Office Therapy

เจาะลึกเทรนด์และโอกาสธุรกิจ Office Therapy ในวันที่คนวัยทำงานกว่า 60% เป็นออฟฟิศซินโดรม

ปวดคอ บ่า ไหล่หลัง ลุกก็โอย นั่งก็โอย ปัญหากวนใจมนุษย์ออฟฟิศที่ต้องนั่งอยู่หน้าคอมทั้งวัน จนเสี่ยงมีปัญหาสุขภาพตามมา ถึงขนาดที่กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยว่าคนวัยทำงานร้อยละ 60 มีภาวะ ‘โรคออฟฟิศซินโดรม’ โดย 3 อาการที่พบบ่อยคือ ปวดหลังเรื้อรัง, ไมเกรนและมือชา, เอ็นอักเสบและนิ้วล็อก

โดยกลุ่มวัยทำงานถือเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ของประเทศก็ว่าได้ ถ้าดูจากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่าปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรช่วงอายุ 25-54 ปี หรือกลุ่มวัยทำงาน เกือบ 30 ล้านคน หรือคิดเป็น 45% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ ด้วยอัตราการเกิดและการตายที่ลดลง และอายุเฉลี่ยของคนไทยที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีช่วงเวลาการทำงานที่ยาวนานขึ้น ทำให้คนกลุ่มนี้หันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้นด้วย

จึงเกิดเป็น Issue Office Therapy ที่ชาว Capital ตั้งใจนำเสนอเรื่องราวของเหล่าธุรกิจที่ช่วยแก้ pain ให้เหล่าพนักงานออฟฟิศ แต่ก่อนที่จะพาไปดูว่ามีธุรกิจบ้างนั้น เราขอพามาเจาะลึกถึงเทรนด์การดูแลสุขภาพของชาวมนุษย์ออฟฟิศและโอกาสการเติบโตของธุรกิจ Office Therapy กันก่อน

มนุษย์ออฟฟิศก้าวสู่ยุค active lifestyle

ในทุกวันนี้คนทำงานประจำไม่เพียงแต่ทำงานอยู่หน้าคอม 8 ชั่วโมง พอเสร็จงานก็ปิดคอมกลับบ้านไปพักผ่อนเท่านั้น แต่เริ่มหันมาสนใจ active lifestyle อย่างจริงจัง โดยไม่ได้เน้นออกกำลังกายอย่างหักโหม แต่เน้นไปที่ปรับกิจวัตรประจำวันให้ดี สามารถดูแลสุขภาพกายและใจได้อย่างต่อเนื่อง จนเกิดเป็นเทรนด์พฤติกรรมการดูแลสุขภาพมนุษย์ออฟฟิศในปี 2026 ได้แก่

  1. Active Lifestyle & Mobility : คนทำงานประจำเน้นขยับร่างกายให้มากที่สุดในชีวิตประจำวัน มากกว่าการหักโหมเข้าไปออกกำลังกายในยิม อย่างกิจวัตรประจำวันที่คนพูดถึงมากในช่วงนี้คือการเดินให้ถึงวันละ 10,000 ก้าว จะช่วยเผาผลาญพลังงาน และเดินหลังกินอาหารประมาณ 5-10 นาที จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดได้ดี
  2. Functional Strength : ออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน เช่น ยืดเหยียดร่างกายหรือเวทเทรนนิ่งด้วยท่าที่ช่วยแก้ปัญหาการนั่งทำงานนานๆ หรือแก้อาการออฟฟิศซินโดรม
  3. Smart & Social Fitness : ในยุคนี้คนไม่ได้อวดไลฟ์สไตล์หรูหราหรือถ่ายรูปของแบรนด์เนมลงโซเชียลอีกต่อไป แต่คนหันมาใช้สมาร์ตวอตช์ติดตามสุขภาพ ทั้งการออกกำลังกาย ไปจนถึงสุขภาพการนอนหลับ แล้วอัพลงโซเชียล เพื่อให้เกิดการพูดคุยกันระหว่างคนที่สนใจออกกำลังกายเหมือนกัน อีกทั้งการมีสมาร์ตวอตช์ยังทำให้รู้ถึงปัญหาสุขภาพของตัวเองและนำไปสู่การรักษาอย่างทันท่วงที
  4. Balanced Diet : ถ้าพูดถึงการดูแลสุขภาพสมัยก่อน คนจะนึกถึงการกินอาหารคลีน แต่ยุคนี้คนจะเน้นไปที่การเลือกกินแบบสมดุล คือสามารถกินแป้งหรือคาร์โบไฮเดตได้ แต่ต้องกินให้พอดีกับความต้องการของร่างกาย สามารถกินขนมหวานหรือน้ำหวานได้ แต่เลือกสั่งแบบหวานน้อยแทน ซึ่งการกินแบบนี้จะทำให้คนรู้สึกไม่ได้ฝืนร่างกายตัวเองมากเกินไปและทำได้ทุกวัน
  5. Recovery : การฟื้นฟูร่างกายทั้งสิ่งที่ทำได้เองอย่างการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไปจนถึงการพึ่งผู้เชี่ยวชาญอย่างการกายภาพบำบัด

