นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้คุกกี้

บริษัท ทุนดี จำกัด (“บริษัท”) มีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์เพื่อรับประกันการให้บริการของเว็บไซต์ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทรับประกันว่าจะใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎ หมายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการใช้คุกกี้บางประเภทที่อาจดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก ทั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ บริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและตกลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์นี้... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

2756
May 23, 2023

สุราก้าวหน้า

จากการผูกขาดสู่ความหลากหลาย ตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของไทยในขอบทางแห่งการเปลี่ยนแปลง

หนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา คือความเคลื่อนไหวของ ‘ปิติ ภิรมย์ภักดี’ ทายาทเบียร์สิงห์ที่ออกมาสนับสนุน ‘สุราก้าวหน้า’ ซึ่งรู้กันว่า นี่เป็นข้อเสนอที่ต้องการทลายทุนผูกขาดและทำให้รายเล็กได้แจ้งเกิด

ปัจจุบันตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของไทยถูกควบคุมอย่างเข้มงวด กฎระเบียบเหล่านี้สนับสนุนการเติบโตของการผูกขาดอำนาจโดยไม่ได้ตั้งใจขององค์กรขนาดใหญ่ที่ถือครองส่วนแบ่งการตลาดส่วนใหญ่

สถานการณ์นี้ได้ขัดขวางการแข่งขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากผู้ผลิตเบียร์และโรงกลั่นขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่ต้องดิ้นรนเพื่อเจาะตลาดเนื่องจากข้อจำกัดด้านกฎระเบียบเหล่านี้

ข้อเสนอ ‘สุราก้าวหน้า’ ที่ถูกผลักดันโดยพรรคก้าวไกล มีเป้าหมายเพื่อท้าทายสถานะที่เป็นอยู่นี้โดยผ่อนปรนข้อจำกัดในการผลิตและการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป้าหมายสูงสุดคือการเปิดประตูให้กับผู้เล่นรายย่อย ซึ่งอาจนำไปสู่การผสมผสานแบรนด์ใหม่ รสชาติ และการแข่งขันในตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบ้านเรา

แต่ที่สุดแล้ว เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ได้ลงมติ ‘ไม่เห็นชอบ’ ร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ดับฝันความหวังของผู้ผลิตรายเล็ก

แม้รัฐบาลของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชาได้เริ่มการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเพื่อลดอุปสรรคในการเข้าสู่อุตสาหกรรมสุรา อย่างไรก็ตาม นักเคลื่อนไหวและเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กรู้สึกว่ามาตรการเหล่านี้ไม่เพียงพอ เพราะข้อกำหนดใหม่นี้ระบุว่า บริษัทต้องการเงินทุนขั้นต่ำ 10 ล้านบาท และกำลังการผลิตอย่างน้อย 100,000 ลิตรต่อปี ซึ่งแน่นอนรายเล็กๆ ไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอน

วิชิต สายเกล้า ผู้ก่อตั้งบริษัทเบียร์ฝีมือท้องถิ่น ชิต บริวเวอรี่ ระบุว่า แม้การเปลี่ยนแปลงจะมีผลกระทบเชิงบวกบ้าง แต่ก็ไม่มากพอที่จะทำให้เกิดความเป็นธรรมอย่างกว้างขวางในอุตสาหกรรม

สิ่งสำคัญคือต้องสังเกตว่าประเทศไทยมีตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขนาดใหญ่มาก สาเหตุหลักมาจากชื่อเสียงของประเทศในฐานะแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ข้อมูลจากธนาคารกรุงศรีอยุธยาเผยว่า ในปี 2563 เพียงปีเดียว มีการใช้จ่ายเงินไปกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถึง 461,000 ล้านบาท

ลึกลงไป บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ และ บมจ. ไทยเบฟเวอเรจ ครองตลาดเบียร์มากกว่า 92% ในทำนองเดียวกัน ไทยเบฟ ครองตำแหน่งที่โดดเด่นในตลาดสุรา

ด้วยเหตุนี้เองเราจึงไม่ได้เห็นรายใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมโดยตรงออกมาแสดงความคิดเห็นกับ ‘สุราก้าวหน้า’ ยกเว้น ปิติ ภิรมย์ภักดี รองกรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวโดยระบุว่า เขาสนับสนุนความก้าวหน้าในอุตสาหกรรมสุรามาโดยตลอด 

