ทางบอลเยี่ยม ทางบ้านยอดความสำเร็จของนอร์เวย์ในโลกแห่งอาหารด้วยกองหน้าที่ชื่อว่า ‘แซลมอน’

เมื่อพูดถึงประเทศนอร์เวย์ในปัจจุบัน หากคุณเป็นคอบอลก็คงรู้แล้วว่า นอร์เวย์เป็นหนึ่งในทีมม้ามืดที่กำลังทะลุเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายของฟุตบอลโลกหนนี้ หลังเพิ่งหักปากกาเซียนโค่นแชมป์โลก 5 สมัยอย่างบราซิล และหากคุณเป็นนักเดินทางก็คงหลงใหลความอลังการของธรรมชาติอย่างฟยอร์ดหรือแสงเหนือ และหากเป็นนักชิมก็คงรู้แล้วว่า แซลมอนที่มาจากดินแดนพระอาทิตย์เที่ยงคืนนี้นั้นได้รับความนิยมระดับโลก

อย่างหลังนั้นน่าสนใจ เพราะนอร์เวย์ไม่ได้เป็นมหาอำนาจด้านอาหารเพราะมีพื้นที่เพาะปลูกขนาดใหญ่ แต่ความสำเร็จในด้านนี้เกิดจากการมุ่งเน้นผลิตอาหารคุณภาพสูงที่ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอันโดดเด่น โดยเฉพาะทะเลและชายฝั่งอันยาวไกล

นอร์เวย์ถือเป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมอาหารแข็งแรงและสร้างมูลค่าสูง มีรายงานอย่างเป็นทางการว่า อุตสาหกรรมอาหารทะเลเป็นสินค้าส่งออกที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ขณะที่ปี 2024 นอร์เวย์ส่งออกอาหารทะเลคิดเป็นมูลค่า 175.4 พันล้านโครนนอร์เวย์ ก่อนที่จะเพิ่มเป็น 181.5 พันล้านโครนนอร์เวย์ในปี 2025 อันนับเป็นสถิติสูงสุดครั้งใหม่

ไม่ต่างกับการทำผลงานที่ยอดเยี่ยมของทีมชาตินอร์เวย์ในฟุตบอลโลกหนนี้ อุตสาหกรรมอาหารของนอร์เวย์ก็กำลังบินสูงเช่นเดียวกัน ว่าแต่เบื้องหลังความสำเร็จมีที่มายังไงกันแน่? ทำไมประเทศที่มีประชากรราว 5 ล้านคนถึงเป็นชาติที่ร่ำรวยเรื่องอุตสาหกรรมอาหาร? เราชวนหาคำตอบจาก Recap ตอนนี้

เส้นทางอาหารจากท้องทะเลอันสมบูรณ์

ในบทความของ National Geographic บอกว่า นอร์เวย์เป็นดินแดนที่มีวัฒนธรรมอาหารซึ่งหยั่งรากลึกในวิถีชีวิตของผู้คนริมทะเล โดยมีอาหารทะเลสด วัตถุดิบท้องถิ่น และภูมิปัญญาการผลิตอาหารที่สืบทอดกันมาหลายร้อยปี เป็นหัวใจสำคัญ ผ่านทางชายฝั่งอันเป็นจุดกำเนิดของวัฒนธรรมอาหาร

ในบทความเล่าถึง ‘เส้นทาง’ ของอาหาร โดยเฉพาะ 3 จุดหมายหลักอย่างเมืองแบร์เกน (Bergen), ไกรังเงอร์ (Geiranger) และนอร์ดฟยอร์ด (Nordfjord) ซึ่งแต่ละแห่งสะท้อนเอกลักษณ์ของอาหารนอร์เวย์ในมิติที่แตกต่างกัน

เริ่มตั้งแต่แบร์เกน เมืองท่าประวัติศาสตร์ที่เติบโตจากการค้าทางทะเลมาตั้งแต่ยุคกลาง อันเป็นเมืองหลวงแห่งอาหารทะเลของนอร์เวย์ที่นักท่องเที่ยวสามารถลิ้มอาหารทะเลสดได้หลากหลายชนิด แถมยังมีตลาดปลาที่เปิดดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ต่อมายังไกรังเงอร์ เมืองเล็กริมฟยอร์ดอันโด่งดังที่โดดเด่นด้านผู้ผลิตอาหารรายย่อยที่ใส่ใจคุณภาพ และมีผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่ออย่างชีสนมแพะ คราฟต์เบียร์ และช็อกโกแลตคราฟต์ ไปจนถึงนอร์ดฟยอร์ด ที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมงที่รุ่งเรืองจากการทำประมงปลาค็อดและปลาเฮร์ริง

กล่าวโดยรวม ชายฝั่งของนอร์เวย์นั้นทอดยาวผ่านภูเขาสูง ฟยอร์ดลึก และหมู่บ้านชาวประมงที่พึ่งพาทะเลมานานหลายศตวรรษ ภูมิประเทศและสภาพแวดล้อมเช่นนี้คือตัวหล่อหลอมให้อาหารนอร์เวย์มีลักษณะเด่นในการใช้อาหารทะเลสดเป็นวัตถุดิบหลัก เลือกใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล ให้ความสำคัญกับความ ‘คราฟต์’ ในการผลิตอาหาร และคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน 

