ARC You Wish
ARC custom ร้านหูฟังคัสตอมที่โตจาก crowdfunding และพัฒนาจนนักดนตรีไทยแทบทั้งวงการเลือกใช้
ถ้ากีตาร์ เบส กลอง คีย์บอร์ด และเครื่องดนตรีชนิดอื่นๆ หมายถึงพระเอกที่สะกดคนดูบนฉากหน้าของเวทีแล้วล่ะก็ เบื้องหลังของโชว์ก็ต้องมี ‘in-ear monitor’ (IEM) หรือ ‘หูฟังมอนิเตอร์’ ที่ทำหน้าที่เป็นเหมือนโปรดิวเซอร์คอยบอกคิวและจังหวะข้างหูนักดนตรี
ต่อให้ชาญเวทีสักเท่าไหร่ นักดนตรีส่วนใหญ่แทบทุกคนก็ยังเลือกที่จะสวมหูฟังมอนิเตอร์ เพื่อป้องกันนักร้องร้องเสียงหลงผิดคีย์ นักดนตรีขึ้นจังหวะผิดคิวไปคนละทิศคนละทาง หรือถูกเสียงเชียร์อึกทึกของผู้ชมกลบการสื่อสารระหว่างคนในวง จนการแสดงต้องล่มเละไม่เป็นท่า
เพียงแต่นักดนตรีส่วนใหญ่จะรู้ว่า การจะมีหูฟังมอนิเตอร์สักคู่ไม่ใช่ว่าเดินเข้าช็อปแล้วจะซื้อได้ทันที แต่ต้องผ่านการ ‘คัสตอม’ หล่อตัวหูฟังให้มีขนาดพอดีกับหู เพื่อตัดปัญหาหูฟังกระเด็นหลุดระหว่างขยับตัวไปมา ซึ่งในอดีตกว่าจะได้มายังต้องใช้เวลาอีกนานโข เพราะสั่งทำได้กับแบรนด์เครื่องเสียงจากต่างประเทศเท่านั้น ซ้ำร้ายหากหล่อมาไม่ตรงใบหูก็ต้องส่งข้ามน้ำข้ามทะเลกลับไปแก้ ส่วนราคายิ่งไม่ต้องพูดถึง แพงหูฉี่จนนักดนตรีมือใหม่ต้องทุบกระปุก
ด้วย pain point ที่ว่า จึงกลายมาเป็นไอเดียให้ เต้–เตชัส ภูชัชวนิชกุล และ อาร์ค–อรชุน สวัสดี พร้อมด้วยเพื่อนนักศึกษาจบใหม่อีกหนึ่งราย ลุกขึ้นมาสร้าง ARC custom แบรนด์หูฟังคัสตอมของคนไทย ที่เข้าใจนักดนตรีไทย และกลุ่มนักเล่นเครื่องเสียง (audiophile) ในคุณภาพและราคาที่จับต้องได้
MILLI, Jeff Satur, YOUNGOHM, รัฐ TATTOO COLOUR, ยอด Bodyslam, ก้อง ห้วยไร่, โบกี้ ไลออน, วี วิโอเลต, เก้า จิรายุ, ป๊อด Moderndog, ไททศมิตร, Three Man Down, COCKTAIL, BUS ฯลฯ นี่เป็นตัวอย่างรายชื่อของนักดนตรีไทยที่เลือกใช้หูฟังของ ARC custom ที่หากยืมนิ้วของเพื่อนข้างๆ มานับรวมก็ยังนับได้ไม่หมด
อะไรทำให้นักดนตรีไทยเกินครึ่งวงการเลือกใช้หูฟังคัสตอมของ ARC custom, ตลาดหูฟังคัสตอมบ้านเราเป็นยังไง และพวกเขาเติบโตมาได้ด้วยวิธีไหน คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการไปถึงที่ร้านเพื่อฟังคำตอบโดยตรงจากปากของเต้และอาร์ค

ฝันของคนช่างฟัง
