นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้คุกกี้

บริษัท ทุนดี จำกัด (“บริษัท”) มีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์เพื่อรับประกันการให้บริการของเว็บไซต์ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทรับประกันว่าจะใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎ หมายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการใช้คุกกี้บางประเภทที่อาจดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก ทั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ บริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและตกลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์นี้... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

1298
October 29, 2024

‘ผู้นำที่ดีต้องฮีลใจตัวเองเป็นก่อนลีดองค์กร’ ข้อคิดการ Lead Well จาก DRAGONFLY H.E.A.L SUMMIT 2024

1. Lead Well ในแบบของ ‘แพม, วู้ดดี้, ซินดี้’

แรงบันดาลใจในการทำ Dragonfly มาจากประสบการณ์ส่วนตัวของผู้ก่อตั้งทั้งสามคนที่ค้นพบว่าการเปลี่ยนแปลงตัวเองทำให้ชีวิตการทำงานดีขึ้นและนำทีมได้ดีขึ้น

  • การหาสมดุลของผู้หญิงที่ทำงานในธุรกิจรถยนต์ของแพม–ประนัปดา พรประภา จิราธิวัฒน์

แพมมีแบ็กกราวนด์เป็นนักธุรกิจหญิงที่ทำงานในธุรกิจครอบครัวอุตสาหกรรมรถยนต์และการผลิต (automobile and manufacturing) ซึ่งเป็นโลกการทำงานที่ล้อมรอบด้วยผู้ชายเป็นส่วนใหญ่ จนช่วงหนึ่งของชีวิตแพมรู้สึกว่าชีวิตที่มุ่งเน้นการทำงานและได้รับแต่พลังงานผู้ชาย (masculine energy) ทำให้ป่วยและนอนไม่หลับ หลังจากค้นหาวิธีรักษาสุขภาพ ทั้งคลินิกที่ให้คำปรึกษาเรื่องการนอนและยานอนหลับ แพมก็ค้นพบว่าวิธีดูแลสุขภาพใจที่ยั่งยืนยังมีอีกหลายวิธีทั้งการนั่งสมาธิ, การฝึกหายใจ breathwork ฯลฯ ซึ่งเมื่อสุขภาพดีก็ส่งผลให้ทำงานอย่างสมดุลขึ้นจนกลายเป็นแรงบันดาลใจในการก่อตั้ง Dragonfly

  • การเปลี่ยนตัวเองเป็นผู้นำที่รับฟังของวู้ดดี้–วุฒิธร มิลินทจินดา

สิ่งที่วู้ดดี้ได้เรียนรู้คือเมื่อสวมบทบาทเจ้านาย เราทุกคนควรตระหนักรู้ว่าเราเป็นผู้นำแบบไหนและกำลังส่งพลังงานแบบไหนออกไป เช่น หากมีมุมมองว่าผู้นำคือคนออกคำสั่งและลูกน้องต้องทำตามเท่านั้น ก็จะส่งผลให้ผู้นำไม่เปิดโอกาสให้ทีมกล้าแสดงออก ไม่รับฟังความคิดเห็นของลูกน้อง บางครั้งอาจเกิดความรู้สึกโกรธทำให้ความสัมพันธ์แย่ได้ ผู้นำที่ดีที่ควรหันมาดูแลใจตัวเองและมีทักษะที่สามารถตระหนักรู้ในข้อผิดพลาดของตัวเอง สร้างความไว้เนื่อเชื่อใจกับทีม ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและความจริงใจในการเป็นทีมเดียวกันได้มากขึ้น โดยวู้ดดี้ยังมีความตั้งใจอยากทำให้พนักงานในบริษัทอยู่ด้วยกันแบบครอบครัวที่รับฟังกันมากขึ้นด้วย  

  • การยอมรับว่าผู้นำไม่จำเป็นต้องเพอร์เฟกต์ ของซินดี้–สิรินยา บิชอพ

ซินดี้บอกว่าเมื่อก่อนตัวเองเป็นคนคิดเยอะและแคร์ความรู้สึกคนอื่นมากทำให้ในบางครั้งรู้สึกว่าไม่กล้าตัดสินใจ และกลายเป็นผู้นำที่พยายามเพอร์เฟกต์ตลอดเวลา อยากเป๊ะในทุกเรื่อง จนสุดท้ายตกตะกอนว่าคนเราควรยอมรับว่าผู้นำที่ดีไม่จำเป็นต้องเก่งทุกอย่างหรือมีคำตอบสำหรับทุกคำตอบก็ได้ แค่สามารถตระหนักถึงจุดอ่อนของตัวเองและหาทีมที่มาเสริมจุดแข็งในสิ่งที่ตัวเองไม่มี สร้างทีมจากคนที่มีหลากวิธีคิด หลายมุมมองเพื่อรวมพลังสร้างอิมแพกต์ไปด้วยกันได้

