นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้คุกกี้

บริษัท ทุนดี จำกัด (“บริษัท”) มีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์เพื่อรับประกันการให้บริการของเว็บไซต์ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทรับประกันว่าจะใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎ หมายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการใช้คุกกี้บางประเภทที่อาจดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก ทั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ บริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและตกลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์นี้... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

Kincentric Thailand

3C และ 5 สิ่งสำคัญ ที่เป็นกุญแจความสำเร็จขององค์กรในการบริหารคน โดย คินเซนทริค

ในโลกแห่งการทำงานที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เข้างาน 9 โมงเลิก 6 โมง หรืองานที่ต้องเข้าออฟฟิศทุกวัน ค่อยๆ ถูกลดบทบาทไป โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่เจนฯ Y และเจนฯ Z ที่ตั้งปณิธานการทำงานกับตัวเองว่าต้องการทำงานที่มีความยืดหยุ่น มี work-life balance มีเวลาให้ตัวเองได้ทำในสิ่งที่อยากทำและมีความหมายกับชีวิต

คินเซนทริค บริษัทให้คำปรึกษาด้านบุคลากรและการพัฒนาองค์กร ได้เผยผลวิจัยการบริหารจัดการบุคลากรขององค์กรชั้นนำทั่วโลกประจำปี 2566 พบว่า ปัจจุบันคนรุ่นใหม่จะทำงานมากกว่า 1 อย่าง และมองหางานที่ 2 และ 3 อยู่เสมอ การที่คนรุ่นใหม่ต้องการ work-life balance อาจไม่ได้หมายถึงการต้องการเวลาเพื่อพักผ่อน แต่เป็นการต้องการเวลาเพื่อทำงานอื่น และหากองค์กรไหนมีนโยบาย work from home ก็จะดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาทำงานได้มากขึ้น

“มีพนักงานเพียง 51% เท่านั้นที่เชื่อว่าบริษัทจะปฏิบัติตามคำสัญญา”

ดร. อดิศักดิ์ จันทรประภาเลิศ กรรมการผู้จัดการและพาร์ตเนอร์ คินเซนทริค (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัจจุบันรูปแบบการทำงานของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไป คนส่วนใหญ่มองหาองค์กรที่มีลักษณะการทำงานเป็นไฮบริด  สามารถทำงานที่ไหนก็ได้เป็นเทรนด์ของ work from anywhere และในหนึ่งองค์กรอาจมีทั้งพนักงานประจำและกลุ่มฟรีแลนซ์ จึงเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับผู้นำองค์กรที่จะต้องหาวิธีใหม่ๆ เพื่อรักษาพนักงานที่มีคุณภาพไว้ เนื่องจากมีพนักงานเพียง 51% เท่านั้นที่เชื่อว่าบริษัทจะปฏิบัติตามคำสัญญาที่ให้ไว้ก่อนเริ่มงานจริง ตัวอย่างเช่น ก่อนเริ่มงานระบุว่าจะไม่มีการทำงานล่วงเวลา แต่เมื่อทำงานแล้วกลับต้องทำล่วงเวลาทุกวัน หากคนรุ่นใหม่อยู่ในสถานการณ์นี้ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะตัดสินใจเปลี่ยนงาน

นี่จึงทำให้พนักงานกลุ่มเจนฯ Z และเจนฯ Y ในไทยมีส่วนร่วมในองค์กร (employee engagement) น้อยที่สุด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความคิดของพนักงานที่มีให้กับองค์กรนั้นๆ ว่ายิ่งองค์กรสร้างความผูกพันได้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งส่งผลดีเท่านั้น โดยการมีส่วนร่วมในที่นี้หมายถึง การสนับสนุนเป้าหมายองค์กร วัฒนธรรม ความเชื่อ ค่านิยม ความผูกพัน รวมถึงความจงรักภักดี 