“ผมกับอาร์คเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เรียนมัธยมฯ ที่เตรียมอุดมศึกษาจนมาถึงตอนเรียนวิศวะที่จุฬาฯ ซึ่งความฝันของผมที่มีมาตั้งแต่เด็กคือการได้เป็นเจ้าของกิจการ แล้วช่วงเรียนมหาวิทยาลัยนี่แหละ ที่มีแพลตฟอร์ม crowdfunding ของคนไทยเจ้าหนึ่งมาเปิดรับประกวดไอเดีย ผมเลยนึกถึงอาร์คที่เป็นคนชอบหูฟัง ก็เลยถามอาร์คว่า ตอนนี้มีไอเดียอะไรที่เกี่ยวกับหูฟังหรือเปล่า คำตอบคือเขาไปเรียนรู้วิชาทำหูฟังคัสตอมมา ในใจเราคิดทันทีว่า เจ๋งดีว่ะ! สิ่งนี้น่าจะยังไม่มีใครทำ ก็เลยตัดสินใจชวนอาร์คและเพื่อนอีกคนที่ชื่อแม็กมาทำโปรเจกต์หูฟังคัสตอมด้วยกัน”
เต้เริ่มต้นบทสนทนาด้วยการพาเราย้อนกลับไปเมื่อปี 2017 ซึ่งในตอนนั้นเรื่องของหูฟังคัสตอมบ้านเรายังเป็นเรื่องไกลตัว และต่อให้คุณเป็นนักดนตรี การจะมีหูฟังคัสตอมก็ต้องสั่งทำกับแบรนด์เครื่องเสียงจากต่างประเทศ
ด้วยความที่เป็นเรื่องใหม่ทำให้น้อยคนนักที่จะยอมลงขันซื้อไอเดียนี้ แต่ในความใหม่ ก็มีกลุ่มนักเล่นเครื่องเสียงจำนวนไม่น้อยที่สนใจ ซึ่งตามมาจากการที่เต้โพสต์ไอเดียลงในบอร์ดของเว็บไซต์ munkonggadget
ผลสุดท้ายแม้ไอเดียจะไม่ถูกใจนักลงทุน แต่ก็ถูกใจนักฟังมากพอที่ชายหนุ่มทั้งสามจะเคาะให้วันนั้นเป็นวัน D-DAY ในการทำแบรนด์หูฟังคัสตอมของตัวเองต่อ
“ต้องเท้าความถึงที่มาที่ผมชอบหูฟังก่อน” อาร์คเล่าเสริมเพื่อนของเขาถึงที่มาในการทำธุรกิจ “ตอนเด็กๆ ผมจะเดินทางกลับบ้านด้วยรถไฟฟ้า สิ่งหนึ่งที่ช่วยให้ผมคลายเบื่อจากการเดินทางได้คือการฟังเพลง ‘หูฟัง’ เลยกลายมาเป็นของใช้ส่วนตัวที่ขาดไม่ได้ รู้ตัวอีกทีเราก็กลายเป็นคนชอบหูฟัง
“พอชอบผมก็ศึกษาต่อไปเรื่อยๆ จนมารู้จักกับหูฟังคัสตอม ซึ่งราคาของมันแพงมาก สตาร์ทเริ่มต้นไม่ต่ำกว่าสองหมื่นบาท แน่นอนว่าเด็กมัธยมต้นไม่มีเงินมากพอจะซื้อได้ด้วยตัวเอง ผมเลยมีความฝันว่าอยากจะลองทำหูฟังคัสตอมเป็นของตัวเอง ก็ลองทำไปเรื่อยๆ ไปซื้ออุปกรณ์ ลองดูคลิปจากยูทูบว่าต่างชาติเขาทำกันยังไง แต่ทำไปทำมายังไงมันก็ไม่เวิร์ก สุดท้ายเลยล้มเลิกความฝันไป จนตอนที่เต้มาชวนนี่แหละผมถึงเริ่มกลับมาลองประดิษฐ์หูฟังคัสตอมอีกครั้ง”

ซึ่งหูฟังคัสตอมชิ้นแรกที่อาร์คเริ่มประดิษฐ์ ได้ไอเดียมาจากการงัดแงะหูฟัง in-ear monitor เก่าเก็บของแบรนด์ต่างชาติแบรนด์หนึ่งที่บังเอิญได้มาจากตอนไปเดินตลาดนัดกลางคืน โดยปรับโครงสร้างภายในหูฟังให้เป็นแบบเฉพาะของ ARC custom
“เดิมทีหูฟังที่ผมได้มาเป็นหูฟังที่ใช้เฉพาะสำหรับนักดนตรี แต่ความตั้งใจของผมคือจะคืนชีพหูฟังนี้กลับมาใหม่ เป็นหูฟังคัสตอมในแบบของเราที่คนทั่วไปก็ฟังได้” อาร์คกล่าวถึงการสร้างหูฟังโปรโตไทป์ตัวแรกของแบรนด์
How-to Immerse Yourself?