2. การสร้างสมดุลระหว่างพลังงานชายและหญิง

นิยามความเท่าเทียมสำหรับ Dragonfly ในวันนี้ไม่ใช่แค่บทสนทนาที่อยากพูดกับผู้หญิงเพื่อรณรงค์ความเท่าเทียมทางเพศเท่านั้นเพราะสังคมต้องการความร่วมมือจากทุกเพศ นอกจากนี้ในทางพลังงานในปัจเจกบุคคลแล้ว ทุกคนล้วนมีพลังงานผู้ชายและผู้หญิงทั้งสองรูปแบบในตัวเองเหมือนหยินและหยาง โดยพลังงานผู้ชาย (masculine energy) หมายถึง Doing การลงมือทำ ความมุ่งมั่น มั่นใจ การแก้ปัญหา การมุ่งสู้เป้าหมาย ส่วนพลังงานผู้หญิง (feminine energy) หมายถึง Being หรือการโอบรับในตัวตน อยู่กับปัจจุบัน

สำหรับโลกของการเดินทางภายใน ความสมดุลคือการบาลานซ์พลังงานทั้งสองรูปแบบในตัวเอง Megha Srisethi Managing Director และ Co-founder ของ Deemoney ได้แชร์ในเซสชั่นทอล์ก ‘Redefining Superwoman: Balancing Ambition with Inner Peace’ ว่าจากที่เธอเป็นผู้หญิงรักงานที่เริ่มทำธุรกิจตั้งแต่อายุ 23 และพุ่งชนเป้าหมายทางการงานมาตลอด ความสมดุลของชีวิตคือการที่เธอกลับมาเห็นความสำคัญของการโอบรับพลังงานผู้หญิงในตัวเองทำให้เกิดความรู้สึกเติมเต็ม (wholeness) ในตัวเองมากขึ้น

ในขณะเดียวกันซินดี้เองก็แชร์บทบาทคุณแม่ที่มีทั้งลูกชายและลูกสาวว่าเธอเองก็ต้องสนับสนุนลูกชายให้เติบโตมาเป็นผู้ชายที่อ่อนโยน มีความเคารพและชื่นชมผู้หญิงเช่นกัน ส่วนวู้ดดี้ก็บอกว่าผู้นำที่ประทับใจคือแม่ที่มีความเมตตาซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูก ดังนั้นหนึ่งในหนทางสู่การสร้างสังคมที่เท่าเทียมจึงเป็นการที่ทุกคนสร้างความสมดุลให้ตัวเองก่อนแล้วส่งพลังสนับสนุนกันและกันเพื่อสร้างความเท่าเทียมในโลกภายนอกต่อไป

3. การสร้างความเชื่อมั่นและพลังบวกในชีวิตประจำวัน 

การเพิ่มพลังบวกและลดพลังลบคือวิธีที่เรียบง่ายแต่ทำจริงยาก ทุกคนล้วนรู้ว่าเราต้องเชื่อมั่นในตนเองและลดการบ่นลง แต่จะทำยังไงให้ทำได้จริง ต้องลองฟังเทคนิคจากสองนักเขียนเจ้าของผลงานหนังสือขายดีระดับโลก 

  • เคล็ดลับ Manifest ให้กลายเป็นตัวเราในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดโดย Roxie Nafousi

หลายคนน่าจะรู้จัก Roxie Nafousi ผู้เขียนหนังสือ ‘Manifest: 7 Steps to Living Your Best Life’ หนังสือของเธอสรุปขั้นตอนง่ายๆ ในการเนรมิตสิ่งที่ต้องการด้วยกฎแรงดึงดูดของจักรวาลไว้ 7 ข้อ ได้แก่  ‘1. Be clear in your vision 2. Remove fear and doubt. 3. Align your behaviour 4. Overcome tests from the universe 5. Embrace gratitude without caveats 6. Turn envy into inspiration  7. Trust in the universe’ 

ในเวที Dragonfly ที่ผ่านมาโรซี่ได้เล่าถึงเคล็ดลับในการ manifest คือการ step into character หรือการสวมบทบาทและลงมือทำในสิ่งที่คิดว่าตัวเราในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดจะทำ หากเกิดความอิจฉาผู้อื่นให้เปลี่ยนความรู้สึกนั้นเป็นการชื่นชม สิ่งที่คนส่วนใหญ่มักจะพลาดในการ manifest คือความหมกมุ่นที่อยากให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นดังใจหวังซึ่งในความจริงแล้วความหมุกมุ่นเวลาอยากได้สิ่งใดมากๆ นี้แสดงให้เห็นถึงความกลัวและความสิ้นหวัง โรซี่แนะนำให้ผูกอารมณ์กับผลลัพธ์ให้น้อยที่สุด ฝึกสร้างความพึงพอใจและรักตัวเองเสมือนเราเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดตั้งแต่วันนี้

