นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้คุกกี้

บริษัท ทุนดี จำกัด (“บริษัท”) มีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์เพื่อรับประกันการให้บริการของเว็บไซต์ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทรับประกันว่าจะใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎ หมายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการใช้คุกกี้บางประเภทที่อาจดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก ทั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ บริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและตกลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์นี้... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

KCG Group

วิธีบริหารธุรกิจฉบับ ดำรงชัย วิภาวัฒนกุล ผู้บริหาร KCG ผู้ผลิตคุกกี้กล่องแดงในตำนาน

ไม่ว่าจะผ่านไปกี่เทศกาล เมื่อพูดถึงของขวัญของฝาก เชื่อว่าหลายคนอาจนึกถึงคุกกี้กล่องแดง หรือคุกกี้แบรนด์อิมพีเรียล ที่หาซื้อได้ทั่วไปในราคาที่จับต้องได้

โดยคุกกี้แบรนด์นี้มี ตง ธีระนุสรณ์กิจ รับหน้าที่แม่ทัพใหญ่ มาตั้งแต่ปี 2528 และได้ส่งไม้ต่อมายัง ดำรงชัย วิภาวัฒนกุล ให้รับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในปัจจุบัน ต้องบอกว่า KCG ไม่ได้มีแค่คุกกี้กล่องแดงเท่านั้น แต่เป็นผู้ผลิตเนยและชีสรายใหญ่ของประเทศภายใต้แบรนด์อลาวรี่ และน้ำผลไม้แบรนด์ซันควิก เป็นต้น

ทว่าหากมองให้ลึกไปในองค์กร สิ่งที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจไม่ใช่ระยะเวลาการทำธุรกิจ แต่เป็นการวางยุทธศาสตร์และกลยุทธ์การตลาดอย่างแข็งแกร่ง และสอดรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ส่งผลให้ในปีที่ผ่านมา KCG สร้างสถิติเติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ มีรายได้จากการขาย 7,157 ล้านบาท เติบโต 16.2% จากปีก่อนหน้า และทำกำไรสุทธิ 305.9 ล้านบาท เติบโต 26.9%

Chanthaburi, Thailand, June 13, 2021: Imperial on shelf in supermarkets

ล่าสุด KCG ได้จัดงานประกาศวิสัยทัศน์ปี 2024 ภายใต้แนวคิด Transition Towards Sustainable Growth สร้างองค์กรสู่การเติบโตที่มั่นคง ยั่งยืน และพร้อมสู่อนาคตที่กำลังเปลี่ยนแปลง โดยมีดำรงชัย วิภาวัฒนกุล CEO คนใหม่นำทัพเหล่าผู้บริหารให้ข้อมูล

ดำรงชัยบอกว่า หลักการบริหารองค์กรของ KCG ประกอบด้วย 2 มิติหลัก คือ ยุทธศาสตร์ด้านวัฒนธรรมองค์กร (culture strategy) ที่ยึดหลัก Heart-driven – Expertise – Agile – Responsible – Teamwork โดยเชื่อมั่นว่าพนักงานจะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุเป้าหมาย และยุทธศาสตร์ทางธุรกิจ (business strategy) ซึ่งประกอบไปด้วย การยึดความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก การพัฒนาบุคลากร เสริมสร้างทักษะที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงาน การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต และการกระจายสินค้า รวมถึงการทำธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมภายใต้กรอบ ESG

ปัจจุบัน KCG เดินทางบนสายธุรกิจมาครบ 66 ปี มีสินค้ามากกว่า 2,000 ชนิด ใน 40 แบรนด์ ครอบคลุมใน 3 กลุ่มหลักคือ กลุ่มเนยและชีส, กลุ่มอาหารและวัตถุดิบเบเกอรี และกลุ่มขนมบิสกิต