สำหรับหูฟังโปรโตไทป์ตัวแรกที่ปัจจุบันกลายมาเป็นโปรดักต์ซิกเนเจอร์ที่ ARC custom จำหน่าย มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Pollux เป็นหูคัสตอมที่ตรงตามคอนเซปต์ของแบรนด์ คือ Immerse Yourself ที่ผู้ใช้สามารถดื่มด่ำไปกับสิ่งที่ตัวเองรัก
“ต้องอธิบายก่อนว่าลำโพงหูฟังแบบที่นักดนตรีใช้กันจะมีความชัดกว่าลำโพงหูฟังทั่วไป แต่ในความชัดก็มีสิ่งที่ได้อย่างเสียอย่าง คือถ้าต้องการเสียงเบสที่ดี เสียงแหลมก็จะไม่ชัดเช่นกัน ถ้าคุณต้องการเสียงแหลมที่ดี เสียงเบสที่ได้ก็จะไม่ชัด เราเลยอยากจะดีไซน์หูฟังที่กลบข้อเสียที่ว่า ขณะเดียวกันก็เป็นหูฟังที่ใช้งานได้ในสถานการณ์จริงสำหรับนักดนตรี
“ซึ่งเสียงที่นักดนตรีใช้กันบนเวทีส่วนใหญ่จะเป็นเสียง ‘ย่านกลาง’ ไม่ว่าจะเสียงจากกีตาร์ เบส และกลอง ผมเลยดีไซน์ให้หูฟังตัวนี้มีเสียงย่านกลางที่ดีพอที่จะใช้บนเวที ขณะเดียวกันก็ดีพอที่จะใช้ในชีวิตประจำวันได้
“ดังนั้นนิยามของคำว่าซาวด์ที่ดีและเป็นซาวด์ที่เป็นซิกเนเจอร์ของเรา คือต้องเป็นซาวด์ที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่เราได้ยินจากหูของเราเองโดยธรรมชาติ คนทั่วไปอาจจะคิดว่าฟังเพลงจากหูฟังมันต้องสนุก เบสต้องดังตู้มๆ แต่ผมกลับมองว่าหูฟังเป็นตัวสื่อกลางที่ควรจะให้ ‘ข้อมูลเสียง’ ที่มีรายละเอียดใกล้เคียงกับเสียงที่เราได้ยินจากธรรมชาติโดยไม่ต้องพยายามเค้นมันจนเกินไป ตลอดเกือบ 10 ปีที่ผ่านมาเราพัฒนาหูฟัง เรายังคงหลักคิดหนึ่งไว้ไม่เปลี่ยน คือหูฟังไม่จำเป็นต้องเปิดดังเพื่อให้ได้ยินเสียงครบถ้วน และเสียงที่ได้จะต้องมีความเป็นธรรมชาติมากที่สุด”


นอกจากเรื่องรายละเอียดเกี่ยวกับซาวด์ที่อาร์คอธิบายไปข้างต้น อีกความพิเศษสมกับชื่อ ARC custom คือการสร้างหูฟังของตัวเองที่มี ‘ชิ้นเดียวบนโลก’ ซึ่งเจ้าของสามารถเลือกดีไซน์ได้ด้วยตัวเอง ได้แก่
- ขนาดหูฟัง (custom fit) ที่หล่อพิมพ์ออกมาให้เข้ากับหู
- สีของบอดี้หูฟัง (shells) ที่ร้านมีให้เลือกใช้หลายเฉดสี
- ฝาปิดหู (faceplates) ที่มีลวดลายบ่งบอกตัวตน เช่น ลายหินอ่อน สีประกายมุก กลิตเตอร์ หรือจะเป็นรูปที่มีความหมายก็ได้หากมีไฟล์มาให้ทางร้าน
- สลักชื่อและโลโก้ (engraved name and logo) ที่บ่งบอกถึงตัวเอง
“เราตั้งใจทำให้หูฟังที่ทำมีชิ้นเดียวบนโลก อย่างไม่นานมานี้โบกี้ ไลออน ก็เคยมาทำหูฟังกับเรา ก่อนมาเขาเลือกสีมาแล้วในใจกับเตรียมกลิตเตอร์ที่จะใช้ตกแต่งหูฟังมาเองด้วย” เต้ยกตัวอย่าง เบ็ดเสร็จขั้นตอนการสร้างหูฟังคัสตอม 1 ชิ้นพร้อมกับปรับจูนเสียงใช้เวลาราวๆ 1 เดือน