คินเซนทริคได้ทำการเก็บข้อมูลจากองค์กรทั่วโลกพบว่า ค่าเฉลี่ยของการมีส่วนร่วมในองค์กรของพนักงานทั่วโลกอยู่ที่ 67% และหากเจาะลึกลงมายังประเทศไทยจะพบว่าค่าเฉลี่ยการมีส่วนร่วมในองค์กรลดลงเรื่อยๆ โดยในปี 2021 ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 71%, ปี 2022 อยู่ที่ 69% และปี 2023 อยู่ที่ 65% ซึ่งเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของระดับโลกถือว่าของไทยยังต่ำกว่านิดหน่อย

จากการเก็บข้อมูลตลอดปี คินเซนทริคได้จำแนกปัจจัยหลัก 3C ที่ช่วยให้องค์กรสื่อสารกับพนักงานได้ดีขึ้น และเพิ่มการมีส่วนร่วมได้ในระยะยาว

Consistency ความสม่ำเสมอ 

ความสม่ำเสมอคือหัวใจสำคัญที่ทุกองค์กรควรมี โดยเฉพาะในเรื่องการดูแลพนักงานให้ดีอย่างสม่ำเสมอ มอบประสบการณ์ที่ดี และสร้างแรงจูงใจให้พนักงาน เพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดี ซึ่งรวมถึงการมีนโยบายสนับสนุนความสามารถ กระตุ้นด้วยคำชม หรือส่งเสริมให้พนักงานมี work-life balance

Connectivity ความเชื่อมโยงของการสื่อสาร

ในข้อนี้ 2 คีย์หลักสำคัญคือ ผู้บริหารและฝ่ายทรัพยากรบุคคล ที่ต้องใช้กลยุทธ์การสื่อสารแบบองค์รวม ที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กร โดยเฉพาะในโลกหลังโควิดที่คนรุ่นใหม่เป็นผู้เลือกว่าอยากทำงานใคร แน่นอนว่าองค์กรต้องตอบโจทย์ความคาดหวังของพวกเขาด้วย เช่น การสื่อสาร พูดคุยเพื่อถามความต้องการ ประเมินสภาพจิตใจ หรือความคาดหวังของพนักงานเมื่อเข้ามาทำงานที่นี่ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะนำไปสู่การกำหนดนโยบายในอนาคต 

หนึ่งในความผิดพลาดที่มักพบในองค์กรคือ ผู้นำไม่สื่อสารกับพนักงาน ในมุมของคินเซนทริคมองว่า ผู้นำที่ดีต้องรู้จักชื่นชม มีฟีดแบ็กกับพนักงาน และพร้อมผลักดันให้พวกเขาเติบโตในสายงานตนเอง เนื่องจากปัจจุบันพนักงานไม่ได้ต้องการแค่ปรับเงินเดือนหรือโบนัสก้อนโต แต่ต้องการเติบโตในหน้าที่การงาน โดยมีผู้นำที่ใส่ใจพวกเขาเช่นกัน

Courage ความกล้า

ความกล้าในที่นี้หมายถึง ความกล้าและความทุ่มเทของผู้บริหารระดับสูง ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลง และสร้างประสบการณ์ที่พนักงานควรได้รับ

สำหรับข้อนี้บทบาทของผู้บริหารมีส่วนสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องการตั้งเป้าหมาย กำหนดทิศทางองค์กรที่ชัดเจน รวมถึงการมอบอำนาจให้พนักงานในระดับผู้จัดการกำหนดหรือผลักดันนโยบายต่างๆ เพื่อสร้างความผูกพันระหว่างพนักงานและองค์กร 