“มีผลกระทบแน่ แต่การค้าเสรีเรามีคู่แข่งมาตลอด ก็ต้องปรับแผนกันไปและบุญรอดก็มีธุรกิจอื่นๆ นอกจากเบียร์ด้ว” ปิติ กล่าวแสดงความคิดเห็นใน Facebook

ตีความจากคำพูดของปิติชี้ให้เห็นว่า บุญรอดฯ ได้เตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ที่ย่อมส่งผลกระทบต่อบริษัทและทำให้เกิดการแข่งขันมากขึ้น แต่พวกเขาเชื่อว่าการที่แบรนด์ต่างๆ เข้าสู่ตลาดมากขึ้นสามารถกระตุ้นยอดขายเบียร์โดยรวมได้ ซึ่งท้ายที่สุดก็จะเป็นประโยชน์สำหรับพวกเขาเช่นกัน

สิ่งที่ต้องจับตาไม่ได้มาจากคู่แข่งรายเล็กเท่านั้น แต่ยังมาจากรายใหญ่ที่กำลังกระโดดลงมาแบ่งเค้กก้อนนี้ด้วยเช่นกัน 

ไม่ว่าจะเป็น ‘เสถียร เศรษฐสิทธิ์’ ผู้ได้รับฉายาเจ้าพ่อคาราบาวแดง ได้ประกาศแผนลงทุน 4 พันล้านบาท พัฒนาโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงให้เป็นแบรนด์เบียร์บรรจุขวด ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปีในโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง เสถียร มั่นใจว่ารสชาติของแบรนด์จะ ดึงดูดใจผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาอยู่ที่การกำหนดกลยุทธ์ด้านราคาที่ดีที่สุด

เสถียร มั่นใจในการเปิดตัวเบียร์ไตรมาส 4 ปีนี้ พร้อมตั้งเป้าขายหลายช่องทาง ทั้งร้านอาหาร ผับ บาร์ เครือค้าปลีกของตัวเอง ‘ถูกดี ร้านมาตรฐาน’ ที่มีอยู่ประมาณ 5,000 แห่ง และมีแผ่นขยายไปถึง 20,000 แห่งในอนาคต

ผู้เล่นสำคัญอีกรายในสมการนี้คือ ‘ไทยเบฟเวอเรจ’ ที่ยังไม่ชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงที่เสนอเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจของพวกเขาโดยตรงอย่างไร แต่ความเคลื่อนไหวที่ผ่านมาคือการเปิดตัวสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเปิดตัว ‘ช้าง อันพาสเจอไรซ์’ เจาะตลาดเบียร์พรีเมียม รวมถึง ทุ่ม 1,000 ล้านบาท ส่ง ‘ช้าง โคลด์ บรูว์’ บุกโชห่วย ทั้งในกรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด 

นอกจากนี้ไทยเบฟกำลังพิจารณานำธุรกิจเบียร์เข้าตลาดหลักทรัพย์ แต่เลื่อนการตัดสินใจครั้งนี้มาแล้ว 3 ครั้ง เนื่องจากสภาวะตลาดไม่เอื้ออำนวย

กลับมาที่ ‘สุราก้าวหน้า’ แม้จะถูกตีตกจากสภา แต่ล่าสุดยกเลิกการผูกขาด และส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรมในทุกอุตสาหกรรม เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์  เป็น 1 ใน 23 ข้อที่ถูกลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (MOU) ในการจัดตั้งรัฐบาลที่นำโดยพรรคก้าวไกล

สิ่งที่ต้องจับตาคือข้อเสนอนี้สร้างความรู้สึกที่หลากหลาย ผู้สนับสนุนกฎหมายกล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจทำให้อุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประชาธิปไตยและให้ทางเลือกแก่ผู้บริโภคมากขึ้น 

ในทางกลับกัน นักวิจารณ์โต้แย้งว่าการเพิ่มปริมาณแอลกอฮอล์อาจนำไปสู่การบริโภคที่เพิ่มขึ้นและสุขภาพของประชาชน ที่มาจากความเสี่ยงและโรงเบียร์ขนาดเล็กอาจขาดการควบคุมคุณภาพ

ท้ายที่สุดแล้ว อนาคตของพระราชบัญญัติสุราก้าวหน้าจะขึ้นอยู่กับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งชุดต่อไป เพื่อหาสมดุลที่เหมาะสมระหว่างการปกป้องผู้ผลิต ผู้บริโภค และทุกคนที่เกี่ยวข้องในตลาด

อ้างอิง:

You Might Also Like