“หลายคนอาจรู้จักเราจากคุกกี้กล่องแดงแบรนด์อิมพีเรียล จริงๆ แล้วกลุ่มสินค้าที่ขับเคลื่อนเรามากที่สุดคือ กลุ่ม daily product เนยและชีส สิ่งที่เราทำทั้งหมดในปีนี้ เพื่อต้องการสร้างภาพจำให้ทุกคนรู้ว่า เราไม่ได้มีแค่คุกกี้กล่องแดง”

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพื่อแค่สร้างยอดขาย แต่เพื่อทำในสิ่งที่ดีอยู่แล้ว ให้ดีขึ้นไปอีก

อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ ปีที่ผ่านมาวงการอาหารและเครื่องดื่มมีอะไรเกิดขึ้นมากมายจริงๆ จนเข้าสู่ปี 2024 เราเองก็ตั้งตารอเหมือนกันว่าอะไรจะมาแรง อะไรจะไปเร็ว หรือจะเกิดเทรนด์อาหารใหม่ๆ น่าจับตามอง

ภายในงานได้มีการรีแคป 5 เทรนด์อาหารตะวันตกที่กำลังมาแรงและคนทำธุรกิจอาหารต่างให้ความสนใจ มาดูกันว่าเทรนด์อาหารที่มาแรงในช่วงปีที่เหลือมีอะไรบ้าง?

1. Health Beliefs : ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับอาหารเพื่อสุขภาพ มากขึ้น มองหาอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน เน้นผักผลไม้ โปรตีนดี และไขมันดี หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป น้ำตาล และไขมันอิ่มตัว

2. Naturally Functional : อาหารที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ หรือมีการเติมวิตามินเพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการกำลังเป็นที่นิยม ตัวอย่างเช่น อาหารที่มีส่วนผสมของโพรไบโอติกส์ พรีไบโอติกส์ สารต้านอนุมูลอิสระ หรือกรดไขมันโอเมก้า 3 เป็นต้น

3. Weight Wellness : ผู้บริโภคใส่ใจเรื่องรูปร่างมากขึ้น มองหาอาหารที่ช่วยควบคุมน้ำหนัก เน้นอาหารที่มีแคลอรีต่ำ ไฟเบอร์สูง โปรตีนสูง และไขมันต่ำ

4. Snackification : เทรนด์อาหารว่างที่สะดวก ทานง่าย พกพาง่ายกำลังเติบโต ผู้บริโภคต้องการอาหารว่างที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทานแล้วอิ่มนาน

5. Sustainability : ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น มองหาผลิตภัณฑ์อาหารที่ผลิตอย่างยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลังงาน น้ำ และทรัพยากรธรรมชาติ

เทรนด์อาหารเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค ธุรกิจอาหารต้องปรับตัวเพื่อตอบสนองความต้องการเหล่านี้ โดยพัฒนานวัตกรรมอาหารใหม่ๆ ที่มีความอร่อย ดีต่อสุขภาพ สะดวก และยั่งยืน

“ปีที่ผ่านมาโลกเราเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว มีความผันผวน ความไม่แน่นอนเยอะมาก การที่เราจะอยู่รอดในโลกแบบนี้ ถ้ายังทำอะไรแบบเดิมๆ ไม่กล้าเปลี่ยนแปลง ผมว่าธุรกิจก็ประสบความสำเร็จได้ยาก ที่ผ่านมา KGC ก็ทำอะไรมาเยอะ ก็มีทั้งสิ่งที่เราทำได้ดี และสิ่งที่ต้องปรับปรุงอีกเยอะ เราแค่ไม่หยุดพัฒนา และเดินหน้าทำในสิ่งที่ดีต่อไป” ดำรงชัยพูดทิ้งท้าย

Writer

นักเขียนที่สนใจเรื่องธุรกิจ การตลาด และความเป็นไปในสังคม

Illustrator

บรรณาธิการศิลปกรรม Email: y.pongtorn@gmail.com

You Might Also Like