นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้คุกกี้

บริษัท ทุนดี จำกัด (“บริษัท”) มีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์เพื่อรับประกันการให้บริการของเว็บไซต์ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทรับประกันว่าจะใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎ หมายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการใช้คุกกี้บางประเภทที่อาจดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก ทั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ บริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและตกลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์นี้... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

Future Skill

ทักษะแห่งอนาคตที่คนไทยควรมีคืออะไร?คำตอบจาก พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในงาน CTC2024

“เศรษฐกิจไทยตกขบวนมาพอสมควร ตอนนี้สิ่งที่ภาครัฐและเอกชนต้องหาให้เจอคือไทยจะขึ้นรถไฟตอนไหน โบกี้ไหน เพราะเรากินบุญเก่าต่อไปไม่ได้อีกแล้ว” 

‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล และอดีตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของไทย กล่าวในเซสชั่น ‘Essential Skill for the Future’ ที่หลายคนจับตามองในงาน CREATIVE TALK CONFERENCE 2024 

คำถามสำคัญของเซสชั่นนี้คือ ในห้วงเวลาที่เศรษฐกิจไม่กระเตื้องเท่าที่คิด ธุรกิจหลายเจ้าล้มหายตายจาก อันดับการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยก็รั้งท้ายลงทุกปีๆ อาชีพและทักษะแห่งอนาคตที่สำคัญจำเป็นมีอะไรบ้าง เพื่อให้คนเจเนอเรชั่นใหม่เอาตัวรอดได้ในสมรภูมิการแข่งขันที่ดุเดือด 

พิธาให้ความเห็นว่าการจะตามหาทักษะแห่งอนาคตได้นั้น อาจต้องกลับมาตั้งต้นที่วิสัยทัศน์และเป้าหมายของไทยให้รู้ถึงจุดแข็ง จุดอ่อน และความเสี่ยงที่เจเนอเรชั่นใหม่ๆ กำลังเผชิญเพื่อไขคำตอบให้ได้ว่าทักษะใดที่จำเป็นต้องปลูกฝังให้แก่คนไทยรุ่นใหม่ 

จากการทำ SWOT Ananlysis ด้วยข้อมูล GDP ของไทย และมูลค่าการส่งออก ฯลฯ พิธาประมวลออกเป็นเศรษฐกิจ 3 สี ซึ่งทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และในระดับครอบครัวสามารถนำไปปรับใช้ได้ทั้งสิ้น 

1. green economy หรือเศรษฐกิจที่เกี่ยวเนื่องกับสิ่งแวดล้อม

เนื่องด้วยปัญหาภาวะโลกรวนไม่ใช่ปัญหาไกลตัว แต่เป็นสิ่งที่ทุกประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญ เศรษฐกิจสีเขียวนี้จำเป็นอย่างมากต่อการขับเคลื่อนประเทศ ดังนั้น หากประชากรมีทักษะหรือประกอบอาชีพใต้ร่มเศรษฐกิจสีเขียวนี้ได้ก็อาจเป็นอีกหนึ่งจุดพลิกของไทย ไม่ว่าจะอาชีพสถาปนิกอาคารสีเขียว (สถาปัตยกรรมที่ช่วยให้เกิดความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม) นักการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม ช่างยานยนต์ไฟฟ้า นักวิทยาศาสตร์ด้านการอนุรักษ์ นักจิตวิทยาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ฯลฯ

2. silver economy หรือเศรษฐกิจสูงวัย

ด้วยโลกและประเทศไทยเองกำลังเผชิญกับประชากรสูงวัยที่เพิ่มขึ้น และอัตราการเกิดที่ต่ำลง การมีนิเวศเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการรองรับปัญหานี้ที่น่าจะรุนแรงในอนาคตอาจเป็นผลดีทั้งต่อคนไทยเอง และอีกหลายประเทศที่มองไทยเป็นปลายทางของการเกษียณ ตัวอย่างอาชีพที่พิธายกให้ฟังว่าน่าสนใจและสำคัญ เช่น นักออกแบบไลฟ์สไตล์ผู้สูงอายุ พยาบาลวิชาชีพผู้สูงอายุ ที่ปรึกษาการวางแผนการเกษียณอายุ และนักสังคมสงเคราะห์สำหรับผู้สูงอายุ ฯลฯ

3. blue economy หรือเศรษฐกิจสีน้ำเงินที่หมายรวมแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ำและทะเล

