นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้คุกกี้

บริษัท ทุนดี จำกัด (“บริษัท”) มีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์เพื่อรับประกันการให้บริการของเว็บไซต์ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทรับประกันว่าจะใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎ หมายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการใช้คุกกี้บางประเภทที่อาจดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก ทั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ บริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและตกลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์นี้... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

Bird Place

‘The Bluebird Cafe’ คาเฟ่จุดกำเนิดของเทย์เลอร์ สวิฟต์ และดาวในวงการเพลงคันทรีอีกหลายดวง

วันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา Taylor Swift เพิ่งรับปริญญาเอกใบแรกในชีวิตของเธอ

เป็นข่าวที่ทำให้หลายคนงงว่าเทย์เลอร์เจียดเวลาทำเพลงเอาไปเรียนจนจบด็อกเตอร์ตอนไหน คำตอบคือเธอไม่ได้เรียน เธอไม่เคยได้เรียนต่อมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ แท้จริงแล้วนี่คือปริญญากิตติมศักดิ์ด้านศิลปะที่ New York University มอบให้ ในฐานะมาสเตอร์ด้านการสร้างสรรค์งานศิลปะผ่านบทเพลง

“ฉันมั่นใจว่าเหตุผล 90 เปอร์เซ็นต์ ที่ฉันได้รับปริญญาวันนี้เพราะฉันมีเพลงชื่อ 22 และฉันยินดีอย่างยิ่งที่จะมาเฉลิมฉลองและจบการศึกษาไปพร้อมกับนักศึกษารุ่น 2022” เทย์เลอร์ยิงมุกในคำปราศรัยวันปัจฉิมนิเทศ ซึ่งเธอได้รับเกียรติให้พูดต่อนักศึกษาและผู้ปกครองนับพัน

เทย์เลอร์เข้าวงการดนตรีตั้งแต่อายุ 14 เธอเรียนโฮมสคูลไปพร้อมกับการทำงานเป็นศิลปินเต็มตัวแบบไม่เคยพัก  เธอปล่อย Taylor Swift อัลบั้มเพลงแนวคันทรีอัลบั้มแรกในชีวิตเมื่อปี 2549 สร้างชื่อในวงการเพลงคันทรีจนกลายเป็นดาวรุ่ง ก่อนจะขยับขยายมาทำเพลงป๊อป อัลเทอร์เนทีฟ และโฟล์ก ในขวบปีที่ 32 เทย์เลอร์ออกสตูดิโออัลบั้มมา 8 ชุด ขายได้ในหลักร้อยล้านยูนิต แถมทำท่าจะกวาดรางวัลและทุบสถิติในทุกครั้งที่เธอปล่อยเพลงใหม่ ถือว่าเป็นศิลปินที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของยุค 

มีท่อนหนึ่งในปาฐกถาที่เธอพูดถึงจุดเริ่มต้นของตัวเองไว้ได้อย่างน่าสนใจ “ฉันรู้ว่าฉันควรจะเก่งเรื่องการใช้คำพูด แต่ฉันจะไม่มีวันหาคำใดๆ มาขอบคุณแม่ พ่อ ออสติน พี่ชายของฉัน กับการเสียสละในทุกวันของพวกเขาเพื่อที่จะให้ฉันได้ขึ้นไปร้องเพลงในร้านกาแฟหลายๆ แห่ง จนกระทั่งฉันได้มาพูดให้พวกคุณฟังวันนี้”

ในฐานะคนที่ฟังเพลงเทย์เลอร์มาตั้งแต่ยุคแรกๆ จนเรียกตัวเองว่าสวิฟตี้ (ชื่อกลุ่มแฟนคลับเทย์เลอร์) ได้เต็มปาก เราแอบเขินนิดหน่อยที่ไม่รู้ว่าจุดเริ่มต้นของเทย์เลอร์มาจากการร้องเพลงตามร้านกาแฟ ขณะเดียวกันก็หูผึ่งจนต้องไปหามาอ่านประดับความติ่ง

เทย์เลอร์อาจได้ไปเล่นที่ร้านกาแฟหรือคาเฟ่หลายร้าน แต่มีร้านหนึ่งที่น่าสนใจจนเราอยากหยิบมาเล่าให้ฟัง

ร้านนั้นคือ The Bluebird Cafe คาเฟ่ที่ไม่เพียงแต่เป็นจุดเริ่มต้นในวงการดนตรีของเทย์เลอร์ แต่ยังเป็นจุดกำเนิดของนักแต่งเพลงและศิลปินคันทรี่ชื่อดังนับไม่ถ้วน