  • เทคนิคสร้าง Complaint-Free World ให้ตัวเองแบบ Will bowen

นิสัยหนึ่งที่หลายคนแก้ไม่ได้คือการบ่นคร่ำครวญไม่รู้จบถึงปัญหาชีวิต Will Bowen เป็นผู้เขียนหนังสือ A Complaint free World ที่ขายดีทั่วโลกและมาแชร์เทคนิคการไม่สานต่อบทสนทนาการบ่นจากคนอื่นในชีวิตจำประจำวัน เริ่มจากการรู้ว่าทำไมผู้คนถึงชอบบ่นด้วยเทคนิคง่ายๆ คือ ‘GRIPE’ ที่ประกอบด้วย 5 ข้อ ได้แก่

  1. G–get attention ผู้คนมักนำการบ่นมาเป็นประเด็นในการพูดคุยเพื่ออยากคอนเนกต์และได้รับความสนใจจากผู้อื่น ทางแก้ง่ายๆ คือพลิกหัวข้อไปชวนคุยเรื่องอื่นในมุมที่เป็นแง่บวก
  2. R–remove responsibility คนเรามักจะบ่นในสิ่งที่ไม่อยากทำ ทางแก้ที่แท้จริงคือการชวนคุยกับอีกฝ่ายว่าหากสามารถแก้ปัญหาได้ คุณจะลงมือทำอะไรบ้าง
  3. I–inspire envy คนเรามักบ่นถึงผู้คนที่ต่างจากเราหรือมีอำนาจเหนือกว่าเรา ทางแก้คือการพูดชื่นชมอีกฝ่ายในเรื่องที่กำลังบ่นอยู่
  4. P–power หากเจอคนที่บ่นถึงผู้อื่นเป็นประจำ นั่นอาจแปลว่าคนผู้นั้นอยากให้มีคนเข้าข้างตัวเอง ซึ่งในบางสถานการณ์อาจเหมาะสมที่จะเลี่ยงออกมาและออกตัวว่าคุณไม่เกี่ยวกับปัญหานั้น
  5. E–excuse poor performance ในบางครั้งเมื่อผู้คนล้มเหลวและเริ่มบ่น สิ่งที่ทำได้เพื่อหยุดพลังลบคือการชวนคุยว่าครั้งหน้าเขาจะปรับปรุงและแก้ปัญหานั้นได้ยังไง

4. ทางเลือกหลากหลายของการฮีลใจ

หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของงาน Dragonfly คืออยากให้เกิดการตระหนักรู้ว่าการดูแลสุขภาพไม่ได้มีแค่การออกกำลังกายเท่านั้น แต่มีกิจกรรมดูแลจิตใจหลากหลายศาสตร์ นอกจากทอล์กในงานจึงมีโซน Wellnest ที่รวมศาสตร์ของการบำบัดและการดูแลตนเองหลายแขนง เช่น เวิร์กช็อป Flower Mandala with Sound Healing จาก Chiva-som ที่อ่านพลังงานของเราจากการจัดดอกไม้, กิจกรรม Cacao Ceremony ที่เปิดโอกาสให้ทานเครื่องดื่มจาก cacao ซึ่งเปรียบเสมือนยาจากธรรมชาติและทำพิธีที่ระลึกถึงความรู้สึกขอบคุณของชีวิต และยังมีโซนให้คำปรึกษาและบำบัดแบบส่วนบุคคล โซนเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ไปจนถึงตลาด Bazaar ที่มีสินค้าเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจให้เลือกสรร

นอกจากงาน summit ที่วางแผนจะจัดทุกปีแล้ว Dragonfly ยังมีกิจกรรม retreat และ academy ที่จัดกิจกรรมดูแลสุขภาพใจไปจนถึงเทรนนิ่งให้บริษัทต่างๆ ด้านการเป็นผู้นำแบบองค์รวมที่ดีเพื่อตั้งเป้าเป็นแพลตฟอร์มที่สร้างคอนเนกชั่นและโอกาสด้านความเป็นผู้นำและความเท่าเทียมในระยะยาว ทั้งนี้วู้ดดี้บอกว่าทุกวันนี้ไม่มีภาพความสำเร็จของ Dragonfly ที่ฝันไว้แต่อยากให้แพลตฟอร์มนี้สามารถสร้างกิจกรรมและคอมมิวนิตี้ที่ผู้คนอยากได้โดยคาดว่าคอมมิวนิตี้นี้จะเติบโตแบบออร์แกนิกตามสังคมที่ตระหนักรู้เรื่องความเท่าเทียมและการเป็นผู้นำที่ดีมากขึ้นในอนาคตต่อไป

 

You Might Also Like