โอกาสของธุรกิจ Office Therapy

คลินิกกายภาพบำบัด การรักษาโดยนักกายภาพบำบัด และศาสตร์การนวดแผนไทย กลายเป็นทางเลือกใหม่ของคนวัยทำงานที่เกิดอาการออฟฟิศซินโดรม รวมถึงผู้ที่มีอาการบาดเจ็บทางกล้ามเนื้อและกระดูกที่อาจเกิดจากการเล่นกีฬา การเดินทางเป็นเวลานาน ไปจนถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตต่างๆ

ซึ่งสามารถรักษาได้หลายวิธี เช่น การนวด การยืดเหยียดร่างกาย การใช้ความร้อนแสง การใช้คลื่นไฟฟ้า เพื่อฟื้นฟูร่างกายที่เสื่อมสภาพให้กลับสู่สภาพปกติ ยิ่งทุกวันนี้คนไม่ได้รอให้มีอาการเจ็บปวดแล้วค่อยไปรักษา แต่เลือกหาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดอาหารเจ็บปวดในอนาคต ทำให้ธุรกิจธุรกิจกายภาพบำบัดและธุรกิจที่ช่วยรักษาอากาศออฟฟิศซินโดรมมีโอกาสเติบโตสูงมาก

ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เผยว่าปัจจุบันธุรกิจกายภาพบำบัดในไทยมีจำนวน 175 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.01 ของธุรกิจทั้งหมดที่ดำเนินการอยู่ และมีมูลค่าทุน 1,665.55 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.007 ของธุรกิจทั้งหมดที่ดำเนินการอยู่ในประเทศไทย

นอกจากนี้ยังมีการสำรวจนักลงทุนที่เข้ามาในตลาดธุรกิจกายภาพบำบัดพบว่า มีแบรนด์กีฬาที่มองเห็นถึงโอกาสในการต่อยอดธุรกิจไปสู่ธุรกิจด้านสุขภาพได้เข้ามาลงทุนจัดตั้งคลินิกกายภาพบำบัด และศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬาขนาดใหญ่ในประเทศไทย เป็นการเสริมธุรกิจด้านกีฬาที่ดำเนินกิจการอยู่ ทำให้สามารถให้บริการได้อย่างครบวงจร และยังสามารถเก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้ใช้สินค้าและบริการ เพื่อนำไปพัฒนาสินค้าและบริการต่อไป

ด้วยกระแสความนิยมของธุรกิจกายภาพบำบัดและบริการที่ช่วยรักษาอาการออฟฟิศซินโดรมมีเพิ่มมากขึ้น ทั้งการเข้าใช้บริการของผู้บริโภคและการเข้ามาลงทุนในธุรกิจของนักลงทุน ธุรกิจที่จะฉายแสงอยู่ในตลาดนี้จึงต้องมีจุดแข็งที่แตกต่างและมีการปรับตัวให้ตอบโจทย์กับความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด

ที่มา

Writer

นักเขียนที่อยากเปลี่ยนเรื่องธุรกิจให้เป็นเรื่องสนุก และมีแมวกับกาแฟช่วยฮีลใจในทุกวัน

You Might Also Like