คาเฟ่ที่ลูกค้าเดินเข้ามาฟังมากกว่ากิน

The Bluebird Cafe เปิดร้านในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2525 ที่เมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี สหรัฐอเมริกา ในยุคแรกเริ่ม ผู้ก่อตั้งอย่าง Amy Kurland ไม่รู้เลยว่าคาเฟ่เล็กๆ จุคนได้ 90 ที่นั่งของตัวเองจะกลายมาเป็นสถานที่ที่นักแต่งเพลง นักดนตรี และศิลปินผู้ใฝ่ฝันอยากทำงานในวงการเพลงคันทรีจะต้องอยากมาเล่นให้ได้สักครั้ง 

อันที่จริง เธอตั้งใจให้ The Bluebird Cafe เป็นแค่ร้านอาหารเล็กๆ ในศูนย์การค้าที่มีเวทีดนตรีสดให้ลูกค้าได้เอนจอย แรกเริ่มเดิมที เวทีเล็กๆ นี้เปิดให้คนรักของเอมี่ที่เป็นนักกีตาร์และเพื่อนของเขามาเล่น รู้ตัวอีกที ลูกค้าที่เดินทางมาที่นี่เพราะดนตรีมากกว่าอาหารซะงั้น 

แต่ไม่ได้หมายความว่าอาหารที่นี่แย่แต่อย่างใด The Bluebird Cafe เสิร์ฟลูกค้าเฉกเช่นคาเฟ่ทั่วไป มีทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ของหวาน กาแฟ และแอลกอฮอล์ ซึ่งความจริงแล้วน่าจะเป็นหนึ่งในจุดแข็งที่ดึงลูกค้าให้เข้าร้านด้วยซ้ำ เพราะถ้าดนตรีดีแต่อาหารไม่อร่อย ใครจะอยากมาล่ะจริงไหม?

โชว์ของคนทำเพลง

อาจเพราะความใจกว้างของเอมี่ที่ทำให้ร้านอาหารเล็กๆ ของเธอป๊อปปูลาร์ขึ้นมา เพราะหลังจากที่เปิดร้านได้ไม่กี่เดือน The Bluebird Cafe จัดกิจกรรมพิเศษชื่อ Writers’ Night ที่จะเปิดให้นักแต่งเพลงและศิลปินมาโชว์เพลงที่ตัวเองแต่ง ในครั้งแรกได้ผลตอบรับที่ดีมากจนร้านต้องจัดกิจกรรมต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน อีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันคือ In the Round เซสชั่นที่เปิดโอกาสให้นักดนตรีมาตั้งเครื่องดนตรีกลางห้อง แล้วให้คนฟังได้เอนจอยอยู่รอบๆ

ใครจะคิดว่ากิจกรรมที่ทำเอาสนุกๆ จะเป็นจุดเริ่มต้นบนเส้นทางดนตรีของคนทำเพลงหลายคน เพราะปีแล้วปีเล่า กิตติศัพท์ของเซสชั่นพิเศษ The Bluebird Cafe ก็ขยายไปในวงกว้าง เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้แนชวิลล์กลายเป็นฮับสำหรับคนทำเพลงที่กำลังวิ่งไล่ล่าความฝัน และหนึ่งในนั้นคือเทย์เลอร์ สวิฟต์ ในวัย 14 ปี

เวทีไล่ล่าความฝัน

เช่นเดียวกับศิลปินหลายคน เทย์เลอร์ไม่ได้เกิดและเติบโตที่เมืองแนชวิลล์ เธอเกิดในเขตเวสต์เรดดิ้ง รัฐเพนซิลเวเนีย ก่อนจะย้ายมาค้นฟ้าคว้าดาวที่นี่ เทย์เลอร์ตระเวนเล่นตามคาเฟ่ต่างๆ และหนึ่งในนั้นคือ The Bluebird Cafe

2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547 Scott Borchetta เจ้าของค่าย Big Machine Records (ซึ่งตอนนั้นยังไม่ได้ตั้งค่ายด้วยซ้ำ) เจอเทย์เลอร์ที่บลูเบิร์ด เธอชักชวนให้สก็อตมาดูโชว์ Writer’s Night ที่เธอเล่นในคืนวันพฤหัสบดี เขาไปตามคำชวน  คืนนั้นเทย์เลอร์เล่นเพลงที่ตัวเองแต่งขึ้นเองชื่อ Songs About You, Me and Britney และ Beautiful Eyes สก็อตชวนเธอมาเซ็นสัญญาเป็นศิลปินกับเขาโดยที่ไม่รู้เลยว่าเขากำลังจะเซ็นสัญญากับซูเปอร์สตาร์ระดับโลก