เพราะ ‘เข้าใจ’ จึงได้เป็น ‘ขวัญใจ’ ของศิลปิน
ระหว่างที่กำลังดำเนินบทสนทนา ผู้เขียนสังเกตเห็นว่ามุมหนึ่งของร้านมีการแปะรายชื่อศิลปินที่เป็นลูกค้าของ ARC custom ตั้งแต่วงดนตรีอินดี้หน้าใหม่ วงร็อกระดับตำนาน ศิลปินเดี่ยวในกระแส ศิลปินคู่จิ้น ไปจนถึงวงบอยแบนด์ขวัญใจมหาชน ราวกับกำแพง hall of fame ก็ไม่ผิด
อย่างที่บอกว่าเรื่องของราคาและการคัสตอมคือปัจจัยหลัก แต่นอกเหนือจากนั้นที่ทำให้ ARC custom เป็นที่รักของนักดนตรีไทย คือ ARC IEM Care หรือการบริการหลังการขาย ที่หากชำรุด มีปัญหาการใช้งาน หรืออยากทำความสะอาดไปจนถึงขัดเงาให้กลับมาเหมือนใหม่ก็สามารถส่งมาซ่อมได้


“หลังจากที่อยู่ในตลาดมาสักพักมีสิ่งหนึ่งที่ผมจับสังเกตได้จนตกผลึก นั่นคือนักดนตรีมองหูฟังไม่เหมือนกับนักฟังเพลงหรือคนฟังเพลงทั่วไป นักฟังเพลงคนหนึ่งมีหูฟังหลายสิบคู่ ถ้าพังส่งไปซ่อมเป็นเดือนเขาสลับใช้อันอื่นได้ แต่นักดนตรีมองหูฟังเป็นเครื่องมือหาเงิน ถ้าเขาเสียเงินซื้อหูฟังราคาเกือบแสน เขาก็คาดหวังว่ามันจะต้องได้ใช้ หรือถ้ามันพังระยะเวลาที่จะส่งซ่อมก็ต้องน้อยที่สุด
“บริการหลังการขายของเราเลยเป็นจุดแข็งที่ผมมองว่า ต่อให้คุณเป็นแบรนด์ดังจากอเมริกาคุณก็ไม่มีทางสู้เราได้ ผมบอกกับนักดนตรีที่เป็นกลุ่มลูกค้าหลักของเราเสมอว่า ถ้าคุณซื้อกับเราคุณสามารถดื่มด่ำกับการแสดงของคุณไปเต็มที่ได้ ถ้าเกิดหูฟังของคุณพัง คุณอุ่นใจได้เลย ทางเรายินดีบริการซ่อมให้
“เหมือนอย่างกรณีไวรัลของคุณตูน Three Man Down ที่หูฟังแตกก่อนขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่ 1 วัน คืนนั้นเราก็ซ่อมให้ทันที อาจจะไม่ได้เนี้ยบแต่ใช้งานได้แน่นอน และระหว่างที่คุณตูนชึ้นโชว์เราก็ส่งทีมงานไปรอสแตนด์บายเผื่อฉุกเฉิน หลังจากโชว์จบเราถึงนำมาซ่อมใหม่ให้สวยงามเหมือนเดิม” เต้อธิบาย
คลิปไวรัลที่ Arc Custom ซ่อมหูฟังให้ตูน Three Man Down

จากหูฟังเพื่อนักดนตรีขยับขยายสู่หูฟังที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์
จริงอยู่ที่การเป็นร้านยืนหนึ่งในใจกลุ่มผู้บริโภคสักกลุ่มได้ถือเป็นหลักชัยแรกของคนทำธุรกิจ แต่ถ้าจมอยู่กับตลาดเดียวจนเกินไปก็อาจพลาดโอกาสทองที่แบรนด์จะเติบโต
ทั้งเต้และอาร์คเองก็คิดเช่นนั้น พวกเขาจึงตัดสินขยายไลน์โปรดักต์ของ ARC custom ให้มีความหลากหลายและเหมาะสำหรับใช้งานในกิจวัตรประจำวัน โดยยังคง ‘ความเข้าใจ’ ในธรรมชาติของหูผู้บริโภคทุกซอกทุกมุม
