นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้คุกกี้

บริษัท ทุนดี จำกัด (“บริษัท”) มีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์เพื่อรับประกันการให้บริการของเว็บไซต์ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทรับประกันว่าจะใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎ หมายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการใช้คุกกี้บางประเภทที่อาจดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก ทั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ บริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและตกลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์นี้... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

หมายเลขที่ท่านเรียก

ถอดรหัสความหมายของตัวเลขในชื่อเรียกแบรนด์และร้านดัง 1-9

ถ้าเราสังเกตชื่อร้านหรือแบรนด์จะพบว่ามีจำนวนไม่น้อยที่ชื่อมี ‘ตัวเลข’ เข้ามาเกี่ยวข้อง อาจด้วยความบังเอิญหรือความง่ายต่อการจดจำก็ตาม

หากกรอกในช่องค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดจำพวก ร้าน ชื่อ ตัวเลข คุณจะได้พบกับสารพันตำราทางโหราศาสตร์ที่เกี่ยวข้อกับการตั้งชื่อด้วย ‘เลขศาสตร์’ หรือการถอดรหัสตัวเลขออกมาเป็นสิริมงคลทั้งหลายตามความเชื่อด้วยเหมือนกัน

เป็นไปได้ว่าเหล่าหมายเลขที่ปรากฏบนชื่อเรียกของแบรนด์อาจมีความหมายสำคัญมากกว่าทำหน้าที่ห้อยท้ายให้จดจำง่ายเท่านั้น แต่ไม่ว่าจะอิงตามหลักการใด ก็ต้องยอมรับว่าร้านรวงที่มีชื่อเรียกเป็นหมายเลขล้วนมีความน่าสนใจ และทำให้เราเกิดความสงสัยได้จริงๆ จนอยากชวนมาหาความหมายของตัวเลขที่ซ่อนอยู่ในชื่อแบรนด์ต่อไปนี้ 

หมายเลข 1

สุกี้ยากี้ นัมเบอร์วัน 金牌火鍋

จากสุกี้แต้จิ๋วสูตรต้นตำรับกว่า 60 ปี ของต้นตระกูลธีรวชิรกุล ต่อยอดมาสู่จักรวาลร้านสุกี้ของลูกหลานและคนในครอบครัวหลากหลายแบรนด์ที่ล้วนเป็นสูตรเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นโอเด้ง เอี้ยวฮั้ว เอี่ยวไถ่ และนัมเบอร์วัน

สุเวทย์ ธีรวชิรกุล หนึ่งในทายาทเจ้าของสูตรสุกี้ เล่าเอาไว้ว่าแรกเริ่มร้านที่เป็นเครือญาติคนในครอบครัวเหล่านี้ใช้สูตรเดียวกันทั้งหมดจากอากง แต่ต่อมาต่างคนต่างก็นำไปปรับและทำในแบบของตัวเอง ซึ่งสายครอบครัวของเขาคือร้านสุกี้นัมเบอร์วัน เปิดสาขาแรกที่สะพานควาย และมีช่วงที่ต้องหยุดกิจการไปนานถึง 10 ปี เนื่องจากไม่มีคนสานต่อ ก่อนจะนำกลับมาเปิดอีกครั้งในรูปโฉมใหม่ที่ทันสมัยและได้มาตรฐานกว่าเดิม ภายใต้การบริหารของ ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด (มหาชน) บริษัทในเครือเดียวกับข้าวมาบุญครอง และศูนย์อาหาร Food Legends by MBK โดยการนำของสุเวทย์เอง

ส่วนที่มาของชื่อร้านสุกี้ยากี้หมายเลข 1 หรือนัมเบอร์วัน น่าจะมาจากความเป็นร้านสุกี้ต้นตำรับแห่งแรกที่สาขาสะพานควาย นับเป็นสุกี้สไตล์แต้จิ๋วเจ้าแรกของเมืองไทย ซึ่งสร้างความภูมิใจให้ครอบครัว และกลายมาเป็นแนวคิดในการทำธุรกิจอื่นๆ ด้วย

อ้างอิง : mbkgroup.co.th/th/business/food/sukiyaki?lang=th&parent=business&menu=food&submenu=sukiyaki

