Tomorrowland Thailand

Tomorrowland เทศกาลดนตรี EDM อันดับ 1 ของโลก กระตุ้นเศรษฐกิจให้กับทุกประเทศที่ไปจัดงานได้ยังไง

หลังจาก Tomorrowland ประกาศปักหมุดมาไทย ซึ่งถือเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดเทศกาลที่ Wisdom Valley จังหวัดชลบุรี ระหว่างวันที่ 11-13 ธันวาคม 2569 นี้ พร้อมยังวางแผนจัดต่อเนื่องยาวถึง 5 ปีเต็ม สร้างกระแสฮือฮาให้คนรักเสียงดนตรีไม่น้อย

ขณะเดียวกันก็ถือเป็นโอกาสทองของเหล่าผู้ประกอบ เพราะ Tomorrowland เป็นเทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกหรือ EDM อันดับ 1 ของโลก ที่มีผู้เข้าชมงานกว่า 4 แสนคนต่อปี และมีผู้คนยอมเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาชมงานจาก 200 ประเทศทั่วโลก นั่นแปลว่าการจัดงานที่ไทยในครั้งนี้ย่อมดึงดูดนักท่องเที่ยวมหาศาลมาที่บ้านเรา

Recap ครั้งนี้ขอพาทัวร์พร้อมทำความรู้จัก Tomorrowland ในแง่มุมเศรษฐกิจ ว่าจากเทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกสามารถพลิกเมืองอันเงียบเหงาให้คึกคัก และกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับทุกประเทศที่ไปจัดงานได้ยังไง

🎤 จุดเริ่มต้นจากเมืองบูม ที่บูมเพราะเทศกาลดนตรี

Tomorrowland ไม่ได้เริ่มจากเทศกาลดนตรีที่มีเวทีขนาดใหญ่หรือจัดเต็มโปรดักชั่นอลังการตั้งแต่แรก แต่ผู้จัดอย่างบริษัท ID&T Belgium เลือกจัดงานครั้งแรกในปี 2005 ณ สวนสาธารณะ De Schorre เมืองบูม ประเทศเบลเยียม

ด้วยแนวคิดตั้งต้นว่าอยากสร้างเทศกาลที่ไม่ใช่แค่มาฟังเพลง แต่เป็นการพาผู้ชมหลุดเข้าไปในโลกอีกใบหนึ่ง ที่เปลี่ยนภาพจำของดนตรี EDM ไปตลอดกาล จึงเนรมิตสวนให้มีกลิ่นอายเหมือนหลุดมาจากโลกเทพนิยาย พร้อมด้วยดีเจชื่อดังอย่าง Armin van Buuren มาร่วมสร้างสีสัน จนมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 9,000 คนตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัว

จากความสำเร็จในครั้งนั้นทำให้ Tomorrowland จัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีและเป็นที่ชื่นชอบในหมู่คนรักเสียงดนตรี จนในปี 2009 มีผู้ร่วมงานมากเป็น 10 เท่าจากการจัดงานครั้งแรก โดยมีผู้เข้าร่วมงานถึง 90,000 คน และเป็นครั้งแรกที่ขายบัตรหมดเกลี้ยง ก่อนที่ในปี 2012 จะเริ่มถ่ายทอดสดผ่านยูทูบโดยมีคนต่อคิวออนไลน์มากกว่า 2 ล้านคน และทำให้บัตรกว่า 180,000 ใบขายหมดในไม่กี่วินาที

รูป: Tomorrowland

ถึงอย่างนั้นผู้คนก็ยังหลั่งไหลมาที่เมืองบูม เพื่อเข้าชมเทศกาลดนตรีนี้แบบสดๆ และทำให้เมืองเล็กๆ ที่เป็นเมืองแห่งเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมขนาดย่อม กลายมาเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเป็นแสนๆ คนต่อปี ส่งผลให้ยอดจองโรงแรมหรือแม้แต่ที่พักที่ชาวบ้านดัดแปลงบ้านตัวเองมาเปิดเป็น Airbnb ก็มียอดจองเต็มตลอดการจัดงาน ร้านอาหาร ร้านค้าท้องถิ่น และบริการต่างๆ ก็มีรายได้สูงขึ้น เกิดการจ้างงานกว่า 15,000 คน รวมถึงมีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 20,000 คนต่อปี เลือกซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยว เพื่อไปเที่ยวเมืองอื่นๆ ในประเทศเบลเยียมอีกด้วย