ยกตัวอย่างโปรดักต์ยอดนิยม Sleepplug ที่อุดหูที่ช่วยตัดเสียงรบกวนการนอน ผ่านการปรับปรุงแก้ไขจนเดินมาถึงเวอร์ชั่น 3.0 ซึ่งมีจุดเด่นคือการพิมพ์แบบ custom fit เข้ากับรูปใบหูได้ 100% โดยวัสดุที่ใช้เป็นซิลิโคนที่มีความยืดหยุ่น ไม่กดทับกระดูกอ่อนสามเหลี่ยมตรงบริเวณข้างรูหูเวลานอนตะแคง ทั้งยังเจาะรูระบายแรงดันลมเข้า-ออกในช่องหูเพื่อความสบายขณะสวมใส่
“Sleepplug เป็นโปรดักต์ที่ทำให้เราคิดถึงเรื่องของการที่แบรนด์จะต้องมีหน้าร้านที่ให้บริการเป็นของตัวเองเพิ่ม เพราะปกติหน้าร้านตรงพระรามเก้าที่เราอยู่ก็มีคนจองคิวเข้ามาใช้บริการจนเต็ม ลูกค้าจากต่างจังหวัดที่เดินทางมาก็ต้องฝ่ารถติดเป็นวัน
“เราเลยมานั่งคิดกันว่าจะแก้ไขข้อจำกัดนี้กันยังไง ซึ่งเผอิญผมนึกถึงร้านเครื่องช่วยฟังที่จะต้องมีการพิมพ์หูอยู่แล้ว เราก็เลยผูกมือเป็นพันธมิตรกับร้านเครื่องช่วยฟังตามหัวเมืองต่างจังหวัด เช่น เชียงใหม่ เชียงราย และขอนแก่น จนตอนนี้มีหน้าร้านที่ให้บริการเพิ่มเติมรวม 22 สาขา
“และเร็วๆ นี้เราอยากเพิ่มสาขาอีก โดยวางโจทย์คือให้ลูกค้าที่มาเดินทางสะดวก โดยเฉพาะคนที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้า ผมก็เลยมานั่งนึกต่อว่าใน metro mall มีร้านอะไรที่พอจะเป็นพาร์ตเนอร์กับเราได้ ตอนแรกผมนึกถึงร้านทำเล็บ ร้านต่อขนตา ซึ่งคนที่ทำอาชีพในร้านแบบที่ว่ามีความละเอียด มีความมือเบา แต่สุดท้ายที่มาลงเอยคือร้านตัดแว่น ซึ่งข้อดีของร้านตัดแว่นคือมีความเป็นส่วนตัว มีความเงียบ ผมเลยลองไปเสนอข้อตกลงกับร้านตัดแว่นจำนวน 2 เจ้าว่า เรามาแลกเปลี่ยนลูกค้ากัน คุณมาเรียนพิมพ์หูกับผมพร้อมให้พื้นที่บริการในร้านส่วนหนึ่ง สิ่งที่คุณจะได้คือผมจะแบ่งส่วนแบ่งค่าบริการพิมพ์หูให้ และการที่ลูกค้าของเราอยู่ในร้านคุณ ก็เป็นโอกาสที่ลูกค้าของเราหรือคนที่มากับลูกค้าของเราจะกลายเป็นลูกค้าของคุณในอนาคต”


จากกลยุทธ์ที่เต้ว่ามา ณ เวลานี้ ARC custom จึงจับมือกับ KT OPTIC ร้านแว่นชื่อดัง เพื่อให้บริการพิมพ์หูฟังและที่อุดหู ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้แบรนด์สามารถขยายหน้าร้านไปสู่โลเคชั่นใหม่ๆ ที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้มากขึ้นและง่ายยิ่งขึ้น
