับเมตตามีตัวตนในโลกความจริง นี่คือธุรกิจที่เราอยากแนะนำให้พวกเขาไปสมัครเป็นลูกค้า

อยากเริ่มต้นใหม่กับคนเดิม (หรือคนใหม่ก็ได้ ลุยเลยสาว!)

ปกติแล้ว เวลาคู่รักอยากซ่อมความสัมพันธ์พังๆ หลายคนต้องนึกถึงการไปหา Couples Therapist หรือนักจิตบำบัดสำหรับคู่รัก เหมือนที่เราเห็นในหนังฝรั่งหลายเรื่อง (ใน Long Live Love! ก็มีซีนไปหาหมอเพื่อเยียวยาความสัมพันธ์ฟีลนี้เหมือนกัน)

แต่ถ้าใครลองแล้วไม่เวิร์ก หรือไม่อยากจะเข้าสู่กระบวนการบำบัดขนาดนั้น เราขอแนะนำให้รู้จัก Relationship Coach หรือที่ปรึกษาด้านความสัมพันธ์

Relationship Coach หรือบางคนอาจเรียกว่า Love Coach เป็นบริการที่แตกแขนงออกมาจาก Life Coach หรือที่ปรึกษาชีวิตที่เราคุ้นชินกัน พูดอย่างนี้บางคนอาจรู้สึกหยึยๆ จากภาพจำของไลฟ์โค้ชที่เคยมี แต่ในต่างประเทศ อุตสาหกรรมไลฟ์โค้ชถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และยังเป็นที่ต้องการของคนอยู่  อาจเพราะคนบ้านเขานับว่าการปรึกษาปัญหาชีวิตกับผู้เชี่ยวชาญคือการดูแลตัวเอง (self-care) อย่างหนึ่งที่ไม่ได้มีเพียงคนรวยเท่านั้นที่ทำ แต่หลายคนต้องการมันอย่างจริงจังเพื่อจะได้ไปถึงเป้าหมายต่างๆ ของชีวิต

เป้าหมายด้านความรักก็เช่นกัน โดยหนึ่งในแบรนด์สุดป๊อปที่ให้คำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์คือ Relationship Hero บริการให้คำปรึกษาตามสั่งที่จะแนะนำเรื่องความสัมพันธ์และการไปเดต ก่อตั้งโดย Liron Shapira ที่ได้ไอเดียมาจากวันหนึ่งที่เขาต้องไปเดตแล้วรู้สึกประหม่ามาก ไม่รู้จะคุยอะไรให้คู่เดตสนใจ แต่ก่อนไปก็ได้คำแนะนำดีๆ จากเพื่อนสนิทที่ทำให้เดตนั้นราบรื่นไปได้ เขาคิดว่าคงมีใครอีกหลายคนอยากได้คำแนะนำฟีลนี้ จึงก่อตั้ง Relationship Hero ขึ้นมา

บริการของพวกเขาก็อำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้แบบสุดๆ เพราะทำได้ทั้งโทร ส่งข้อความ หรือแชตหาโค้ชได้ตลอด 24 ชั่วโมง แถมยังปรึกษาได้ตั้งแต่เรื่องเล็กจ้อยอย่างแมตช์ทินเดอร์แล้วจะทักเขาไปยังไงดี ไปจนถึงถ้าอยากเขียนเมลง้อแฟนแบบซึ้งๆ ต้องเขียนยังไง โดยมีโค้ชในสังกัดคอยให้บริการกว่า 70 คน 

ให้การเลิกกันเป็นของขวัญของเรา

แต่ถ้าใครพอแล้ว อยากเลิกกับแฟนแล้ว แต่ก็ไม่อยากร้องไห้เสียใจ เราขอแนะนำวิธีรับมือกับการจบความสัมพันธ์แบบใหม่–ก็ฉลองมันซะเลยสิ!

2023 คือปีที่ทำให้เราเห็นว่านี่คือยุคแห่งการ empowering อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะรูปร่าง เพศ สีผิว ตัวตน แม้กระทั่งเรื่องการเลิกกันของคู่รักก็ไม่เว้น เห็นได้ชัดจากการเสิร์ชคำว่า ‘ไอเดียปาร์ตี้ฉลองการหย่า’ และ ‘เค้กฉลองวันเลิกกัน’ ในเสิร์ชเอนจินที่สูงขึ้นถึง 55% และ 100% ตามลำดับ ทำให้มีธุรกิจมากมายที่ผุดขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้ ทั้งออร์แกไนซ์อีเวนต์ฉลองการหย่า ทริปเยียวยา celebrate ความโสด หรือกล่องสุ่มที่สามารถซื้อเป็นของขวัญวันเลิกให้ตัวเอง