แม้ดูไกลตัวแต่ที่จริงแล้วปัญหาทรัพยากรน้ำเป็นสิ่งที่หลายประเทศเผชิญและต้องรีบแก้ไข ทักษะหรืออาชีพสำคัญที่พิธากล่าวถึง เช่น นักชีววิทยาทางทะเล ผู้เชี่ยวชาญพลังงานทดแทนทางทะเล วิศวกรชายฝั่ง นักวิเคราะห์นโยบายทางทะเล ช่างเทคนิคหุ่นยนต์ใต้น้ำ

พิธาอธิบายเพิ่มเติมว่าแม้อาชีพที่ยกตัวอย่างไปนั้นดูไม่เกี่ยวข้องกับ AI มากนัก แต่แท้จริงแล้วเครื่องมือที่ช่วยทำให้อาชีพเหล่านั้นทำงานได้โดยง่ายและแม่นยำคือ AI พิธายังยกตัวอย่างการใช้ AI ในเศรษฐกิจสีน้ำเงินให้เห็นภาพผ่านพื้นที่จังหวัดภูเก็ตซึ่งถือเป็นเมืองหลักด้านการท่องเที่ยวที่โดยพื้นฐานแล้วควรมีสาธารณูปโภคครบครันเพื่อรองรับการท่องเที่ยว แต่กลับเจอปัญหาขาดแคลนน้ำด้วยมีน้ำรั่วไหลในระบบจำนวนมาก 

พร้อมกับยกกรณีศึกษา K-water (The Korea Water Resources Corporation) หน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบพัฒนาทรัพยากรน้ำและจัดหาน้ำสาธารณะและน้ำอุตสาหกรรมในเกาหลีใต้ ที่ใช้ AI วิเคราะห์จุดรั่วของน้ำ ทำให้ปัจจุบันเกาหลีใต้ไม่เพียงลดปริมาณการรั่วซึมของน้ำในระบบได้ แต่ยังเป็นกรณีศึกษาที่หลายประเทศนำไปเป็นต้นแบบ

นั่นหมายความในท้ายที่สุดแล้ว AI ยังเป็นทักษะสำคัญจำเป็นต่อทุกองค์กรในไทย เพราะถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจทำงานและวิเคราะห์ปัญหาอย่างตรงจุดได้ง่ายขึ้น ส่วนเศรษฐกิจ 3 สีที่ว่าก็อยู่บนพื้นฐานของเทรนด์โลกที่หนีไม่พ้น อย่างปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม และปัญหาด้านประชากร 

นอกจากเศรษฐกิจสามสีและ 30 กว่าอาชีพที่ยกตัวอย่างบนเวที งานนี้พิธายังชี้จุดต่างว่าด้วยสภาพเศรษฐกิจเช่นนี้ ประกอบกับปัญหาทางการเมืองที่ยังไม่สามารถทำให้ต่างชาติมั่นใจมาลงทุนในไทยได้มากพอ การแก้เกมให้ไทยอาจไม่ใช่การกดราคาค่าแรงเพื่อแข่งขันกับประเทศอื่น แต่คือการค้นหาให้เจอว่าบุคลากรของไทยในทุกหน่วยธุรกิจพร้อมมากน้อยแค่ไหน

กลยุทธ์เช่นนี้ไม่ใช่การหาจุดแข็ง แต่คือการพลิกวิกฤตเป็นโอกาส หยิบเอาความท้าทายที่ไทยเผชิญหรือมี pain point มาเป็นอุตสาหกรรมหลักของไทย เมื่อถึงวันนั้น ไทยอาจเป็นเจ้าของอุตสาหกรรมนั้นๆ จนสามารถแก้ไขปัญหาให้ประเทศอื่นได้เช่นเดียวกับที่ K-water ทำ เพราะหากกลับมามองที่ไทยเอง หากกล่าวว่าการท่องเที่ยวคือรายได้หลัก ก็คงเป็นรายได้หลักเฉพาะบางจังหวัดเท่านั้น ไม่ใช่รายได้หลักของคนทั้งประเทศอย่างที่เข้าใจ

Writer

กองบรรณาธิการไลฟ์สไตล์ที่มีแมวเป็นแรงผลักดันในการทำงาน

Illustrator

บรรณาธิการศิลปกรรม Email: y.pongtorn@gmail.com

You Might Also Like