นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้คุกกี้

บริษัท ทุนดี จำกัด (“บริษัท”) มีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์เพื่อรับประกันการให้บริการของเว็บไซต์ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทรับประกันว่าจะใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎ หมายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการใช้คุกกี้บางประเภทที่อาจดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก ทั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ บริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและตกลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์นี้... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

ทำงาน 4 วัน พัก 3 วัน 95% ของพนักงานไทยพร้อมมาก แต่ 26% ขององค์กรเท่านั้นที่มีแผนปรับใน 1-2 ปี

ไหนใครทำงาน 5 วัน หยุด 2 วันอยู่บ้าง แล้วใครบ้างที่ได้ทำงานนาน 6 วันแล้วหยุดแค่ 1 วัน? รู้สึกกันใช่ไหมว่าอยากให้วันหยุดยาวนานกว่านี้ เพราะแค่ทำความสะอาดบ้าน ซักผ้า และนอนพักให้เต็มอิ่ม วันหยุดก็แทบจะระเหยหายไปแล้ว ถ้าได้วันพักขึ้นมาอีกสักวันคงดีไม่น้อย  

#ประเทศไหนบ้างที่ทำงานแค่ 4 วัน?

หลายประเทศทั่วโลกทีเดียวที่ได้ปรับนโยบายการทำงานจาก 5 เป็น 4 วันต่อสัปดาห์ ประเทศแรกในยุโรปที่เริ่มใช้กฎหมายนี้คือเบลเยียม ซึ่งเพิ่งประกาศใช้เมื่อปี 2022 ในเวลา 4 วันนี้ ไม่ได้หมายความว่าเวลาทำงานต่อสัปดาห์จะน้อยลง แต่ชาวเบลเยียมกระจายเวลาทำงานในแต่ละวันให้มากขึ้นเพื่อให้ได้หยุดชิลล์ๆ 3 วั

ก่อนหน้านี้กว่า 61 องค์กรในสหราชอาณาจักรได้ทดลองทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์นาน 6 เดือน หลังจากจบการทดลอง บริษัทขนาดใหญ่กว่า 89% ที่เข้าร่วมการทดลองได้ใช้นโยบายทำงาน 4 วัน พัก 3 วันต่อไป ด้วยเหตุผลที่ว่าพนักงานทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น กว่า 82% มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี 50% มีอัตราการลาออกลดลง 

ฟากฝั่งเอเชีย สำนักงาน Microsoft ในญี่ปุ่นยังได้ทดลองทำงาน 4 วัน พัก 3 วัน และพบว่าพนักงานทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นถึง 40% ส่วนเกาหลีใต้ก็เพิ่งเริ่มการทดลองไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา การทดลองที่ว่าทดลองแค่ในเฉพาะจังหวัดคยองกีเท่านั้น 

#แล้วประเทศไทยจะไปถึงฝั่งฝันไหม?

ด้วยคำถามเดียวกันนี้เอง โรเบิร์ต วอลเทอร์ส บริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดหางานระดับโลกจึงได้ทำรายงาน ‘The 4-day work week: Is Asia ready for it?’ ขึ้น รายงานฉบับนี้ โรเบิร์ต วอลเทอร์ส ได้สำรวจบุคลากรและองค์กรกว่า 5,000 แห่งใน 11 ประเทศทั่วเอเชีย

– คนทำงานว่าไง?

ด้านคนทำงาน พบว่า 95% ของพนักงานในไทยอยากทดลองทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ 58% ของผู้ที่เห็นด้วยกับนโยบายนี้ เชื่อว่าการทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ดี และ 75% ของพนักงานสนใจสมัครงานกับองค์กรที่ปรับใช้รูปแบบการทำงาน 4 วัน / สัปดาห์ 

มีคนเห็นด้วยก็ต้องมีคนแย้ง พนักงานกว่า 36% กลัวว่าจะเครียดกว่าเดิม เพราะเวลาทำงานน้อยลง แต่งานยังเท่าเดิมหรืออาจมากกว่า อีก 27% มองว่านายจ้างก็อาจลดค่าจ้างลงก็ได้ อีก 18% กลัวว่าเมื่อมีเวลามากขึ้น ก็อาจใช้จ่ายมากขึ้นตามเวลาว่างที่ได้ 