หมายเลข 2 

Double Dogs Tea Room 

Double Dogs Tea Room คือร้านชาที่ตั้งอยู่ในตึกคูหาเดียวบนถนนเยาวราชที่คนรักชารู้จักเป็นอย่างดี ที่นี่เต็มไปด้วยใบชาที่ผ่านการคัดสรรในระดับพิถีพิถันโดย จงรักษ์ กิตติวรการ ผู้เป็นเจ้าของร้าน และ Tea Master หรือผู้เชี่ยวชาญด้านชาก็สุดแท้แต่จะเรียก 

ใบชาของ Double Dogs Tea Room มีคาแร็กเตอร์หลากหลายให้เลือกชง ทั้งชาที่ได้จากเอเชียและยุโรป อีกความน่าสนใจอยู่ตรงที่โรงชาแห่งนี้ไม่ใช่แค่ขายชาหนึ่งกาแล้วจบ แต่พร้อมจะให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องใบชา การเลือกภาชนะ กรรมวิธีชงและชิม รวมถึงการจับคู่ขนมกับชาที่รสเข้ากันให้กับลูกค้าด้วย 

ส่วนชื่อ ‘หมา 2 ตัว’ ตามนิยามของผู้ก่อตั้ง คือเรื่องเล่าระหว่างขั้นตอนการทำร้านกับเพื่อนอีกคน ช่วงเวลาระหว่างปรับปรุงพื้นที่ตึกแห่งนี้ ผู้เป็นเพื่อนเกิดฝันถึงสุนัขสองตัว ซึ่งตามเส้นเรื่องในฝันเข้าใจได้ว่าเป็นวิญญาณของเจ้าที่ จงรักษ์เลยนำความฝันมาตั้งเป็นชื่อร้านชาหมา 2 ตัวนั่นเอง

อ้างอิง : รายการ The Next Gen youtube.com/watch?v=lEAD5F9VKv0&t=303s

หมายเลข 3 

สามแม่ครัว Three Lady Cooks

แบรนด์อาหารกระป๋องที่มีโลโก้เป็นแม่ครัวสาวทั้งสามนี้ก่อตั้งโดยสุวัฒน์ อุดมบัณฑิตกุล กับเพื่อนที่เคยประกอบอาชีพพนักงานขายมาด้วยกันที่ชวนกันลาออกมาทำธุรกิจอาหารกระป๋องโดยเริ่มจากปลาในซอสมะเขือเทศ 

ต่อมาในปี 2517 สามแม่ครัวจดทะเบียนเป็นบริษัท รอแยลฟู้ดส์ จำกัด และมีผลิตภัณฑ์อาหารกระป๋องอื่นๆ เช่น ฉู่ฉี่ปลา น้ำพริกปลา มัสมั่น ห่อหมก ผักกาดดอง ไปจนถึงเครื่องปรุงรสอย่างซอสหอยนางรม ปัจจุบันมีโรงงาน 3 แห่งด้วยกัน คือโรงงานสมุทรสาคร โรงงานปัตตานี และโรงงานเวียดนาม ภายใต้ชื่อแบรนด์ บา โก ก๋าย หรือสามแม่ครัวในภาษาเวียดนาม 

ส่วนชื่อสามแม่ครัว เดิมทีใช้เพียง ‘แม่ครัว’ เพื่อสื่อถึงรสมือในการทำอาหารว่าอร่อยกว่ามีแม่ครัวคนเดียวทำเป็นแน่ และเลข 3 ก็เป็นสิริมงคล (ผู้เขียนคิดว่าน่าจะมาจากความเชื่อที่ว่าเลข 3 ในภาษาจีนออกเสียงว่า ซาน ซึ่งคล้ายกับ 生 เซิงที่แปลว่าการเกิด) จึงใช้ชื่อสามแม่ครัวตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

อ้างอิง : threeladycooks.com

หมายเลข 4

ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว 

ชื่อเรียก ‘ชายสี่’ นี้ไม่ได้เกิดจากผู้ชายสี่คน แต่มาจากผู้ชายคนเดียวคือ พันธ์รบ กำลา ผู้ก่อตั้งธุรกิจร้านขายบะหมี่แฟรนไชส์ที่มีรถเข็นหน้าตาคุ้นเคยตั้งอยู่ทุกหัวถนน