The Bluebird Cafe ดึงให้นักฟังและค่ายเพลงหลายๆ ค่ายเข้ามาตามหาเพชรของวงการที่ยังไม่ถูกเจียระไน ซึ่งไม่ได้มีแค่เทย์เลอร์เท่านั้น  คาเฟ่แห่งนี้ยังเป็นจุดกำเนิดของนักแต่งเพลงและศิลปินคันทรีระดับโลกอย่าง Garth Brooks, Faith Hill, Keith Urban, Lady Antebellum และอีกมากมาย

ความสำเร็จที่สร้างจากเสียงดนตรี

40 ปีคืออายุของ The Bluebird Cafe ในปัจจุบัน และดูเหมือนความนิยมของคาเฟ่แห่งนี้จะไม่มีเสื่อมคลาย มันกลายเป็นหนึ่งในหมุดหมายหลักที่ผู้รักเสียงดนตรีจากทั่วโลกอยากมาเสพและเล่นสักครั้ง มีคิวจอง คิวเล่นเต็มเอี๊ยดไม่เว้นวัน  แถมได้โผล่ในซีรีส์ฮิตอย่าง Nashville (ทำให้ฮิตและจองยากเข้าไปอีก) ยังไม่นับความจริงที่ว่าเอมี่เจ้าของร้านได้ตัดสินใจขายกิจการต่อให้ Nashville Songwriters Association International (NSAI) เรียบร้อย ทำให้ที่นี่กลายเป็นฮับทางดนตรีอย่างสมบูรณ์ คล้ายสะพานที่เชื่อมระหว่างผู้เล่นหน้าใหม่ในวงการกับผู้สนใจ

อาจเพราะมองย้อนกลับไป เอมี่มองว่าเคล็ดลับความสำเร็จทางธุรกิจของ The Bluebird Cafe คือคนทำเพลงนี่แหละ

“มันเริ่มจากคนทำเพลง ไม่ว่าในอดีตหรือปัจจุบัน ถึงคุณจะเปิดโรงรถแล้วติดป้ายว่าคุณมี Songwriters’ Night คุณจะเจอคนทำเพลงมหาศาลต่อคิวเข้ามาหาอยู่ดี เพราะพวกเขาต้องการสถานที่ปล่อยของ” เธอบอกในบทสัมภาษณ์ของ The Legacy Lab 

https://www.youtube.com/watch?v=zHVYfBgdHFA
เทเลอร์กลับมาร้องเพลงที่ The Bluebird Cafe อีกครั้งในปี 2561, วิดีโอจากสารคดี Bluebird (2019)

“มันไม่มีสถานที่สาธารณะที่เปิดให้คนทำเพลงด้วยกันได้สรรเสริญคนในแวดวงเดียวกับพวกเขา (…) และคนฟังสนใจมันพอๆ กับนักดนตรี พวกเขาอยากเป็นส่วนหนึ่งของคอมมิวนิตี้ที่เจอคนคอเดียวกัน พวกเขาต้องการสถานที่ที่เชื่อมโยงถึงกัน รู้สึกเหมือนอยู่บ้าน และ The Bluebird เป็นแบบนั้น” เธอเล่า

“อีกหนึ่งสิ่งสำคัญคือคนที่มา The Bluebird คือคนที่ตั้งใจมาฟังเพลงจริงๆ ถ้ามีใครสักคนพูดอะไรขึ้นมาสักอย่าง คนฟังส่วนใหญ่ก็จะบอกให้พวกเขาเงียบซะ (…) ที่นี่คือห้องฟังเพลง มันคงน่าสนใจน้อยลงมากเลยนะ ถ้าเราเอาแต่คิดว่าจะขายเครื่องดื่มยังไงให้ได้เยอะๆ แทนที่จะทำยังไงให้ศิลปินผู้ผลิตผลงานถูกรับฟังจริงๆ”

Photo by mana5280 on Unsplash

อ้างอิง

billboard.com

taylorswift.fandom.com

bluebirdcafe.com

store.bluebirdcafe.com

theboot.com

youtube.com

thelegacylab.com

Writer

นักอยากเขียนผู้รักทะเลและฤดูหนาวพอๆ กับหนังสุขซึ้ง สนใจประเด็น gender และเรื่องป๊อปทุกแขนง

You Might Also Like