และเมื่อมีหน้าร้านให้บริการมากพอ ก็เป็นโอกาสอันดีที่จะเปิดไลน์หูฟังไลฟ์สไตล์อื่นๆ ตามมา เช่น ARC Lifestyle CIEM หูฟังสำหรับนักฟังเพลงที่มีเวอร์ชั่นพอร์ต USB-C กับบลูทูธ, ARC IMPAX หูฟังสำหรับนักกีฬายิงปืน และ ARC custom Swim & Surf หูฟังสำหรับนักกีฬาว่ายน้ำและคนที่ชอบทำกิจกรรมทางน้ำ


ทำธุรกิจให้เหมือน NASA ฝันไปดวงจันทร์
“สิ่งหนึ่งที่ผมกับอาร์คเชื่อมาตลอดคือถ้าจะทำแล้วต้องทำให้สุด” เต้กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ผมยังจำวันที่เราติดต่อไปตามงานดนตรีต่างๆ เพื่อขอไปเปิดบูทได้อยู่เลย ทุกครั้งที่เราไปออกบูทแล้วเราได้เจอกับนักดนตรีเราจะบอกเสมอว่าถ้าซื้อหูฟังของเรา เราจะดูแลพวกพี่ให้ดีที่สุด
“ตลอด 9 ปีเราให้บริการศิลปินมากมาย แต่ศิลปินที่เราเจอแล้วเราประทับใจมากที่สุดคือพี่โอม COCKTAIL (โอม–ปัณฑพล ประสารราชกิจ CEO บริษัท ครึ่งเก้า จำกัด และอดีตนักร้องนำวง COCKTAIL) เขาเดินมาหาเราแล้วตัดสินใจซื้อหูฟังของเราทันที เพราะเขาอยากสนับสนุนหูฟังคัสตอมของคนไทย ซื้อแบบไม่ฟังไม่ถามอะไรก่อนเลย (หัวเราะ) แล้วหลังจากนั้นพี่โอมก็บอกต่อศิลปินคนอื่นๆ เช่น คุณกิต Three Man Down ที่เป็นรุ่นน้องในค่ายเพลงจนเรากลายเป็นที่รู้จัก”
“คิดว่า ARC custom เดินทางมาไกลแค่ไหน” ผมถามเต้และอาร์คก่อนจะทิ้งทวนบทสนทนา
“ถ้ามองในมุมของแบรนด์ที่ก่อตั้งโดยนิสิตปี 3 ก็ถือว่ามาไกลมากแล้วแหละ (หัวเราะ)
“มันเหมือนกับเราบรรลุเป้าหมายแรกในการทำให้หูฟังของเราเป็นที่ยอมรับในหมู่นักดนตรีไทย เหมือนกับ NASA ที่ได้ขึ้นไปปักธงบนดวงจันทร์สำเร็จ แต่ทุกการเดินทางมันก็จะต้องมีเป้าหมายใหม่ที่เราจะต้องไปให้ไกลขึ้น เหมือนที่ตอนนี้ ARC custom แตกไลน์จากโปรดักต์ที่ตอบโจทย์การฟังเพลง มามีที่อุดหูที่ตอบโจทย์เรื่อง sleep and health” เต้กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“อย่างที่เต้บอก แต่ผมมองไปไกลมากกว่านั้นอีก คือเราจะนำความรู้และความสามารถที่มีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ยังไงบ้าง เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่เพื่อนักดนตรี แต่เพื่อให้ผู้คนได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักอย่างสุดหัวใจ นี่คือสิ่งที่เราเชื่อมาตลอดตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ วันข้างหน้าเราเลยไม่ได้หยุดแค่การทำหูฟัง แต่เราจะออกแบบโปรดักต์ที่ตอบโจทย์คนหลายๆ กลุ่ม ไม่ว่าคุณจะเป็นนักกีฬายิงปืน นักกีฬาว่ายน้ำ หมอฟัน หรือแม้แต่เกมเมอร์” อาร์คกล่าวทิ้งท้ายถึงความตั้งใจของแบรนด์