อาหารนอร์เวย์จึง ‘เชื่อมโยง’ กับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของประเทศ ขณะที่ก็เป็นสิ่งที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ ภูมิประเทศ และวัฒนธรรมของผู้คนในเวลาเดียวกัน

แซลมอน สุดยอดกองหน้าแห่งโลกอาหาร

หากเออร์ลิง ฮาลันด์ (Erling Haaland) คือนักเตะที่เป็นสัญลักษณ์ของทีมชาตินอร์เวย์ในโลกฟุตบอล แซลมอนก็เป็นสัญลักษณ์ของอาหารนอร์เวย์

อย่างที่เรารู้ ปลาแซลมอนนอร์เวย์ถือเป็นวัตถุดิบที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศ สาเหตุก็เพราะแซลมอนนอร์เวย์มาจากสภาพแวดล้อมที่บริสุทธิ์และเย็นจัด ทำให้มีไขมันแทรกสวยงาม รสชาติอ่อนนุ่ม เนื้อสัมผัสเนียนแน่น จึงถูกนำไปใช้ในหลายเมนูทั่วโลก ตั้งแต่ซูชิยันอาหารนอร์ดิกสมัยใหม่

ในด้านการส่งออก นอร์เวย์นับเป็นผู้ผลิตปลาแซลมอนสายพันธุ์แอตแลนติกรายใหญ่ที่สุดของโลก มียอดปริมาณการส่งออกสูงมากโดยเฉพาะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา (2026) มียอดส่งออกแซลมอนถึง 129,800 ตันเลยทีเดียว 

นอกจากนี้ ‘เมนูจากแซลมอน’ ของเชฟชาวนอร์เวย์ก็ยังคงมีการพัฒนา ผสมผสานเทคนิคใหม่ๆ เข้ากับวัตถุดิบดั้งเดิม ทั้งจากการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นคุณภาพสูง การเกิดขึ้นของร้านอาหารไฟน์ไดนิงที่สร้างสรรค์ และการผสานรสชาติกับอาหารจากภูมิภาคอื่นๆ ของโลก จนเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้อาหารจานนอร์เวย์ได้รับการยอมรับมากขึ้นในเวทีโลก 

แปะป้าย Product of Norway สร้างมูลค่าไปทั่วโลก

นอร์เวย์มีสภาอาหารทะเลแห่งนอร์เวย์ (Norwegian Seafood Council) ที่ทำหน้าที่ส่งเสริมและประชาสัมพันธ์อาหารทะเลนอร์เวย์ทั่วโลก โดยเผยแพร่ข้อมูลที่สำคัญอย่างการส่งเสริมแบรนด์ แนวทางการเพาะเลี้ยงปลาแซลมอนอย่างยั่งยืน (นอร์เวย์มีระบบบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก) มีรายงานสถิติการส่งออกอาหารทะเลประจำปี และมีข้อมูลตลาดอาหารทะเลทั่วโลก ถือเป็นแหล่งอ้างอิงสำหรับข้อมูลด้านอุตสาหกรรมอาหารทะเลของนอร์เวย์

นอกจากนี้ นอร์เวย์ยังลงทุนด้านวิทยาศาสตร์อาหารและเทคโนโลยีทางทะเลอย่างจริงจัง ผ่านความร่วมมือระหว่างรัฐบาล มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน โดยมีงานวิจัยที่หลากหลาย เช่น เทคโนโลยีชีวภาพทางทะเล การถนอมอาหาร หรือเทคโนโลยีฟาร์มกลางทะเล เป็นต้น ทำให้นอร์เวย์รักษาความเป็นผู้นำของโลกในอุตสาหกรรมอาหารทะเลได้อย่างต่อเนื่อง

อีกจุดสำคัญคือ การสร้าง ‘แบรนด์’ เพราะนอร์เวย์ไม่ได้ส่งออกเพียงอาหารทะเล แต่ยังส่งออกภาพลักษณ์ของประเทศด้วย โดยเฉพาะคำว่า ‘Product of Norway’ หรือ ‘Norwegian Seafood’ ที่กลายเป็นตรารับรองคุณภาพ และทำให้ผู้บริโภคนึกถึงความสะอาด ธรรมชาติบริสุทธิ์ ความยั่งยืน และมาตรฐานสูง ที่แค่หยิบเข้าปากก็สัมผัสได้ถึงความพรีเมียมเหล่านี้แล้ว นั่นเองจึงทำให้การเป็น ‘แบรนด์’ ของประเทศช่วยสร้างมูลค่าให้สินค้าได้อย่างมหาศาล

ทั้งหมดนี้ คือหัวใจแห่งความสำเร็จที่ทำให้นอร์เวย์เป็นชาติที่ร่ำรวยเรื่องอุตสาหกรรมอาหาร อันเกิดจากการสร้าง ‘มูลค่า’ ให้กับประวัติศาสตร์และวัตถุดิบอันเป็นเอกลักษณ์

อ่านบทความจบแล้ว เย็นนี้อยากชิมแซลมอนนอร์เวย์สักชิ้นไหม

Writer

เคยเจอยูเอฟโอ 2 ครั้ง ช่วงปลายปี 2019 และต้นปี 2023

You Might Also Like