หนึ่งในนั้นคือ ‘The Break Up Box’ แบรนด์กล่องสุ่มจากนิวซีแลนด์ ก่อตั้งโดย Saskia Shaw หญิงสาวที่เปลี่ยนอาการใจสลายให้กลายเป็นธุรกิจ เธอเพิ่งหลุดพ้นจากความสัมพันธ์สุดท็อกซิก และได้ไอเดียในการทำสินค้ามาจากปาร์ตี้ฉลองการเลิกราที่จัดกับเพื่อนสนิท เมื่อเพื่อนๆ ถือเค้กที่เขียนว่า bye-bye toxic มาให้ ซัสเกียก็คิดว่าการให้ของขวัญตัวเองที่มูฟออนจากความสัมพันธ์แย่ๆ นี่มันช่างดีจัง

เพียงเท่านั้น ธุรกิจกล่องของขวัญเพื่อคนใจสลายของเธอก็เกิดขึ้น โดยหยิบประโยค bye-bye toxic มาตั้งเป็นหนึ่งในชื่อคอลเลกชั่นกล่องของขวัญ ก่อนจะตามมาด้วยคอลเลกชันอื่นๆ ที่ล้วนตั้งใจเชียร์อัพผู้รับว่าเธอสวย เธอปัง และคนแบบเธอหาแฟนใหม่ได้อยู่แล้ว เช่น The Glow Up Collection, The Cheated On Collection, The Get Back On It Collection ซึ่งแต่ละกล่องก็เต็มไปด้วยไอเทมฮาๆ ไปจนถึงสินค้า self-care ชุบชูใจ ทั้งสครับผิว ช็อกโกแลต หลอดรูปจู๋ ไปจนถึงถุงยาง 

รักตัวเอง พูดง่าย ทำยาก…แต่ฝึกได้นะ

หรือหากใครไม่ใช่สายปาร์ตี้ แต่ยังอยากหากิจกรรมที่จะทำให้รักตัวเองได้ดีขึ้น (แบบเมตตาใน Long Live Love!) เราขอแนะนำสินค้าตัวช่วยฝึกฝนเรื่อง self-love ที่จะทำให้คุณกลับมารู้สึกเต็มในตัวเองอีกครั้ง

ถ้าลองเสิร์ชในเว็บไซต์จะเห็นได้เลยว่ามีสินค้า self-love practice ผุดขึ้นมามากมาย แต่หนึ่งในไอเทมที่เราอยากหยิบมาแนะนำคือการ์ดเกม 150 New Ways To Love Yourself จากแอ็กเคานต์ไอจีดัง We’re Not Really Strangers ซึ่งถ้าว่ากันตามตรงก็ไม่ได้ตั้งตนเป็นธุรกิจอะไรขนาดนั้น แต่ Koreen เจ้าของแอ็กเคานต์คือศิลปินและนางแบบที่มีงานอดิเรกคือทำการ์ดเกมว่าด้วยความสัมพันธ์ และคงจะดีไม่น้อยที่มีโอกาสขายสินค้าให้ฟอลโลว์เวอร์หลักล้านของเธอ

และนางก็ไม่ได้ทำเล่นๆ เพราะการ์ดเกม New Ways To Love Yourself ถูกออกแบบมาให้เล่นสนุก เต็มไปด้วยคำถามและกิจกรรมที่ฉุกคิด ท้าทายผู้เล่น โดยตัวการ์ดเกมแบ่งออกเป็น 3 เลเวลคืออดีต (เพื่อย้อนกลับไปดูว่าผ่านอะไรมา หลงลืมคนที่เคยเป็นในอดีตไปหรือเปล่า กลับไปจูนกับเขาได้ไหม) ปัจจุบัน (ยอมรับตัวเองในปัจจุบันกันเถอะ) และอนาคต (สำรวจว่าอยากจะโตไปเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นไหน) ให้คุณเล่นกับตัวเองหรือเพื่อนได้อย่างสนุกสนาน

ทั้งหมดทั้งมวลนี้เกิดขึ้นเพราะอยากให้ทุกคนมั่นใจว่า ในวันที่ไม่มีคนรักข้างกาย คุณก็สามารถโอบกอดตัวเองอย่างเต็มแขนได้เช่นกัน

อ้างอิง

Writer

นักอยากเขียนผู้รักทะเลและฤดูหนาวพอๆ กับหนังสุขซึ้ง สนใจประเด็น gender และเรื่องป๊อปทุกแขนง

You Might Also Like