🎤 สร้างประสบการณ์ที่เหมือนหลุดไปอยู่อีกโลก จนคนทั่วโลกสนใจ

เสน่ห์ที่ทำให้ Tomorrowland กลายเป็นเทศกาลดนตรี EDM อันดับ 1 ของโลกคือการยกระดับงานดนตรีให้กลายเป็นประสบการณ์ใหม่ ผ่านวิธีการเล่าเรื่องแบบ storytelling ที่เสกให้ทั้งงานเหมือนโลกใบใหม่และในแต่ละปีจะเปลี่ยนธีมไปเรื่อยๆ เช่น ธีมโลกแฟนตาซี ธีมหนังสือนิทาน ธีมอาณาจักรลึกลับ

รูป: Tomorrowland

เวทีหลักออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของเนื้อเรื่อง แม้แต่อินโทรและเอาต์โทรของโชว์ รวมถึงงานโปรดักชั่นทั้งแสง สี เสียง เลเซอร์ พลุ ทำงานสอดประสานกันเหมือนหลุดไปอยู่ในหนังดีๆ สักเรื่อง ทำให้ผู้ชมรู้สึกมีส่วนร่วมมากกว่าแค่มาดูคอนเสิร์ต

ที่ผ่านมา Tomorrowland ขยายการจัดงานไปยังประเทศต่างๆ เช่น เทือกเขาแอลป์ ประเทศฝรั่งเศส, รัฐจอร์เจีย ในสหรัฐอเมริกา, เมืองเซาเปาโล ประเทศบราซิล และดึงดูดผู้คนจาก 200 ประเทศทั่วโลกจากให้มาร่วมตัวกันในงานนี้ได้ทุกครั้ง

🎤  ปักหมุดมาไทย ที่อาจดึงดูดนักท่องเที่ยวมากกว่า 50,000 คนต่อวัน

การแลนด์ดิ้งมาจัดงานที่ไทยในปี 2026 นี้ ได้เนรมิตอาณาจักร Tomorrowland บนพื้นที่กว่า ประมาณ 1,400 ไร่ จัดเต็มการแสดงรวม 6 เวที ที่มีประกาศมาอย่างแน่นอนแล้วว่าจะมีเวทีหลักสุดไอคอนิกอย่าง  Mainstage เวทีสำหรับดนตรีอิเล็กทรอนิกแนวลึกและหนักหน่วงมากขึ้นอย่าง CORE เวทีที่หลายคนจับตารอดูธีมและการตกแต่งสุดสร้างสรรค์อย่าง FREEDOM โดยอีก 3 เวทีใหม่ที่เหลือยังไม่ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการ

ถึงอย่างนั้นก็คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 50,000 คนต่อวัน และน่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมไม่ต่ำกว่า 21,000 ล้านบาท นอกจากจะดึงดูดเหล่าแฟนๆ ของ Tomorrowland แล้ว งานนี้ยังทำให้นักท่องเที่ยวที่ยังไม่เคยมาเที่ยวไทยตัดสินใจอยากตีตั๋วมาบ้านเรากันมากขึ้น 

รูป : thailand.tomorrowland.com

คาดว่ากว่า 60% เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่มีกำลังจ่ายสูง และวางแผนท่องเที่ยวในระยะยาว จึงส่งผลดีต่อผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวและผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร ผู้ให้บริการด้านขนส่ง งานบริการต่างๆ ไปจนถึงสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ผู้คนในท้องถิ่น 

ไม่เพียงแต่เมืองที่จัดงานจะได้อานิสงส์จากเทศกาลนี้เท่านั้น เมืองข้างเคียงหรือแม้แต่แหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดอื่นก็มีโอกาสได้รับนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเช่นกัน เพราะนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มักมีแนวโน้มไปเที่ยวยังเมืองต่างๆ หลังจบงานอีกด้วย

Tomorrowland จึงเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาที่ทำให้เห็นว่างานเทศกาลดนตรีไม่ได้มีเพื่อความสนุกเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในกลไกที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับมหภาคได้เลยทีเดียว

ที่มา : 

Writer

นักเขียนที่อยากเปลี่ยนเรื่องธุรกิจให้เป็นเรื่องสนุก และมีแมวกับกาแฟช่วยฮีลใจในทุกวัน

You Might Also Like