สิ่งที่ทำให้ชายสี่บะหมี่เกี๊ยวขยายธุรกิจแฟรนไชส์ได้รวดเร็วคือแนวคิด ‘รวยแล้วบอกต่อ’ ของพันธ์รบ จากการใช้ตัวเองพิสูจน์ให้ลูกค้าแฟรนไชส์เห็นว่าทุกคนสามารถมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้จริงจากการขายบะหมี่แบบเขา บวกกับวิสัยทัศน์ที่เป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจของแบรนด์ คือ เจ้าแห่งเส้น (เป็นผู้นำในการผลิตเส้นและจำหน่ายเส้นต่างๆ) รถเข็นสากล (นำรูปแบบรถเข็นอาหารไปประสบความสำเร็จในระดับอาเซียน เช่น ลาว กัมพูชา เมียนมาร์) ครัวของทุกบ้าน (ต้องการให้ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์เข้าไปอยู่ในห้องครัวของทุกบ้าน) และอาหารของทุกคน (เป้าหมายที่อยากให้ทุกคนกินได้ มีการขอเครื่องหมายฮาลาลให้กับสินค้าบางประเภท และมีแนวคิดที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับทุกคนต่อไป) ทั้ง 4 ข้อนี้ของชายสี่ฯ บวกกับรสชาติที่คุ้นเคย ราคาเป็นมิตร และจำนวนสาขา ทำให้ชายสี่บะหมี่เกี๊ยวเป็นที่รู้จักและครองใจผู้บริโภคมานานกว่า 30 ปีแล้ว 

ส่วนที่ว่าทำไมต้องชื่อชายสี่ก็มาจากเหตุผลแสนง่ายแต่น่าสนใจ พันธ์รบเคยให้สัมภาษณ์ว่าด้วยความที่ตัวเขาเองชอบดูหนังจีนอย่างมาก และตัวละครที่ถูกเรียกว่า ‘องค์ชายสี่’ ติดอยู่ในหัวมาตลอด เลยเอามาตั้งเป็นชื่อให้เรียกได้ติดหูติดปากลูกค้าด้วยเหมือนกัน

อ้างอิง : chaixi.co.th/about-us.html

หมายเลข 5

ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น 

ขุนศึก, ลูกอีสาน, ผู้ใหญ่ลีกับนางมา, บุญชู, น้ำพุ, อนึ่ง คิดถึงพอสังเขป, กลิ่นสีและกาวแป้ง, กว่าจะรู้เดียงสา, ข้างหลังภาพ (เวอร์ชั่นกำกับโดย เปี๊ยก โปสเตอร์), คู่กรรม (เวอร์ชั่นกำกับโดย รุจน์ รณภพ), ฟ้าทะลายโจร, หมานคร, มนต์รักทรานซิสเตอร์ และ Last Life in the Universe เรื่องรักน้อยนิดมหาศาล 

ถ้าเอ่ยถึงหนังไทยที่โด่งดังและสร้างชื่อให้กับผู้กำกับและนักแสดงเป็นอย่างมากก็ต้องนึกถึงรายชื่อภาพยนตร์ไทยยอดฮิตตลอดกาลเหล่านี้ และถ้าใครได้ผ่านตาหนังไทยเหล่านี้มาบ้างก็ต้องคุ้นเคยกับสัญลักษณ์ดวงดาวทั้งห้าที่โคจรอยู่รอบโลกดวงหนึ่ง ของบริษัทผู้สร้างภาพยนตร์ไทย หรือเรียกติดปากว่าค่ายหนังไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น อย่างแน่นอน 

ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น เป็นบริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์ไทยที่ก่อตั้งในปี 2516 โดย เกียรติ เอี่ยมพึ่งพร และเพียง 3 ปีหลังจากเริ่มดำเนินธุรกิจ ในปี 2519 ไฟว์สตาร์ยังเป็นค่ายหนังเจ้าแรกที่พาหนังไทยไปฉายในต่างประเทศ ประเดิมด้วยเรื่องขุนศึก ที่ได้รับรางวัลจากเวทีการประกวดภาพยนตร์เอเชีย-แปซิฟิค เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ กลับมาด้วย นอกจากนี้ยังทำสถิติรายได้สูงสุดในยุคนั้น คือราว 20-30 ล้านบาท ซึ่งเทียบได้กับหนังไทย 100 ล้านในยุคปัจจุบัน

ปัจจุบันไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น บริหารโดย เกียรติกมล และ อภิรดี เอี่ยมพึ่งพร ทายาททั้งสองของผู้ก่อตั้ง และยังดำเนินธุรกิจภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ ซีรีส์ให้กับผู้ชมคนไทยมากว่า 50 ปี และคง ‘คุณภาพระดับห้าดาว’ เอาไว้ตลอดมา

อ้างอิง : fivestarproduction.co.th

หมายเลข 6 

กระจกหกด้าน 

กระจกหกด้าน รายการประเภทสารคดีรายการแรกของประเทศไทย ดำเนินการโดยบริษัท ทริลเลี่ยนส์ แอนด์ ทรีไลอ้อนส์ จำกัด โดยมี สุชาดี มณีวงศ์ เป็นทั้งผู้ผลิตรายการ คนเขียนบท และคนให้เสียงบรรยายในรายการมากว่า 40 ปี 

รายการกระจกหกด้าน เกิดขึ้นจากการประกวดรายการสารคดีของธนาคารแห่งหนึ่งที่สุชาดีได้รับรางวัลชนะเลิศ และได้โอกาสจากช่อง 7 ให้ออกอากาศวันละ 15 นาทีในทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ ช่วงเวลาที่ผู้คนสมัยนั้นต่างรอดูละครเย็น ทำให้เสียงพากย์ของสุชาดีฝังอยู่ในความทรงจำของทุกคน และอีกสิ่งที่จำได้ไม่ลืมคือเพลงเปิดรายการที่หลายคนอาจเข้าใจว่าเป็นท่วงทำนองที่ทีมรายการแต่งขึ้นมาเอง แต่ที่จริงคือเพลง Dancing Flames ของ Mannheim Steamroller ที่ล้ำเอามากๆ (ฟังได้ที่ youtube.com/watch?v=LIm6bKVkarU

ส่วนชื่อรายการที่ฟังดูพุทธมากขนาดนี้ เกิดจากที่ช่วงแรกกระจกหกด้านเน้นเล่าเรื่องราวของธรรมะ สุชาดีจึงนำคำสอนของพระพุทธเจ้าที่กล่าวถึงทิศทั้งหก ประกอบด้วยเบื้องหน้า เบื้องขวา เบื้องหลัง เบื้องซ้าย เบื้องบน และเบื้องล่าง สื่อถึงการปฏิบัติตัวต่อผู้คนที่อยู่รอบตัวเราทั้งหมดให้อยู่อย่างมีความสุข มาปรับให้เข้ากับปัจจุบัน เกิดเป็นรายการชื่อกระจกหกด้านขึ้นมา

ปัจจุบัน กระจกหกด้าน ได้ปรับรูปแบบเป็นรายการออนไลน์ ในช่องยูทูบที่มีชื่อว่า Krajokhokdan Official และมีรายการ ไชโย โอป้า ที่สุชาดีรับบทผู้ดำเนินรายการเบื้องหน้าเป็นครั้งแรก 

อ้างอิง : เบื้องลึกที่ไม่มีใครรู้ เจ้าของเสียงในตำนานรายการทีวี กระจกหกด้าน
youtube.com/watch?v=Gs-Sfq7vwcM&t=369s

หมายเลข 7 

Seven Sins

แบรนด์ชาบูที่เรียกติดปากกันว่า ‘ชาบูคนบาป’ มาจากคอนเซปต์ของบาป 7 ประการในหลักคำสอนของศาสนาคริสต์ที่ว่าด้วย 7 สิ่งที่เป็นบาปเมื่อมนุษย์ทำตามสัญชาตญาณหรือความต้องการของตัวเองมากเกินไป 

บาปทั้ง 7 นี้แบ่งออกเป็น Lust (ราคะ), Gluttony (ตะกละ), Greed (โลภะ), Sloth (เกียจคร้าน), Wrath (โทสะ), Envy (ริษยา) และ Pride (อัตตา) 

และจุดเด่นของ Seven Sins คือลูกค้าสามารถเลือกซุปได้ตามชื่อเรียกบาปทั้ง 7 ประการ เช่น Greed ซุปปลาแห้งแทนรสชาติของคนไม่รู้จักพอ, Sloth ซุปสุกี้นำด้ำคือรสชาติของคนขี้เกียจ, Lust ซุปกระดูกหมูแทนรสชาติของราคะ หรือ Envy ซุปหมาล่าเป็นรสชาติของความริษยา เป็นการกินชาบูแบบที่ได้เรียนรู้ศีลธรรมไปด้วย