อีกกลุ่มที่น่าสนใจคือ 59% ของพนักงานโอเคมาก หากจะให้ทำงานมากขึ้นวันละ 2 ชั่วโมง และยังต้องได้เงินเดือนเท่าเดิม เพื่อแลกกับการได้พัก 3 วันต่อสัปดาห์ และ 45% พร้อมทำงานที่ออฟฟิศล้วน หากได้หยุดนอนตีพุงสบายๆ ตั้ง 3 วัน  

– องค์กรไทยพร้อมแค่ไหน?

คนที่น่าจะขนหัวลุกที่สุดในนโยบายนี้ก็คงองค์เป็น CEO และบริษัท จากรายงานพบว่ากว่า 90% ขององค์กรในไทยเชื่อว่านโยบาย 4 วันเป็นไปได้ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาคที่ 66% ทั้งองค์กรกว่า 77% มองว่านโยบายนี้จะช่วยรักษาพนักงานให้อยู่กับบริษัทได้นานขึ้น ทั้ง 46% ยังเชื่อว่านโยบายทำงาน 4 วัน พัก 3 วัน จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานสูงขึ้น 

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือมีเพียง 26% เท่านั้นที่มีแผนปรับใช้นโยบายนี้ภายใน 1-2 ปีข้างหน้า จากรายงานยังอธิบายเพิ่มเติมว่า ที่องค์กรยังมองว่าการทำงานแค่ 4 วันนั้นอาจยากเกินไป ก็เพราะมองว่าอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อการให้บริการลูกค้า เพราะพนักงานอาจไม่เพียงพอต่อการบริการให้ทันใจและทันความต้องการ กว่า 67% มองว่าอาจทำให้มีรายจ่ายเพิ่มเติมจากโปรเจกต์ที่ต้องล่าช้าออกไปเพราะวันทำงานที่น้อยลง และ 50% มองว่าค่อนข้างเป็นนโยบายที่นำมาปรับใช้ในองค์กรได้ยาก

จากรายงานนี้ น่าสนใจว่าประเทศไทยจะสามารถเปลี่ยนแปลงนโยบายการทำงานได้มากน้อยแค่ไหน รูปแบบไหนที่สร้างประโยชน์มากกว่ากัน เพราะแน่นอนว่าในข้อดีย่อมมีข้อที่ต้องควรระวัง บางธุรกิจอาจไม่เหมาะมากนัก แต่บางธุรกิจก็พร้อมปรับ 

สำหรับผู้ประกอบการไทย อาจเริ่มต้นจากการดูความมั่นคงทางการเงินของบริษัทเป็นที่ตั้ง จากนั้น อาจทดลองทำงาน 4 วันเช่นเดียวกับแนวทางของประเทศที่สำเร็จแล้ว พิจารณารูปแบบการทำงานว่าจะทำงาน 4 วันโดยลดจำนวนชั่วโมงต่อสัปดาห์ลง หรือทำงาน 4 วัน แต่ในแต่ละวันก็ต้องทำงานนานขึ้น นอกจากนั้นยังต้องพิจารณาควบคู่ไปกับวันลาพักร้อน อีกสิ่งที่ต้องเตรียมพร้อม คือระบบในการสื่อสารและตรวจสอบการทำงานเพื่อให้การทำงานนั้นไหลลื่น

หรือหากไม่พร้อมเปลี่ยนปรับในตอนนี้ การสร้างนโยบายการทำงานที่เป็นมิตรกับคนทำงานมากขึ้น ยืดหยุ่นมากขึ้น โดยหาระบบในการตรวจสอบมารองรับ ก็อาจช่วยให้พนักงานก็แฮปปี้ ส่วนบริษัทก็โตไปพร้อมๆ กันได้

อ้างอิง

Writer

กองบรรณาธิการไลฟ์สไตล์ที่มีแมวเป็นแรงผลักดันในการทำงาน

Illustrator

บรรณาธิการศิลปกรรม Email: y.pongtorn@gmail.com

You Might Also Like