5 สิ่งที่ HR จากบริษัทชั้นนำทำแล้วประสบความสำเร็จในการบริหารคน

ในขณะเดียวกัน ฝ่ายทรัพยากรบุคคลก็ควรมีหน้าที่มากกว่าเรื่องพื้นฐาน ต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานและทัศนคติที่เปิดกว้าง และเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าปัจจุบันคนรุ่นใหม่เป็นฝ่ายเลือกองค์กรที่อยากทำงานด้วย และต้องเป็นองค์กรที่ตอบโจทย์ชีวิตทั้งด้านกายภาพ สังคม และการค้นหาความหมายของชีวิต ดังนั้นนอกจากสวัสดิการพื้นฐานแล้วยังต้องมีแนวคิดยอมรับและเคารพในความต่าง 

จากการเก็บข้อมูลของคินเซนทริค ที่วิเคราะห์จากบริษัทชั้นนำในประเทศไทยกว่า 100 แห่ง พบว่า 5 สิ่งที่ HR ทำในองค์กรแล้วประสบความสำเร็จในการบริหารคน ประกอบด้วย

  1. Employee Expreience Strategy การวางแผนกลยุทธ์บริหารคนให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ที่ผู้บริหารกำหนด
  2. Health and Wellbing การดูแลพนักงาน ดูแลทั้งทางกายและใจ
  3. Talent Development สร้างความเสถียรในการดูแลพนักงาน ส่งเสริมพนักงานในวิธีที่เหมาะสม และตอบโจทย์ความคาดหวังของพนักงาน
  4. Organization Communication การสื่อสารที่ดี เข้าถึงพนักงานอย่างตรงจุด
  5. Diversity and Inclusion รับฟังความคิดเห็น เพื่อให้ทุกคนอยู่ในสังคมที่มีความหลากหลายร่วมกันได้

“เงินอาจไม่ใช่ประเด็นสำคัญสำหรับคนรุ่นใหม่”

นอกเหนือจากประเด็นที่กล่าวไปข้างต้น คนรุ่นใหม่ยังมองหางานที่มีความท้าทาย การเติบโตในหน้าที่งานการ เงินอาจไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะสิ่งที่คนรุ่นใหม่จะได้เรียนรู้จากการทำงานมีความสำคัญมากกว่า ดังนั้นผู้นำองค์กรหรือหัวหน้าจึงถือเป็นกุญแจในการสร้างความผูกพันให้พนักงานที่ต้องการเรียนรู้ หรือเติบโตไปพร้อมกับผู้นำที่เขายึดเป็นแบบอย่างในอนาคต

และการที่องค์กรจะเติบโตอย่างยั่งยืนได้ พนักงานต้องมีความผูกพันต่อองค์กร และองค์กรก็ต้องดูแลพนักงานให้ดีเช่นกัน ดังนั้นสิ่งที่จำเป็นสำหรับองค์กรที่อยากสร้างความผูกพันให้พนักงาน ดึงดูดคนเก่งให้มาร่วมงาน มี 4 ปัจจัยหลักคือ ความคล่องตัวและความยืดหยุ่น (agility), ความเป็นผู้นำ (engaging leadership) ที่ต้องปรับเปลี่ยนเร็ว, การให้ความสำคัญกับบุคลากร (talent focus) ในทุกมิติ ผ่านการสร้างบรรยากาศการทำงานที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ และการมีความผูกพันต่อองค์กร (engagement) ตามหลัก 3C เพื่อให้เกิดความรู้สึกเชิงบวกและความตั้งใจที่จะทำงานต่อไปในระยะยาว

ณ วันนี้องค์กรที่อยากเติบโตก็คงต้องปรับโครงสร้างองค์กรทุกปี จากเดิมที่เคยปรับ 3-5 ปีต่อครั้ง ตอนนี้อาจต้องปรับทุกปีเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงขอโลก และผู้นำที่ดีต้องเข้าถึง สื่อสารเป็น และอย่าลืมให้ขวัญกำลังใจต่อพนักงานที่เหนื่อยมาทั้งปีด้วย

Writer

กราฟฟิกที่พยายาม ประคองสติ เพื่อค้นหาสไตล์

You Might Also Like