อ้างอิง : facebook.com/SevenSinsThailand

หมายเลข 8 

Hachiban Ramen ร้านราเมนหมายเลข 8

ฮะจิบัง ประเทศไทย เริ่มดำเนินกิจการในปี 2534 โดยร่วมทุนกับฮะจิบัง ประเทศญี่ปุ่น เปิดสาขาแรกที่ สีลม คอมเพล็กซ์ ส่วนสาขาแรกบนโลกเกิดขึ้นก่อนหน้านั้นสัก 24 ปี เป็นร้านเล็กๆ ขายราเมนอยู่ไม่กี่แบบ ตั้งอยู่บนถนนหลวงสาย 8 เขตคางะ เมืองอิชิกาวะ ประเทศญี่ปุ่น โดย โจจิ โกโต้ เมื่อขายดีจนคิวยาวทุกวัน เขาจึงเริ่มขยายสาขาและพัฒนาเรื่อยมาจนกลายเป็นร้านสาขาที่มีกว่า 100 สาขาในญี่ปุ่น และอีกกว่า 130 สาขาในประเทศไทย

ส่วนที่มาของชื่อร้านหมายเลข 8 นั้น แน่นอนว่ามาจากถนนสายหลักหมายเลข 8 ทำเลที่ตั้งของร้านแรกที่ญี่ปุ่น และคำว่า ‘ฮะจิบัง’ มีความหมายตามสัญลักษณ์ที่เป็นตัวเลข 8 อารบิก สื่อถึงความเป็นสิริมงคล 2 อย่าง คือตัวเลข 8 ที่เมื่อมองในแนวตั้งดูคล้ายตุ๊กตาล้มลุก อันเป็นเครื่องหมายของความมั่นคงและเสถียรภาพ (stability) แต่หากมองในแนวนอนจะคล้ายกับเครื่องหมายอินฟินิตี้ (infinity) สื่อถึงความเป็นนิรันดร์ของแบรนด์ฮะจิบังนั่นเอง

อ้างอิง : hachiban.co.th/th/history

หมายเลข 9 

ขนมไทยเก้าพี่น้อง 

ร้านขนมไทยเก้าพี่น้อง มีจุดเริ่มต้นจากครอบครัวขนาดใหญ่ที่มีลูกทั้งหมด 9 คนด้วยกัน โดยครอบครัวนี้เปิดร้านอาหารตามสั่ง และผู้เป็นแม่ต้องการหารายได้เสริม จึงริเริ่มเรียนรู้การทำขนมไทยและลองวางขายที่หน้าร้านอาหารตามสั่ง ก่อนจะขยับขยายมาเปิดสาขาแรกที่ตลาด อ.ต.ก.ในปี 2522 

กรกมล ลีลาธีรภัทร ทายาทคนที่ 7 เล่าว่าคุณพ่อของเธอเป็นคนตั้งชื่อร้าน โดยบอกว่าบ้านเรามีลูกเก้าคนก็เอาชื่อ ‘เก้าพี่น้อง’ ละกัน ส่วนเรื่องโลโก้ก็ได้รับคำแนะนำจากคุณพ่อเช่นกัน ซึ่งเธอนึกไม่ถึงว่าคุณพ่อที่เป็นคนจีนจะเข้าใจบริบทแบบไทยและมีวิสัยทัศน์ที่ทำให้แบรนด์อยู่ได้นานจนถึงปัจจุบัน

ขนมไทยเก้าพี่น้องใช้รูปนางกวักเป็นโลโก้แรก เพื่อสื่อถึงผู้หญิงหรือความรักของแม่ที่มีต่อลูก และเชื่อว่า “บารมีของแม่นางกวักจะช่วยเสริมให้ค้าขายเจริญรุ่งเรือง” ต่อมาได้เปลี่ยนมาใช้เลขเก้าไทยแทน สื่อถึงการก้าวไปข้างหน้า ซึ่งเป็นก้าวสำคัญและเป็นความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่วัฒนธรรมอาหารของชาติ

อ้างอิง : kaopeenong.com/about

Tagged:

Writer

อดีตกองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ ปัจจุบันรับจ้างเขียนเป็นการเลี้ยงชีพ

You Might Also Like